xs
xsm
sm
md
lg

“ล้มเจ้า” ถูกคุกคาม? “จอม” ปากกล้า “กูไม่กลัวมึง” “ปวิน” แฉ “แอนดรูว์” กุข่าว “ดร.นิว” แนะเปิดโปง “เงิน” ต่างชาติ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพจาก เฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ของ นายจอม เพชรประดับ
“จอม” อยู่ยาก อ้างถูก “คุกคาม” ติดตามถ่ายภาพ ทั้งคนไทยใน “แอลเอ.” ก็ด่าประจาน “ทาสทักษิณ” “ปวิน” แฉ “แอนดรูว์” กุข่าวถูกสะกดรอย หยามเป็น “ขี้เมา” กลัวตกขบวน “ดร.นิว” แนะช่วยกันเปิดโปง “เงินต่างชาติ” อัดฉีดปั่นกระแสโซเชียล

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (30 ส.ค. 63) เฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ของ นายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา โพสต์หัวข้อ “จะบอกว่า กูไม่กลัวมึง”

โดยระบุว่า พูดไม่ได้เต็มปากแล้วละครับว่า การลี้ภัยอยู่ในประเทศที่เจริญ หรือเป็นประชาธิปไตยแล้ว จะไม่ถูกคุกคามจากเผด็จการราชานิยมไทย
นี่เป็นครั้งแรก ที่มีการส่งคนมาติดตามผมตลอดทั้งวัน เพื่อถ่ายภาพว่า ผมทำอะไรขณะอยู่ที่บ้าน บ้านพักอยู่ตรงไหน ขับรถยี่ห้ออะไร เดินทางออกไปพบปะกับใคร สถานที่ที่ไปอยู่ตรงไหน ใครเป็นเจ้าของสถานที่ เคยทำงานอยู่ตรงไหน แม้จะต้องนั่งเฝ้าดักรอเพื่อถ่ายภาพอยู่ตั้งแต่เช้าจนมืดค่ำจนผมขับรถกลับบ้าน ก็ถ่ายภาพทั้งหมดไว้

แล้วส่งกลับไทย ให้ทางทีมที่เมืองไทย ส่งกลับมาขู่ผมพร้อมกับคำพูดที่ว่า “แน่จริง จับให้ได้สิ” (Catch me if you can ) เพื่อบอกว่า คุณอยู่ในสายตาของเราตลอดเวลานะ ระวังตัวเอาไว้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ของ นายจอม เพชรประดับ
จริงๆ แล้ว การเป็นผู้ลี้ภัยในต่างประเทศเพราะเห็นต่างจากรัฐไทย เหมือนเป็นผู้ร้ายหรือเป็นเชื้อโรคของสังคมไทยอยู่แล้ว ผมมักถูกข่มขู่คุกคามจากสังคมไทยในแอลเอ. (ชุมชนไทยในแอลเอ.เหมือนเป็นจังหวัดหนึ่งของเมืองไทย) ที่ยังไม่เข้าใจรากเหง้าของปัญหาในเมืองไทยอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งการพูดซึ่งหน้าว่า เป็นทาสทักษิณ พวกล้มล้างสถาบัน รวมถึงการชูนิ้วกลางให้ ยังไม่รวมที่ถูกดูแคลนด้วยสายตาเพราะคิดว่าผมคือคนทรยศต่อแผ่นดินเกิด

การจะตอบโต้ หรืออธิบายความว่า ทำไมผมถึงคิดต่างจากอำนาจรัฐของคณะรัฐประหาร เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่นี่ ที่ไม่พยายามเปิดใจรับฟังคนที่เห็นต่างจากรัฐไทย แม้จะอาศัยอยู่ในประเทศที่ใช้หลักเหตุผล กฎหมาย กติกาของสังคมในการหาทางออกร่วมกันก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การถูกข่มขู่อย่างเป็นทางการครั้งนี้ ผมได้ไปแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว แต่ในภาวะโควิดที่ตำรวจแอลเอ.ถูกตัดลดงบประมาณการแจ้งความจึงเป็นไปด้วยความลำบากและใช้เวลาอยู่ไม่น้อย

ทั้งหมดทั้งปวงจะบอกว่า ไม่ได้ทำให้ผมต้องหยุดวิพากษ์วิจารณ์สถาบันแห่งอำนาจที่ใช้อำนาจกดหัวประชาชนในเมืองไทย “ไม่กลัวแต่ไม่ประมาท” อีกอย่างเห็นน้องๆ เยาวชน ประชาชนไทย ที่กล้าหาญร่วมกันทำลายเพดานความกลัวลงมาแล้ว ซึ่งคนไทยที่เสียสละตัวเองเพื่อให้พลเมืองไทยอยู่อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในฐานะเจ้าของประเทศ แม้จะอยู่ที่ใดในโลก ก็มีความเสี่ยงเท่ากันหมด แต่..เพื่อให้ #จบในรุ่นเรา
...จะบอกว่า “กูไม่กลัวมึง”

ภาพ จากเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ของ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
ในขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ของ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ผู้ต้องหาคดี ม.112 ลี้ภัยในญี่ปุ่น โพสต์ข้อความ ทำนอง คนในขบวน “ล้มเจ้า” บางคนก็โหนกระแสถูกคุกคาม เพราะสันดานชอบโกหกอยู่แล้ว

โดยระบุว่า “แอนดรูว์ มาร์แชล โกหกเรื่องที่ตัวเองถูกสะกดรอยวันที่ 3 สิงหาคม คนอย่างแอนดรูว์ ถ้าคิดว่าถูกสะกดรอย เค้าต้องรีบเขียนแจ้งบนเฟซบุ๊ก เค้าไม่ใช่คนดองเรื่อง อย่างรีบเขียนเรื่องการตายของจุมพลทั้งๆ ที่เค้าไม่ตาย นี่เล่าเป็นตุเป็นตะว่า มีคนตาม 2-3 วัน แต่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย

และดิชั้นเชื่อว่า ทางการไทยไม่คิดทำอะไรอุกอาจแบบนั้น เพราะเค้าไม่ใช่คนไทย ส่วนที่บอกว่า มีคนส่งกล่องมาที่หน้าประตู ก็ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บอกว่า เป็นกล่องที่ส่งมาถึงเค้า เราไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในกล่อง ไม่มีรูปที่พิสูจน์ว่ามีคนมาวางกล่องหน้าบ้าน เป็นไปได้หรอที่แอนดูว์ไม่ติดกล้องหน้าบ้านถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นเหยื่อ

การสันนิษฐานของดิชั้นมี 2 ข้อ ข้อแรก ดิชั้นรู้นิสัยแอนดรูว์ เพราะคบกับมานานก่อนที่จะเลิกคบ เพราะเป็นคน self-centred นี่คงเห็นว่า ทุกคนโดนขู่หมดแล้ว ยกเว้นตัวเอง กลัวตกขบวนรถไฟ กลัวว่าตัวเองจะหมดความสำคัญ โทษนะคะ เค้าเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ คนรอบข้างและเพื่อนนักข่าวรู้นิสัยกันหมด จึงหนีออกห่าง ทะเลาะกับรอยเตอร์ จึงต้องลาออก เพื่อนนักข่าวก็ไม่เอา เพราะเค้ารำคาญที่มันชอบไปอวดว่า มันช่วยกู้ประเทศไทยจากการเป็นเผด็จการ การสร้างเรื่องแบบนี้ ไม่ดีต่อการต่อสู้ของคนที่เหลือที่อยู่ต่างประเทศ

ส่วนข้อสองนั้น ดิชั้นคอนเฟิร์มว่า แอนดรูว์เป็นโรค alcoholism ติดเหล้าจนเสียงาน ดิชั้นเป็นคนเขียนจดหมายรับรองให้เค้าเข้าทำงานที่ Green Peace ทำได้ไม่นานก็ถูกไล่ออกเพราะไปเมาที่ทำงาน ทำดิชั้นเสียชื่อเสียงเพราะดิชั้นเป็นคนเขียนจดหมายรับรอง การเจอกันที่อังกฤษหลายครั้งก็ต้องยกเลิก เพราะแอนดรูว์เมา ไม่สามารถมาตามนัดได้ ปล่อยให้คนที่เหลือรอเก้อ ดิชั้นคิดว่า ไอ้การสงสัยว่ามีคนมายืนหน้าบ้าน น่าจะมาจากอาการเมาค้างเหมือนเดิมและเห็นภาพหลอน เรื่องนี้ใครที่เป็นเพื่อนแอนดรูว์จะรู้ดี พอเมาแล้วก็จะเที่ยวไล่ด่าคนบนเฟซบุ๊ค ดิชั้นก็ไม่รอด ถูกเค้ารังควาน เขียนอีเมล์และส่ง WhatsApp มารังควานบ่อยๆ

เรื่องผิดใจกันมาจากเรื่องนิดเดียว คือ ดิชั้นไม่ชวนนางไปงานสัมมนาที่ Stanford เมื่อปี 2017 พอไม่ได้รับเชิญก็โกรธ โทรไปวุ่นวาย/ก่อความไม่สงบที่มหาลัยระหว่างการสัมมนา จนผู้ร่วมสัมมนาอีกประมาณ 10 คน รำคาญ จากนั้นเค้าก็ด่าผู้ร่วมสัมมนาและดิชั้นเสียๆ หายๆ เอาเราไปประจานต่างๆ นานา จนดิชั้นตัดใจเลิกคบมันตั้งแต่บัดนั้น”

ด้านเฟซบุ๊ก Suphanat Aphinyan ของ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็โพสต์ หัวข้อ “ต่างชาติมีเอี่ยวปั่นกระแสให้คนไทยทะเลาะกันเอง”

เนื้อหาระบุว่า กระแส “หยุดคุกคามประชาชน” จากจำนวนผู้ใช้โซเชียลเฉพาะประเทศไทยอย่างเดียว มีการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานในวันม็อบ 16 สิงหาคม จำนวน 148,034 ผู้ใช้งาน เฉพาะภายในประเทศไทย แต่ถ้านำข้อมูลรวมจากต่างชาติเข้ามาวิเคราะห์ด้วย มีจำนวนถึง 7,928,492 ผู้ใช้งาน ซึ่งนับได้ว่า กว่า 98% ของกระแสดังกล่าวมีการปั่นกระแสเข้ามาจากต่างประเทศ

“แล้วแบบนี้ ถ้าเจาะลึกเข้าไปอีก จาก 148,034 ผู้ใช้งาน ก็ไม่รู้ว่าจะเหลือจำนวนผู้ใช้งานที่เป็นคนจริงๆ จำนวนกี่คน? ถ้าให้ดีกว่านี้ ทางผู้จัดทำโพลล์น่าจะเปิดเผยด้วยว่า การปั่นกระแสจำนวน 7,928,492 ผู้ใช้งานมาจากประเทศไหน? จะได้ช่วยกันเปิดโปงขบวนการยัดเงินอัดฉีดปั่นกระแสโซเชียลปลุกระดมให้คนไทยทะเลาะกันเอง ที่หน้าฉากเคลื่อนไหว โดยกลุ่มนักการเมืองและนักกิจกรรมประชาธิปไตยจอมปลอม ที่รับเงินสนับสนุนและผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากต่างประเทศ”

แน่นอน, ประเด็นที่น่าสังเกตก็คือ เหตุใดกระแส “คุกคาม” จึงถูกจุดประเด็นในต่างประเทศด้วย หลังจากประเทศไทย “ล่าแม่มด” กันเป็นว่าเล่น แถมฝ่ายที่ไล่ล่า กลับกลายเป็นฝ่ายที่เรียกตัวเองว่า เป็น “นักประชาธิปไตย” ซึ่งสวนทางกับวิธีปฏิบัติจนไม่น่าเชื่อ

ไม่น่าเชื่อว่า เป็น “นักประชาธิปไตย” ตัวจริง? เพราะวิธีปฏิบัติหลายอย่างนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นของ “จอม” แม้ไม่รู้ว่าแท้จริงเป็นอย่างไร แต่ที่น่าสนใจ คือกรณี “ปวิน” ออกโรงแฉ “แอนดรูว์” เพราะมันคือตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า เรื่อง “กุข่าว” ถูกคุกคาม เพื่อโหนกระแสมันเป็นไปได้

ยิ่งมีกระแสเกิดขึ้นอย่างสูงในไทย ก็อาจมีบางคนต้องการโหมกระแสให้เห็นว่า แม้อยู่ไกลถึงต่างประเทศ ก็ยังโดน “คุกคาม” ได้ หรือ ในทำนอง สร้างราคาให้กับตัวเอง แม้ถูกคุกคาม ก็ไม่หยุดที่จะเคลื่อนไหวต่อสู้ ซึ่ง “จอม” ก็พูดเอาไว้ชัด

ประเด็นก็คือ ถูกคุกคามจริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่ที่รู้คือ ได้สร้างราคาให้กับตัวเองแล้ว ได้ความเห็นอกเห็นใจจากมวลหมู่มิตรแล้ว และได้ทำให้เห็นว่า สิ่งที่ตัวเองทำมีผลสะเทือนสูงกว่าใคร

ไม่แปลก ที่ “ปวิน” รีบออกมาแฉ กรณี “แอนดรูว์” เพราะไม่ต้องการให้ “ตีกิน” ในสิ่งเหล่านี้ เพราะสุดท้ายมันอาจหมายถึง “ค่าตัว” ที่มีคนพร้อมจ่ายมากขึ้นก็เป็นได้ จริงหรือไม่ ไม่รู้!!!