xs
xsm
sm
md
lg

“คำนูณ” ปูด 2 ตร.เพิ่งโผล่แก้ต่าง “บอส อยู่วิทยา” โยนบาปดาบที่ตาย จี้นายกฯจัดการ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ส.ว.คำนูณ” ระบุ ดาบที่ถูกทายาทกระทิงแดงชนดับ ถูกตั้งธงประมาทร่วมแต่แรก แถมท้ายสุดถูกโยนให้ประมาทฝ่ายเดียว ข้องใจ 2 ตร.พยานใหม่โผล่เห็นเหตุการณ์ป้อง “บอส” ขับไม่เร็วตาม กม. ทำอัยการพลิกไม่ฟ้อง จี้นายกฯเร่งตรวจสอบ



วันนี้ (26 ก.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีคดีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ในหัวข้อ อับอาย อึดอัด คับข้อง และคุกรุ่น !

โดยระบุว่า นายดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ ถูกหนุ่มทายาทอภิมหาเศรษฐีระดับโลกขับรถเฟอร์รารีชนตายลากไปเป็นระยะทางยาว แล้วยังถูกกระบวนการยุติธรรมทางอาญาขั้นก่อนศาลวินิจฉัยว่าขับรถมอเตอร์ไซค์โดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ตัวเองตาย ต้องตกเป็นผู้ต้องหาที่ 2 มาตั้งแต่แรกในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว แปลว่า ในชั้นต้นพนักงานสอบสวนตั้งประเด็นไว้ว่าเป็นเหตุที่เกิดจากความประมาทร่วมกันของคู่กรณี

แต่ท้ายสุด ในสำนวนสั่งคดีของอัยการ ท่านเห็นว่าเป็นเหตุประมาทของนายดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐฝ่ายเดียว ทายาทอภิมหาเศรษฐีหาประมาทไม่ !

คิดในแง่บวก ก็ยังดีที่ทายาทนายดาบไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้อีก !!

เหตุเกิดเพราะมีการร้องเรียนขอความเป็นธรรมในชั้นอัยการให้สอบสวนใหม่หลายครั้ง หลายช่วงเวลา รวมทั้งร้องเรียนไปยังองค์กรอื่นด้วย ในที่สุดอัยการจึงสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม ปรากฏว่า มีนายตำรวจ 2 นายเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญมาให้การเพิ่มเติมเรื่องความเร็วของรถเฟอร์รารีโดยตรวจสอบสภาพของรถคู่กรณีโดยเปรียบเทียบกับคดีอื่นๆ แล้ว ยืนยันว่า รถเฟอร์รารีขับมาด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ไม่ใช่ 177 กม./ชม. บวกลบ เหมือนที่พยานผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนายตำรวจเช่นกันเคยให้การไว้ในการสอบสวนครั้งแรก

นอกจากนี้ พยานบุคคลใหม่มาให้การในวันที่ 4 ธันวาคม 2562 อีกด้วย

พยานบุคคลใหม่ทั้ง 2 รายเป็น “ประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ” จึงมีความสำคัญต่อเนื่องมาจากพยานผู้เชี่ยวชาญใหม่ข้างต้น

เพราะเรื่องความเร็วของรถ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เป็น “ประเด็นสำคัญแห่งคดี” นี้ที่จะทำให้วินิจฉัยได้ว่าใครประมาทหรือประมาทร่วม

พยานทั้งสองบอกว่าขับรถมาด้วยความเร็วราว 60-70 กม./ชม. ตามรถมอเตอร์ไซค์

และนายดาบเป็นผู้เปลี่ยนเลนจากเลนที่ 1 ด้านติดฟุตปาธ ไปยังเลนที่ 3 ด้านติดเกาะกลางถนนที่รถเฟอรารี่ขับมาอย่างกระชั้นชิด

อัยการท่านเชื่อพยานผู้เชี่ยวชาญใหม่ และประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุใหม่ เห็นว่าคนขับรถเฟอรารี่ไม่เป็นผู้ขับรถโดยประมาท เพราะขับมาด้วยความเร็วตามกฎหมายเป๊ะ แต่กลับถูกปาดหน้าในระยะกระชั้นชิด จึงชนไปโดยเหตุสุดวิสัย หาใช่ประมาทไม่ ผู้ประมาทคือนายดาบเคราะห์ร้ายผู้วายชนม์ต่างหาก ส่วนข้อหาขับรถขณะดื่มสุรานั้นสั่งไม่ฟ้องไปนานแล้ว จึงไม่อยู่ในประเด็นแห่งคดีนี้

จึงพลิกกลับคำสั่งฟ้องเดิม สังไม่ฟ้อง ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่โต้แย้ง

ไม่มีรายงานว่า “ประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ” ใหม่ทั้ง 2 ราย ที่ขับรถอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยขับรถตามนายดาบ เห็นเหตุการณ์กับตาทั้งหมด ไฉนเพิ่งมาให้การเอาในช่วงนี้ เมื่อ 8 ปีก่อน ขณะเกิดเหตุการณ์โด่งดังไปอยู่เสียที่ไหน และประเด็นนี้อัยการท่านสงสัยหรือไม่ และมีเหตุผลใดมีน้ำหนักเพียงพอมาหักล้างข้อสงสัยนั้น

ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบโดยด่วนเป็นเบื้องต้น ท่านเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร อย่างน้อยที่สุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็อยู่ในราชการฝ่ายบริหารภายใต้การกำกับดูแลของท่านโดยตรง และท่านเองก็ได้รับปากอย่างองอาจกลางสภาว่าจะเร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ บัดนี้เวลาผ่านมาเนิ่นนานแล้ว กรุณาบอกกล่าวต่อประชาชนว่าท่านจะทำอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติกับร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญาที่อยู่ในมือของท่าน จะเอายังไงกันดีครับ

ผู้คนทั้งสังคมอับอาย อึดอัดคับข้อง อารมณ์คุกรุ่น อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

อยากได้มธุรสชโลมใจลดความอึดอัดคับข้องคุกรุ่นจากปากและการกระทำของท่านนายกรัฐมนตรีโดยพลัน บริหารราชการแผ่นดินโดยประมาทความรู้สึกของประชาชนไม่ได้เด็ดขาด


กำลังโหลดความคิดเห็น...