xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : “สนธิ” ยกมือสาธุประเทศไทย เมื่อ “ลุงตู่” สยบยอมให้นักการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สนธิ” ยกมือสาธุให้ประเทศไทย เมื่อ “บิ๊กตู่” ยอมตามพวกเขี้ยวลากดินทางการเมือง กดดัน “สมคิด” และ “สี่กุมาร” จนต้องลาออก ทั้งที่ได้ใช้งานกลุ่มสี่กุมารมาตลอด 5 ปี จนยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศไทยขึ้นมา และช่วยตั้งพรรคพลังประชารัฐ จนได้เป็นแกนนำรัฐบาลหลังเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ ต่อ ขอเจริญพรให้ประเทศไทย ต่อไปนี้จะมีคนอย่าง สันติ พร้อมพัฒน์ วิรัช รัตนเศรษฐ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เข้ามาคุมกระทรวงสำคัญของประเทศ พร้อมระบุกรณีทหารอียิปต์-ลูกสาวอุปทูตซูดาน ไม่กักกันโควิด กระทรวงการต่างประเทศ และ “ดอน ปรมัถวินัย” ต้องรับไปเต็มๆ

วันที่ 17 ก.ค.63 เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” และช่องยูทูป Sondhitalk ที่จะมาดูการเมืองวุ่นๆ เบื้องลึกเป็นอย่างไร เกิดอะไรขึ้น ยังไม่ทันไรเริ่มมีการวัดกำลังกันภายในพรรคพลังประชารัฐแล้ว รวมถึงเรื่องของไวรัสโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศน่าห่วงมาก เป็นเรื่องที่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทหารประเทศอียิปต์มาทำไม แล้วลูกอุปทูตซูดานมาพักที่คอนโดฯ ได้อย่างไร นอกจากคำว่าขอโทษประชาชน ใครต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ ผลที่ประเทศไทยได้รับมากขนาดไหนมาดูกัน... ติดตามชมได้ในรายการ Sondhitalk : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง ep : 42 สาธุประเทศไทย

คำต่อคำ SONDHI TALK [17 ก.ค. 63] : สาธุ ประเทศไทย

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 อย่างเช่นเคยเรามาเจอกันทุกๆ วันศุกร์เช้า ประมาณ 09.00 น. ถึง 09.00 น.เศษๆ ก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าช่องทางการรับชมรายการของเรา "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" มีดังต่อไปนี้ครับ

วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า SONDHI TALK กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต "มองโลก มองเรา กับสนธิ" "บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์" จนมาถึงรายการ "SONDHI TALK"

สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ

สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone - iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป

ท่านผู้ชมที่กำลังดูยูทูปอยู่ ก็ขอสวัสดีกับแฟนประจำทุกๆ คน และคนที่เพิ่งจะเข้ามาในครั้งนี้นะครับ ยอดในยูทูปก็สูงขึ้นทุกวันๆ ก็แสดงว่าบางท่านเกิดปัญหาอุปสรรคในการดูในเฟซบุ๊ก ก็พอใจที่จะดูในยูทูป จะดูในยูทูปหรือดูในเฟซบุ๊กก็เหมือนกัน เวลาไลฟ์สด ออกพร้อมกัน ไม่มีช้ากว่ากันเลย

ท่านผู้ชมครับ วันนี้จะพูดถึงเรื่องแก้วน้ำหน่อย สีขาวเราส่งไปหมดแล้ว เราค้างเฉพาะสีดำอีก 500 ใบ ซึ่งสีดำเป็นสีที่ต้องสั่งทำพิเศษ ใช้เวลานานนิด แต่ทางโรงงานเพิ่งจะแจ้งมาให้ทราบว่าอีกประมาณ 1 อาทิตย์ จะเสร็จเรียบร้อยอีก 500 ใบ ได้มาเมื่อไรเราจะรีบส่งให้ทันที อดใจรอสักนิดนะครับ ได้แน่นอน ท่านผู้ชมที่จ่ายเงินจ่ายทองมาเรียบร้อยแล้ว รับประกันได้ครับ รายการนี้ไม่ใช่รายการบริจาค รายการขายของ แล้วก็มีหลักฐานชี้แจงชัดเจน

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ หนังสือที่ท่านสั่งซื้อมา เราได้จัดการส่งไปให้อย่างดีเรียบร้อยแล้ว เราห่อให้อย่างดีเลย ท่านผู้ชมหลายท่านที่ได้รับหนังสือถึงกับชมเชยมาว่าห่ออย่างดี เรามีโฟม พลาสติกที่เป็นจุดๆๆ ที่กดแล้วดังแป๊ะๆๆ ห่อให้อย่างดี แต่ถ้าใครยังไม่ได้รับก็ให้ช่วยแจ้งมาทาง inbox ด้วยนะครับ

ท่านผู้ชมครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวที่ตั้งใจจะพูดอยู่หลายเรื่อง โดยเรื่องที่เร่งด่วนที่สุด และผมคิดว่าอันตรายมากในขณะนี้ คือเรื่องของโควิด-19 ที่คิดว่ามันน่าจะซาลงไปแล้ว แต่ปรากฏว่าในข้อเท็จจริงแล้วมันไม่ได้ซาเลยแม้แต่นิดเดียว กลับร้ายแรงกว่าเก่าขึ้นมาอีกในขณะนี้ ปัจจุบันนี้ โลกทั้งโลกติดเชื้อโควิด-19 อยู่ 13 ล้านคนกว่า และตายไปแล้วเกือบ 6 แสนคน ท่านผู้ชมอย่าทำเป็นเล่นไปนะครับ ที่สำคัญที่สุด ที่เป็นตัวการสำคัญที่สุดในโลกนี้ก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา ทิศทางไม่ได้ดีขึ้นเลย มีอยู่วันหนึ่ง รู้สึกจะเมื่อวานนี้หรือเมื่อวานซืน พบว่าติดเชื้อใหม่วันเดียว 70,000 คน ท่านผู้ชมนึกดูก็แล้วกัน หลายๆ มลรัฐ แล้วก็เป็นผู้ว่าการมลรัฐคนแรกเลย 1 คน ที่เขาเรียกว่า Governor ที่ติดเชื้อโควิด-19 เป็นครั้งแรกที่ผู้ว่าการมลรัฐติด




แล้วเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้มันทำให้ปัญหาทางด้านสุขภาพและทางด้านสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาแทบจะล่มสลาย แล้วก็เกิดความขัดแย้งกันอย่างหนักในการบริหารงานที่จะจัดการกับโควิด-19 ระหว่าง ดร.แอนโทนี ฟาวซี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ ที่ทำงานผ่านคณะบริหารของสหรัฐอเมริกามาตั้งไม่รู้กี่สมัย หลายประธานาธิบดี ดร.ฟาวซี ได้รับใช้มาตลอดเวลา และเป็นคนที่ซื่อตรง ตรงไปตรงมา ท่านแอนโทนี ฟาวซี เป็นคนที่ตัดสินใจบนพื้นบานของความเป็นจริง คือวิทยาศาสตร์ ใช้วิทยาศาสตร์เป็นตัวชี้ แต่ว่าความโชคร้ายของแอนโทนี ฟาวซี คนเราเกิดมาก็มีเคราะห์กรรมเหมือนกัน ก็คือต้องมาเจอกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือที่ผมตั้งฉายาเขามาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เริ่มต้น ตอนนี้ก็เริ่มมีคนเลียนแบบเอาไปเรียก ก็คือ ไอ้ทรัมป์บ้า


จนวันนี้ก็ยังถกเถียงกันอยู่ตลอดเวลา แอนโทนี ฟาวซี บอกว่าการ์ดอย่าตก แอนโทนี ฟาวซี ยืนยันมาตั้งนานแล้วว่าต้องใส่หน้ากาก และต้องรักษาระยะห่างให้ดีๆ แล้วอย่าไปในที่ชุมชน ให้หลีกเลี่ยง ให้พยายามอยู่ที่บ้าน โดยหลักการแล้วโคโรนาไวรัส หรือโควิด-19 นั้น มันเป็นโรคติดต่อ ท่านผู้ชมครับ ใช้คำว่า โรคระบาด "ระบาด" ภาษาไทยชัดเจน ก็คือมันติดต่อได้หมด เพราะฉะนั้นแล้วจากการติดต่อได้ระหว่างคนกับคน มันติดต่อได้ทุกอย่าง จากน้ำลายก็มี จากมือที่ไปเปื้อนอะไรก็ตาม เขาวางแล้วเราไปแตะ โดนหมดทุกคน เหตุผลหนึ่งที่โรคนี้ยังไม่ร้ายแรงอะไมากนัก ที่ทำให้ดูว่าสามารถจะคุมได้ก็เพราะว่า ในตอนต้นคนยังเข้าใจว่ามันติดต่อระหว่างคนกับคน แต่วันนี้มีข่าวร้ายออกมาแล้ว ที่กรุงเจนีวา เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ประมาณวันที่ 7 กรกฎาคม ก็เมื่อสิบวันที่แล้ว ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกออกมายอมรับเป็นครั้งแรกว่า โควิด-19 นั้นสามารถจะติดต่อได้ทางอากาศ หมายความว่าอย่างไร ? หมายความว่าไวรัสตัวนี้จะแพร่กระจายในอากาศได้ในระยะทาง 10 เมตร สมมุติว่าคนๆ หนึ่งเป็นโรคโควิด-19 พูดจาอะไร น้ำลายออกไป มันจะอยู่ในอากาศประมาณ 10 เมตร เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ในรอบ 10 เมตร ไม่ต้องไปแตะตัว ไม่ต้องไปห่างไกล 1.30 เมตร แค่อยู่ 6-7 เมตร ก็ติดได้เช่นกัน และโรคนี้ ตอนนี้แต่ละประเทศมีแต่ความเจ็บปวด เจ็บตัวร้ายแรงที่สุด หลายๆ ประเทศ อย่างอินเดีย ตอนนี้อินเดียไปๆ มาๆ จะขึ้นอันดับ 3 ของโลกแล้ว

อเมริกาตอนนี้ยังอยู่ขั้นที่ 1 นะท่านผู้ชม ระบาดครั้งที่ 2 ยังไม่มา ขั้นที่ 1 ยังไม่จบ หลักการในทางวิทยาศาสตร์ก็คือว่า กราฟจะขึ้นสูงเป็นยอดภูเขา แล้วที่เขาบอกว่าจะทำให้มันดีขึ้นก็คือว่า มันจะต้อง flatten ให้มันค่อยๆ ลงมาทีละนิดๆ แล้วก็ราบลงไปเรื่อยๆ แต่อเมริกายังขึ้นไม่ถึงยอดภูเขาเลย นี่คือระดับที่ 1 ระดับที่ 2 คือถ้าขึ้นไปถึงยอดภูเขาแล้ว มันจะลงมาเรื่อยๆ ระหว่างที่มันลงมาเรื่อยๆ อาจจะปูดขึ้นมาอีกทีหนึ่ง นี่คือระดับที่ 2 แต่อเมริการะดับที่ 1 ยังไม่ผ่าน อเมริกาคนติดประมาณ 2 ล้านกว่าคน ตายไปแล้วเกือบ 2 แสนคน ทำเป็นเล่นไป ตายไปแล้วเกือบ 2 แสนคน ผมก็เลยนึกในใจ เผอิญคาบเกี่ยวกับเรื่องที่ผมกำลังจะพูด เรื่องของทหารอียิปต์ กับเด็กในซูดาน มีคนเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก นี่ผมไม่ได้เข้าข้าง พล.อ.ประยุทธ์ นะครับ ผมคิดว่าประเทศไทยในเรื่องของทหารอียิปต์และซูดานนั้นมีข้อบกพร่อง เดี๋ยวผมจะชี้ให้ดูว่าบกพร่องตรงไหน และคนที่ต้องรับผิดชอบคือใคร


แต่ผมคิดว่าถ้าเทียบระหว่างประยุทธ์ จันทร์โอชา กับโดนัลด์ ทรัมป์ ผมคิดว่าถ้าสมมุติคุณให้ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกเพราะกรณีของทหารอียิปต์กับเด็กชาวซูดาน เทียบกับผลงานของทรัมป์ ซึ่งคนตายไปแล้วประมาณเกือบ 2 แสนคน ถ้าประยุทธ์ต้องลาออกในเรื่องนี้ นายทรัมป์ต้องถูกจับบูชายัญนะ เผาแล้วเอาขี้เถ้าไปโรยตามต้นไม้ทำเป็นปุ๋ย แต่ที่พูดเช่นนี้ก็ไม่ใช่จะเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ ข้อบกพร่องของ พล.อ.ประยุทธ์ ในเรื่องนี้ก็มี แล้วทุกๆ ครั้งก็จะแก้ไขไปเรื่อยๆ แต่การแก้ไข พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมหาผู้รับผิดชอบมาเสียที หลายๆ ครั้งแล้ว

ท่านผู้ชมจำได้ใช่ไหมว่า ครั้งที่ พล.ต.ราชิต ซึ่งเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ ที่ผมเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวอิตาลีแล้วกลับมาเอาเชื้อโควิด-19 ที่อิตาลีมาติด แล้วกองทัพบก (ทบ.) ปิดข่าวหมด บอกว่าไม่ได้ไปอิตาลี แต่ในที่สุดแล้วข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่าไปอิตาลีมา แล้วก็เลยเกิดทำให้คนในสนามมวยติดไป 200-300 คน แล้วคนพวกนี้ก็กระจายไปหมดเลย ก็เลยทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมา ของพวกนี้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงมาจัดการเสียที ปล่อยให้ท่านผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ตั้งคณะกรรมการสอบขึ้นมา สอบเสร็จบอกว่าผิดจริง ลงโทษอย่างไรรู้ไหมท่านผู้ชม ? ปลดจากกรรมการสนามมวยลุมพินี แค่นั้นเอง ไม่มีอะไร ผมถึงบอกว่าเดี๋ยวนี้ทหารทำอะไรก็ไม่ผิด มีอภิสิทธิ์ชนมาก ประเดี๋ยวเราค่อยกลับมาเรื่องตรงนี้ วันนี้เอาเรื่องต่างประเทศก่อน โควิด-19 มีปัญหาอะไรบ้าง

ท่านผู้ชมครับ โควิด-19 ในขณะนี้ ตอนนี้ที่เห็นชัดเจนก็คือ ระบาดรอบที่สองเริ่มเกิดขึ้นแล้วในยุโรปหลายประเทศ อังกฤษนี่ประเทศแรก มีระบาดขึ้นมาเป็นรอบที่สอง ท่านผู้ชม ผู้นำในโลกนี้ที่สันดานและ DNA คล้ายๆ กัน มีอยู่ 3 ประเทศ ประเทศหนึ่งคืออังกฤษ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน อันที่สองคือบราซิล ซึ่งเป็นประธานาธิบดีบราซิล อันที่สามคือโดนัลด์ ทรัมป์ สามคนนี้นิสัยเหมือนกันหมดเลย DNA เหมือนกันหมด ยะโส โอหัง อวดดี ไม่ใส่ใจข้อมูล ไม่ใส่ใจข้อเท็จจริง เอาอารมณ์ของตัวเองเป็นตัววัด ทั้งสามคนนี้ตอนนี้ติดเชื้อไวรัสไปแล้ว 2 คน คือ บอริส จอห์นสัน และประธานาธิบดีบราซิล เหลือนายทรัมป์บ้าคนเดียวที่ยังไม่ติด ซึ่งผมคิดว่าเร็วๆ นี้คงจะติด

ที่ผมพูดว่าเหมือนกัน เหมือนกันอย่างไร ? เหมือนกันคือไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนเลย ปฏิเสธในเรื่องของหน้ากาก ดูถูกว่าการใส่หน้ากากจะทำให้ติดเชื้อ ถ้าถอดหน้ากากจะไม่ติดเชื้อ คือเป็นคนบ้า เพราะฉะนั้นผมเลยเห็นใจคนสหรัฐอเมริกามากที่มีผู้นำที่ค่อนข้างจะบ้าคลั่งแบบไม่มีเหตุผล ในขณะที่ ดร.ฟาวซี ตอนนี้กลายเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของประธานาธิบดีทรัมป์ไปแล้ว เพราะว่าสิ่งที่ทรัมป์พูด ฟาวซี ออกมาสวนว่าไม่จริง สิ่งที่ฟาวซีพูด ทรัมป์ก็บอกว่าฟาวซีผิด ผิดไปผิดมา ใครถูกใครผิดไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือ ฟาวซีพูดบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ในความเป็นจริง

ท่านผู้ชมครับ เศรษฐกิจในยุโควิด-19 ที่เขาเรียกว่า Post COVID-19 กำลังมาอย่างร้ายแรงมาก ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเมื่อไม่นานมานี้เอง ประเทศสิงคโปร์ยุบสภาฯ และการยุบสภาฯ ของสิงคโปร์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็เอาการยุบสภาฯ เป็นตัวอย่างมาเล่าให้ฟัง ก็เลยถูกมโนเข้าใจผิดไปว่า ดร.สมคิด ยุให้พลังประชารัฐยุบสภาฯ ไม่ใช่ ลี เซียน ลุง ยุบสภาฯ ไปตอนนั้น เพราะเขารู้ว่าสิงคโปร์กำลังจะพินาศฉิบหาย และล่าสุดเมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้ พินาศฉิบหายแล้ว ก็คือว่าเศรษฐกิจของสิงคโปร์ถดถอยไป 40 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมครับ ถดถอยไป 40 เปอร์เซ็นต์ เกือบครึ่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่สิงคโปร์มีประชากรแค่ 3 ล้านกว่าคนเอง 3 ล้านกว่าคน เศรษฐกิจถดถอย เพราะว่าสิงคโปร์นั้น ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Export Based Country คือเป็นประเทศที่พึ่งรายได้มาจาก 2 ทาง ทางแรกคือการส่งออก และทางที่สอง คือการท่องเที่ยว สิงคโปร์หายไป 40 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าตอนนี้ประเทศไทยติดลบอยู่ประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ อังกฤษก็เช่นกันตอนนี้ แรงงานอังกฤษ คนงานที่อังกฤษ บริษัทต่างๆ ใหญ่ๆ ที่อังกฤษตอนนี้พากันปลดปล่อยคนงานให้ออกกัน อเมริกา แน่นอนที่สุดแล้วตอนนี้ อเมริกามีคนว่างงานประมาณเกือบๆ 40 เปอร์เซ็นต์ ของยอดอายุของคนที่สามารถใช้แรงงานได้

เรามาดูประเทศไทยกัน ประเดี๋ยวผมจะโยงรายละเอียดเข้าไปสู่ตอนท้าย เพราะวันนี้ผมจะพูดเรื่อง "สี่กุมาร" สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อุตตม สาวนายน สนธิรัตน์ และสุวิทย์ เมษินทรีย์ ทั้ง 4 คน และอีกคนคือกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่า 4 คนนี้ได้ทำอะไรบ้างในอดีต และปัจจุบันทำไมจึงต้องตัดสินใจแบบนี้ แต่เรากลับมาตรงนี้ก่อน

เศรษฐกิจเริ่มตกปลายไตรมาสแรก เพราะโควิด-19 เริ่มระบาดประมาณกุมภาพันธ์ ต่อมีนาคม นั่นคือไตรมาสแรก แล้วก็ระบาดหนัก เข้ามาไตรมาสที่ 2 ก็คือเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน เพิ่งผ่านไป เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน คือช่วง 90 วันที่คนได้เงินชดเชยกันคนละ 5,000 บาท มีการล็อกดาวน์ประมาณ 2 เดือน เสร็จแล้วเศรษฐกิจกำลังจะเริ่มฟื้นขึ้นมา แต่ท่านผู้ชมครับ สิ่งที่เราจะเห็นได้ชัดที่สุดก็คือว่า ไตรมาสที่ 3 นี้ล่ะ เดือนนี้ กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน 3 เดือนนี้พูดได้ชัดเจนเลยว่ารูปธรรมหลายๆ อย่างที่ทำให้ทุกอย่างพังพินาศฉิบหายหมด กำลังจะมาให้เราเห็นในไตรมาสที่ 3 ท่านผู้ชมครับ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ผมเคยกราบเรียนท่านผู้ชมแล้ว ผมเป็นคนที่มองเรื่องโควิด-19 ผมมองโลกในแง่ร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องโควิด-19 ผมไม่ได้มองในแง่ดี เหตุผลที่มองในแง่ร้ายก็เพราะว่า ง่ายนิดเดียว ข้อแรก วัคซีนที่จะออกมานั้น เขาบอกว่าจะออกมา ในขณะนี้ข่าวล่าสุดก็คือ วัคซีนของบริษัทๆ หนึ่ง ชื่อ โมเดอร์นา ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังถึงขั้นที่ 3 ก็คือขั้นที่ทดลองกับคนแล้ว เมื่อทดลองกับคนแล้ว อีก 3 เดือนจึงจะพอรู้เรื่อง หรืออย่างเร็วที่สุดก็จะออกต้นปีหน้า เพราะฉะนั้นจากนี้ไป จนกระทั่งก่อนวัคซีนจะออกนั้น ท่านผู้ชมจำได้ไหม อุปสงค์ คำศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ที่ผมพูด คือ ดีมานด์ ความต้องการในสินค้าต่างๆ มันหายไปหมด ไม่มีเหลือ เพราะฉะนั้นเมื่อมันไม่มีเหลือแล้ว สินค้าที่มีจะขายอะไร ไม่สามารถจะขายได้ คนทำงานจะทำให้ใคร ให้บริการกับใคร ก็ไม่มีสามารถจะให้บริการได้ แล้วจู่ๆ มีไอ้บ้าทหารอียิปต์ และยัยเด็กตัวแสบ ลูกของสถานกงสุลซูดาน เกิดติดโควิด-19 แล้วมาอาละวาดเดินไปเดินมาอยู่ในกรุงเทพมหานคร อีกคนหนึ่งอยู่ที่ระยอง ทำให้พี่น้องชาวระยองต้องลำบากมาก เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น

เอาล่ะ ทั้งหมดนี้ท่านผู้ชมจะเห็นว่านี่แค่เป็นจุดจุลภาคเล็กๆ ที่ให้เห็นว่าเริ่มจะขยายตัวใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ท่านผู้ชมจะเห็นแล้วว่าภายในไม่เกิน 1-2 เดือนข้างหน้านี้ สิงหาคม-กันยายน ท่านผู้ชมจะเริ่มเห็นคนว่างงานและตกงานกันมากขึ้น ท่านผู้ชมรู้ใช่ไหมครับว่าถ้าเรียนจบภาคการศึกษาของอุดมศึกษาในปีนี้ จะมีเด็กที่ว่างงาน ที่เรียนจบปริญญาตรีแล้ว ทั้งที่อยู่ว่างปัจจุบัน กับเด็กที่ว่างใหม่ 1 ล้านกว่าคน ท่านผู้ชม คนว่างงาน 1 ล้านกว่าคน ตายหรือไม่ตาย ไม่มีทางรอดเลย เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร แล้วผมก็จะโยงไปให้เห็นอีกเหมือนกันว่าทำไมทิศทางของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งกำลังจะไปได้ดี กำลังจะหยุดชะงัก แล้วงบฟื้นฟู 4 แสนล้าน ที่เขาคุยกันว่าจะเอามาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ผิดหมด เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมถึงผิดหมด เรากลับมาที่โลกก่อน


อังกฤษตอนนี้กำลังลำบากมาก สิงคโปร์ก็ลำบากมาก อเมริกาก็ลำบากมาก ญี่ปุ่น ระบาดเป็นครั้งที่ 2 แล้วตอนนี้ คำถามมีอยู่ว่า จำได้ไหมครับท่านผู้ชม นายอาเบะ บอกว่าปีหน้า มิถุนายน โอลิมปิกจะจัด ผมยังเชื่อว่าด้วยเหตุการณ์แบบนี้ นายอาเบะ จัดโอลิมปิกไม่ได้ เพราะถึงจัดได้ คำถามมีว่า จะมีใครไปบ้าง แล้วคนที่จะบินเข้ามาจากทั่วโลกเพื่อจะมาดูกีฬาโอลิมปิก ถ้ามาจากแอฟริกา มาจากบราซิล มาจากยุโรปที่ยังมีเชื้อติดค้างอยู่ ญี่ปุ่นจะว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นแล้ว โควิด-19 ก็คือนรกของการค้าการขาย คนที่เคยใช้ชีวิตปกติ จะใช้ไม่ได้ จะต้องหยุด ท่านผู้ชมครับ จำได้ไหมผมเคยเรียนท่านผู้ชมมาหลายครั้งหลายครา ผมบอกว่ายุคนี้มันไม่ใช่ยุค New Normal อย่างเดียว มันเป็นยุควิกฤต ท่านผู้ชมระมัดระวังตัวเอาไว้ เงินทองมีอยู่ เก็บเงินสดเอาไว้ อย่าไปเล่นหุ้น อย่าไปเก็งกำไร อย่าไปซื้อทอง อย่าไปโน่นอย่าไปนี่ อะไรถ้าไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ ก็ไม่ต้องซื้อ อะไรถ้าขายได้ ถ้าตอนนี้ยังพอขายได้ ขายไปเลย ถ้ายิ่งขายได้กำไรบ้างนิดหน่อย รีบขายทิ้งไปเลย ไม่ต้องหวงแหน ไม่ต้องไปเสียดาย ไม่ต้องไปรอว่าเดี๋ยวรออีกสักนิด เงินทองมันจะกำไรมากขึ้นกว่าเก่า หรือถึงแม้จะขาดทุนบ้างเล็กน้อย ก็ขายทิ้งมันไป กำเงินสดเอาไว้กับตัวเองดีที่สุด ท่านผู้ชม แล้วก็ใช้ชีวิตแบบปกติ ใช้ชีวิตอย่างสมถะ จริงๆ แล้วโควิด-19 นั้น ถ้าทั่วโลกคิดออก คิดเป็น ทั่วโลกสามารถที่จะหยุดยั้งวิถีทางเศรษฐกิจในลักษณะที่เป็นทุนนิยม กลับมาใช้ชีวิตแบบสมถะ

ท่านผู้ชมจำได้ไหมว่าตอนที่โควิด-19 เกิดขึ้น ทะเลสวย ปลาโลมาวิ่งกลับเข้ามา แม่น้ำใส อากาศอยู่บนท้องฟ้าเห็นเมฆชัดเจน ไม่เหมือนกับสมัยที่โควิด-19 ยังไม่มา มีแต่เมฆหมอก มีฝุ่นมีควันเต็มไปหมด คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมหาศาล ท่านผู้ชมครับ ผมถามว่า คุณภาพชีวิตนี้ท่านผู้ชมจะตีราคาเท่าไร ท่านผู้ชมตีไม่ได้หรอกราคานี้ คุณภาพชีวิตตรงนี้ บางครั้งเราอาจจะอยู่บ้านในสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี ถนนหนทาง รถราวิ่งน้อยลง กินข้าวที่บ้าน อยู่ที่บ้าน อยู่กับครอบครัว สมถะ ใช้จ่ายเงินทองเล็กน้อยเท่าที่จำเป็น ยังจะดีกว่าที่ให้เศรษฐกิจมันบูมแล้วมีอันตรายไปหมดทุกๆ จุด เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมอย่าประมาทเป็นอันขาด และผมเห็นแล้วว่า รอบนี้ถ้าญี่ปุ่นกลับมารอบสอง เกาหลีใต้ก็เริ่มมีประปรายแล้ว และก็พูดตรงๆ เราก็ยังไม่รู้อีกว่ากรณีของอียิปต์กับกรณีของเด็กซูดานนั้นจะมีปัญหาหรือเปล่า ท่านผู้ชมจำได้ไหม ไม่ใช่ที่สนามมวยอย่างเดียว ที่ พล.ต.ราชิต กลับมาจากอิตาลีแล้วทำให้เกิดการระบาดหนักตอนนั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือ จำได้ไหมครับ ที่มีพวกลูกไฮโซทั้งหลายที่เพิ่งบินกลับจากต่างประเทศ แล้วไม่ได้กักตัว แล้วไปเที่ยวผับบาร์ที่ทองหล่อ แล้วทำให้ติดขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นผมกำลังคิดว่าประเทศไทยไม่ใช่ต้องใช้ New Normal อย่างเดียว ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตในการใช้ชีวิต อาชีพบางอาชีพ ธุรกิจบางธุรกิจจำเป็นต้องพลิกผัน เปลี่ยน ผับ บาร์ อาจจะต้องเลิกได้ไหม หรือว่าการชุมนุมอะไรที่ใหญ่ๆ เลิกได้ไหม มาใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง อีกแนวหนึ่งที่เราจะต้องใช้กันต่อไป ท่านผู้ชมครับ นี่ก็เป็นเรื่องของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ และกำลังจะเลวร้ายลงต่อไป หลังจากที่ยอดผู้ป่วยไม่ได้ลดลงเลย ไม่ได้ลดลงเลยนะครับ ท่านผู้ชมครับ ทั่วโลกตายไปแล้ว 5 แสนกว่าคน ถ้าท่านผู้ชมอ่านประวัติศาสตร์ กลับไปย้อนหลังปี ค.ศ.ประมาณ 1920 หวัดสเปน ช่วงนั้นคนตายไป 50-60 ล้านคนทั่วโลก และตอนนั้นการเดินทาง การท่องเที่ยว เครื่องบินเจ๊ต ไม่มีเหมือนสมัยนี้ การสัมผัสกันไม่มีเหมือนสมัยนี้ สมัยนี้คนสเปนมาเที่ยวเมืองไทย คนไทยไปเที่ยวบาร์เซโลนา คนไนจีเรียมาเที่ยวเมืองจีน คนเมืองจีนไปเที่ยวทั่วโลก เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าไม่ระวัง แล้วโควิด-19 กำลังกลายพันธุ์อีกแล้ว โควิด-19 มีฉายาหมด มันมีรุ่น S รุ่น G รุ่น G1 รุ่น G2 มันบ้ากันไปหมดแล้วตอนนี้ เพราะว่าเชื้อโรคพวกนี้มันยังอยู่ในบ้านเรา มันยังอยู่ในโลกเรา และที่สำคัญที่สุดคำถามคือว่า วัคซีนที่ออกมานี้ สามารถจะรักษาโควิด-19 ที่มันกลายพันธุ์ได้หรือเปล่า




ถ้าสมมุติว่าเป็นโควิด-19 ที่เราเคยชิน ในเอเชีย วัคซีนรักษาได้ แต่ถ้าเกิดมีโควิด-19 อีกพันธุ์หนึ่งซึ่งไม่ได้มาจากเอเชีย แล้วมาระบาด ถามว่าต้องคิดวัคซีนขึ้นมาอีกชุดหนึ่งหรือเปล่า แล้วการใช้วัคซีนนั้น ผู้เชี่ยวชาญที่รู้เรื่องวัคซีนดี ก็เล่าให้ฟังว่าไม่ใช่ง่าย ลำบากมาก ไม่ใช่ง่ายๆ เลย เพราะฉะนั้นแล้ว วันนี้รักษาตัวเองให้ดีๆ ดูแลลูกหลานตัวเองให้ดีๆ ถึงแม้เขาจะไม่มีล็อกดาวน์แล้ว เขาจะให้ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ไปกินข้าวตามร้านต่างๆ หลีกเลี่ยงได้ให้หลีกเลี่ยง ท่านผู้ชมครับ เราต้องยอมรับอย่างหนึ่ง ในภาวะการณ์แบบนี้ เศรษฐกิจมันต้องตกแน่นอน แต่เราจะมีอนาคตอย่างไรบ้างในอนาคต เราจะใช้ชีวิตได้อย่างไรในช่วงชีวิตของโควิด-19 ที่กำลังรุกเร้าเราอยู่ และยังไม่ตายจากเราไป เราตอนนี้การ์ดตกมาก ในขณะนี้ ผมดูเดี๋ยวนี้อย่างน้อยที่สุดคนไทยก็ยังมีวินัยมากกว่าหลายประเทศ ผมเห็นคนไทยใส่หน้ากากกันเต็มไปหมดเลย จะออกไปข้างนอก ถึงจะมีเปอร์เซ็นต์ที่เริ่มไม่ใส่หน้ากากกันบ้างแล้ว แต่ผมคิดว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ เมื่อเทียบกับยุโรป หรือเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา คนเอเชียค่อนข้างที่จะมีวินัยในเรื่องนี้

ท่านผู้ชมครับ เรื่องของทหารอียิปต์ กับเรื่องของเด็กน้อยที่เป็นลูกสาวนักการทูตซูดานนั้น ผมจะไม่ลงรายละเอียด เพราะท่านผู้ชมโดยทั่วไปจะรู้เรื่องดีอยู่แล้ว โดยหลักๆ ผมจะเล่าจุดบางจุดที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเอาไว้ เอากรณีอียิปต์ก่อน เพราะกรณีอียิปต์นั้นเป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก


การที่เครื่องบินลำหนึ่งที่จะบินเข้ามาในประเทศไทย มันจะต้องเป็นระหว่างรัฐกับรัฐ ตอนนี้ ก็หมายความว่ากระทรวงการต่างประเทศของอียิปต์จะต้องติดต่อมาที่กระทรวงการต่างประเทศของไทย ขออนุญาตให้เอาทหาร เครื่องบินลำเลียง C-130 ที่จะบรรทุกคนดังต่อไปนี้ ทหารอียิปต์ในกรณีนี้ประมาณ 11 คน หรือประมาณเท่าไรผมไม่รู้แน่นอน แต่ว่าประมาณนั้นนะครับ มาลงที่ประเทศไทย โดยต้องแจ้งว่าเมื่อลงประเทศไทยแล้วจะต้องเดินทางต่อไปที่ไหน ท่านผู้ชมครับ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นประเด็นที่กระทรวงการต่างประเทศต้องพิจารณา เมื่อกระทรวงการต่างประเทศพิจารณาแล้ว ตามมารยาททางการทูตก็คือว่า ถ้าเขาขอมา เราก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปห้ามเขา ถ้าเราไม่ให้เขามา อีกหน่อยถ้าเรามีเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่างเช่นต้องส่งเครื่องบินไปรับคนไทยที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แล้วเราต้องไปลงที่ประเทศเขา หรือข้ามพรมแดนประเทศเขาไป บินข้ามไป เขาก็อาจจะไม่ให้เรา ก็คือเป็นมารยาทกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่เป็นจุดที่น่าสังเกตอย่างหนึ่ง เครื่องบินลำนี้มาลงที่อู่ตะเภา เนื่องจากเป็นเครื่องบินทหาร เขาก็อ้างว่าเครื่องบินทหารนั้นไม่สามารถจะบินไปตามเส้นทางการบินพาณิชย์ได้ ต้องบินอ้อม สมมุติว่าการบินไทยบินจากจุดนี้ไปจุดนี้ บินตรงไปอย่างนี้ได้ แต่เครื่องบินทหารอาจจะบินตรงไม่ได้ เพราะเป็นเส้นทางบินของสายการบินพาณิชย์ ก็อาจจะต้องอ้อมไปทางนี้ แล้วก็ไปลงตรงนี้


เอาล่ะ ตามข้อเท็จจริงที่สืบเสาะมา เครื่องบินลำนี้มาจอดที่อู่ตะเภา เติมน้ำมัน พอเติมเสร็จบินต่อไปที่ประเทศจีน คือเฉิงตู มณฑลเสฉวน เมื่อเข้าไปที่เฉิงตูแล้ว พอเครื่องบินจอดปั๊บก็คงจะติดต่อกันกับประเทศจีน ขอลง ประเทศจีนก็ให้ลง แต่เนื่องจากว่าเงื่อนไขของโควิด-19 ที่ประเทศจีนเขาเข้มงวดอย่างสุดๆ เขาก็เลยบอกว่า ทันทีที่คุณแตะพื้นดินของเฉิงตู คุณต้องถูกกักตัว 14 วัน ไม่มีข้อแม้ คุณจะอ้างว่าเป็นทหาร ไม่มี ไม่สำคัญ ต้องถูกกักตัวหมด ทำไมจีนถึงต้องเข้มงวดขนาดนี้ เพราะจีนตอนนี้กำลังกลัวมาก ถ้าท่านผู้ชมติดตามข่าวตลอดเวลา จะจำได้ว่ามีเชื้อโควิด-19 ติดมาในปลาแซลมอนที่มาจากนอร์เวย์ ท่านผู้ชม ปลาแซลมอนมันติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างไร ผมคิดไม่ออก ให้ตาย แล้วก็ยังมีเชื้อโควิด-19 ติดที่กุ้งแช่แข็งมาจากเอกวาดอร์ จีนในขณะนี้เขามีความเชื่อในหัวเขาว่าขณะนี้เขากำลังเจอสงครามชีวภาพอยู่ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Biological Warfare สงครามชีวภาพ เพราะเขามั่นใจว่ากรณีโควิด-19 ที่เกิดขึ้นที่อู่ฮั่นนั้น เป็นกรณีจงใจเอาเชื้อมาแพร่โดยผ่านคน เพราะฉะนั้นแล้ว เขาเจอประสบการณ์ที่ร้ายแรงมาก ก็คือสมัยที่มีการแข่งขันกีฬาทหารของโลกที่อู่ฮั่น แล้วมีทหารอเมริกาบินเข้ามาร่วม เสร็จเรียบร้อยแล้ว จู่ๆ อเมริกาก็เอาทหาร 4 คน บินกลับอเมริกาเลยโดยไม่มีเหตุผล ซึ่ง 4 คนนั้น เป็น 4 คนที่ติดเชื้อโควิด-19 มาแล้ว และอาการกำลังเริ่ม ก็เลยเอาบินกลับไป จีนก็เลยถามอเมริกามาตลอดว่า 4 คนที่คุณเอากลับ ให้ผมเจอตัวหน่อยได้ไหม เพราะถ้าเขาเจอตัว เขาเช็ก เขาก็สามารถที่จะโยงกลับไปได้ว่าเชื้อโควิด-19 ที่ติดของทหารอเมริกันคนนี้ มันติดจากที่ไหน อเมริกาคงกลัว ไม่อยากให้ตรวจสอบ เพราะถ้าตรวจสอบแล้วมันไม่ได้ไปติดที่อู่ฮั่น แต่ติดที่อเมริกามาก่อน ตายล่ะสิคราวนี้ อเมริกาก็จะกลายเป็นผู้ที่เผยแพร่เชื้อโควิด-19 นี้ จีนกลัวตรงนี้ ก็เลยไม่ให้ทหารอียิปต์ไปไหนเลย ก็คือถ้าคุณลงมา ได้ ถ้าคุณมีเอกสิทธิ์ กระทรวงการต่างประเทศของคุณติดต่อกระทรวงการต่างประเทศไทย แล้วคุณต้องเข้าไปกักกันในที่ๆ เขาเรียกว่า SQ : State Quarantine ก็คือสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ พวกนี้ไม่ยอม เมื่อไม่ยอม พอเติมน้ำมันเสร็จก็บินกลับมาลงที่อู่ตะเภา ที่เก่า ท่านผู้ชมอย่าพลาดนะ เขาบินจากอียิปต์มาลงอู่ตะเภา เติมน้ำมัน แล้วบินไปเฉิงตู พอไปเฉิงตู จีนไม่ให้ลงจากเครื่องบิน ถ้าลงจากเครื่องบินต้องกักกัน 14 วัน เขาไม่ให้กักกัน ก็เลยต้องบินกลับมาอู่ตะเภาอีกทีหนึ่ง พอบินลงอู่ตะเภาคราวนี้ก็ลันล้า เป็นทหารนี่ เอาล่ะ ไปกักตัว ก็ไปกักที่โรงแรมที่ระยอง เป็นความโชคร้ายของคนระยองมาก และเจ้าของโรงแรมด้วย และนักธุรกิจ


เอาล่ะสิ คราวนี้ก็ออกเพ่นพ่านล่ะ ขนาดเจ้าหน้าที่จะไปตรวจวัดอุณหภูมิโน่นนี่ ยังไม่ยอมให้ตรวจวัด อ้างว่าเป็นทหารอียิปต์ ทหารนี่มันทุกชาติเลยนะ มันเต๊ะจุ๊ยกันหมดเลยนะ ไม่ว่าจะชาติไหนก็ตาม ผมก็ไม่เข้าใจ ขี้เบ่ง เบ่งจริงๆ ในที่สุดแล้วต้องใช้ทูตอียิปต์เข้ามาเจรจา ถึงยอมให้ตรวจวัดอุณหภูมิ แต่ไม่ได้กัก 14 วัน ออกมาเที่ยวเตร่ ไปที่โน่นบ้าง ไปที่นั่นบ้าง แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังถึงผลที่มันเกิดขึ้น นี่คือข้อแรก

อันที่สอง ลูกสาวของทูตซูดาน มีเชื้อโควิด-19 อยู่แล้วในตัว ลงที่สุวรรณภูมิ แล้วก็ตรวจเจอด้วย พอตรวจเจอแล้วเขาก็อ้างเอกสิทธิ์ทางการทูต เอาไปกักกันที่ๆ เขามีข้อตกลงกันว่ากักกันได้ที่บ้าน ทำไมกักกันที่บ้านได้ ? ก็เพราะว่ามารยาททางการทูตก็คือว่า สามารถกักกันที่สถานทูต หรือกักกันที่พักของทูตได้


ตามผมมานะท่านผู้ชม ผมจะชี้ให้เห็นว่าจุดอ่อนมันอยู่ที่ไหน ก็ปรากฏว่าเด็กคนนี้ก็ออกท่องสิ ท่องไปโน่น ท่องไปนี่ ไปสัมผัสอันโน้น ไปสัมผัสอันนี้ เหมือนครั้งหนึ่งในเกาหลีใต้ มีผู้หญิงเกาหลีใต้คนหนึ่งติดเชื้อโควิด-19 มันเที่ยวทั่วเกาหลีเลย ทำให้เกาหลีติดเชื้อกันเต็มไปหมด เด็กคนนี้ก็เช่นกัน เอาล่ะ ทีนี้ก็เลยมาเถียงกันล่ะคราวนี้ เถียงกันว่า ใครต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ? ผมคิดว่า ศบค.เขารู้อยู่แล้วว่าเขามีข้อยกเว้นอะไรบ้าง ยกเว้น VIP คำว่า VIP คือใครล่ะ ก็แล้วแต่คุณจะให้คำจำกัดความ VIP อาจจะเป็นพลเอกสักคนหนึ่ง VIP อาจจะเป็นผู้มีตำแหน่ง อย่างเช่นเป็นพลตำรวจโท พลตำรวจเอก หรือ VIP อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ทางการทูต เอาล่ะ จะเป็นใครก็ตาม ไม่สำคัญ ที่สำคัญที่สุดก็คือว่า กระทรวงการต่างประเทศต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่มีเรื่องมาจนถึงวันนี้ พี่ดอนของผม ดอนเฮ้าเลี่ยนของผม ไม่พูดสักคำเลยแม้แต่นิดเดียว นิ่งสนิท กบดานนิ่งเงียบ จริงๆ ข้อผิดพลาดอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ ท่านผู้ชมไม่ต้องไปโทษ ศบค. ท่านผู้ชมไม่ต้องไปโทษใครทั้งสิ้น


ตอนนี้ก็มีอดีตทูตบางคนออกมาปกป้องกระทรวงการต่างประเทศ บางคนก็บอกว่ามันเป็นมาตรฐานสากล มันเป็นกฎหมายสากล ผมเข้าใจ ผมไม่ได้กินแกลบ ผมไม่โง่ ผมรู้อยู่แล้วว่าลักษณะการทูตคือต่างตอบแทน ก็คือ คุณไปที่บ้านผม คุณทำอะไรได้ ผมไปบ้านคุณ ผมทำอะไรได้ ผมเอาของเข้ามาจากประเทศไทย จากประเทศไทยไปที่อเมริกา เนื่องจากผมใช้เอกสิทธิ์ทางการทูต ศุลกากรที่อเมริกาไม่มีสิทธิที่จะมาเปิดของๆ ผม เพราะนี่คือสิทธิทางการทูต ฉันใดฉันนั้น ผมเข้าใจตรงนี้ดี แต่ปัญหาที่กระทรวงการต่างประเทศไม่เคยคิด ก็คือ โควิด-19 มันไม่มีเชื้อชาติ มันไม่มีสัญชาติ มันไม่มีรัฐบาล และมันไม่สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว หรือภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า ไม่สน a dam ว่าคุณจะมีเอกสิทธิ์ทางการทูตหรือไม่ มันติดกันได้หมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศควรจะทำตั้งแต่ต้น กระทรวงการต่างประเทศจะต้องแจ้งให้กับทุกประเทศในโลกนี้ ว่าถ้าท่านจะใช้เอกสิทธิ์ทางการทูตบินมาประเทศไทย เข้ามาในประเทศไทย สิ่งที่ท่านต้องทำก็คือ ท่านจะต้องถูกกักกันในสถานที่ที่รัฐจัดให้ ตามกติกา ไม่มีข้อยกเว้น แล้วข้อนี้จะเป็นข้อที่ปฏิบัติเหมือนกัน เท่าเทียมกันหมด

คำถามมีต่อว่า ถ้าอย่างนั้น ถ้าเราไปประเทศอียิปต์ ถ้าเรากักกันคนอียิปต์ กักกันคนซูดาน หรือกักกันคนอเมริกา ให้อยู่ในสถานที่กักกัน 14 วันแล้ว ถ้านักการทูตของเรา รัฐมนตรีของเรา จะเดินทางไปที่ประเทศต่างๆ เหล่านั้น เขามีสิทธิ์กักกันพวกเราไหม ? คำตอบ เขามีสิทธิ์ ไม่ผิด เพราะเรากักกันเขา เขาก็มีสิทธิ์กักกันเรา คำถามก็คือว่า คุณก็พิจารณาสิว่าคุณจะไปไหมถ้าคุณถูกกักกัน ก็ไม่ต้องไปสิ มีธุรกิจอะไรต้องติดต่อ ก็วิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กัน ไปทำไม แต่ที่เราต้องออกมาตรการนี้เพราะเราต้องปกป้องประเทศเราก่อน คุณดอน ปรมัตถ์วินัย เข้าใจหรือไม่ ดอนเฮ้าเลี่ยน


เพราะฉะนั้นแล้ว ความผิดพลาดตรงนี้ผมต้องโยนให้กระทรวงการต่างประเทศเต็มๆ เพราะกระทรวงการต่างประเทศจะต้องร่างกติกานี้ให้ชัดเจน แล้วแจ้ง ศบค.ว่า ในกรณีที่เป็นเจ้าหน้าที่ทางการทูต หรือเป็นแขกของรัฐบาล ไม่แคร์ ในเมื่อมันมีโควิด-19 โรคระบาดอย่างนี้ จะมาเยือนอะไรกัน ไม่ต้องมาเยือน และประเทศไทยก็ไม่ควรจะไปเยือนใครด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องแจ้งให้ทราบว่า ใครก็ตามที่จะมา จะเป็นเอกอัครราชทูต จะเป็นอุปทูต จะเป็นอะไร ทูต หรือขี้ทูตอะไรก็ตาม ขอให้เป็นคำว่าทูตที่มีเอกสิทธิ์ จะต้องไม่มีเอกสิทธิ์เรื่องโควิด-19 ทุกอย่างต้องเหมือนที่จีน ตรงนี่้ต่างหากที่ผมบอกว่าเป็นข้อผิดพลาดของกระทรวงการต่างประเทศ แต่กระทรวงการต่างประเทศไทยมักจะเป็นคนขี้เกรงใจ ไม่ได้ ผิดมาตรฐานทางการทูต มารยาททางการทูต โธ่! ผมขี้เกียจใช้คำว่าสันขวาน ประเทศไทยต้องปกป้องสิทธิของประเทศไทยก่อน ปกป้องประชาชน

คนไทยที่ระยองเขาผิดไหม เขาทำมาหากินสุจริต แล้วพวกคุณงี่เง่าแบบนี้ หรือคนไทยที่ถูกลูกสาวของทูตซูดานไปสัมผัสตัวหรือไปโดน สามเสนวิทยาลัยยังต้องปิดเลย 3-4 วัน เขาผิดไหม เขาไม่ผิด พวกคุณผิดอย่างเดียว คือพวกคุณไม่คิดให้รอบคอบ เอะอะอะไรก็บอกว่าเขามีเอกสิทธิ์ทางการทูต อันนี้ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นแล้วผมจะชี้แจงให้ท่านผู้ชมฟัง งานนี้อย่าไปด่า อย่าไปว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ท่านไม่เกี่ยว ท่านจะเกี่ยวอยู่เรื่องเดียวเท่านั้นเอง ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ อีก 5 วัน ทหารที่ท่านส่งไปฝึกที่ค่ายทหารมลรัฐฮาวาย กำลังจะบินกลับมา 140 กว่าคน แต่ท่านประกาศชัดเจนแล้วนะ ท่านจะเอาเข้ามาในโรงแรมเลย กักกันไว้ 14 วัน ก็โอเค ถูกต้อง ทุกวันนี้อย่าไปด่า และจริงๆ แล้วงานนี้ท่านนายกฯ ต้องเรียนนายดอน ปรมัตถ์วินัย มาตำหนิว่าทำไมไม่คิดให้รอบคอบ

นายดอนทำอะไร จำได้ไหมท่านผู้ชม สมัยที่กาเซ็ม โซไลมานี นายพลอิหร่าน ถูกโดรนอเมริกันถล่มตายที่อิรัก แล้วปรากฏว่านายดอน เป็นคนที่ออกมาให้สัมภาษณ์ เฮ้าเลี่ยน บอกว่าอเมริกาแจ้งเขาก่อนที่จะยิง 1 วัน แล้วตอนหลังพอโดนถล่มหนักเข้าไป ก็เลยเก็บเงียบ ไม่ยอมพูดไม่ยอมจาเลย คุณดอนเป็นคนที่ใกล้ชิดอเมริกามาก ทางตะวันตก ผมไม่อยากจะพูดว่าคุณดอนเป็นคนของอเมริกา รักษาผลประโยชน์ของอเมริกา ไม่ได้คำนึงว่าภูมิรัฐศาสตร์ของโลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ยังมุ่งมั่น ผมหวังว่าถ้ามีการปรับ ครม.ครั้งนี้ คนที่ขึ้นมาแทนคุณดอน ได้ข่าวว่าจะเป็นปลัดกระทรวงหญิง ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งความเห็นส่วนตัวนะครับ ท่านปลัด ผมกราบเลย อย่ามาเป็นเลย อยู่เป็นปลัดต่อไปดีกว่า เกษียณอายุในฐานะปลัด ไม่คุ้มหรอกครับรัฐบาลชุดนี้ ถ้ามาเป็น อยู่เงียบๆ เพียงแต่ว่าทำงานใช้สตินิดหนึ่ง อย่าเอะอะอะไรก็มาตรการทางการทูต มาตรการทางการทูต

ท่านผู้ชมครับ เรามาดูกันนิดหนึ่ง ตอนที่คุณดอนพูดเรื่องเกี่ยวกับอเมริกาแจ้งให้เขาได้ทราบว่ามีการฆ่านายพลกาเซ็ม 1 วันก่อนที่จะฆ่า แล้วก็ปรากฏว่าตอนหลังคุณดอนเงียบไป ทำให้ประเทศไทยหน้าแตกเป็นริ้วรอย ท่านนายกฯ ท่านก็เงียบ ท่านก็ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้น ท่านไม่ตำหนิอะไรคุณดอนทั้งสิ้น ท่านแฮปปี้ ท่านชอบคุณดอน ท่านก็เก็บเงียบ เหมือนกับกรณีนี้เหมือนกัน ท่านก็เงียบ ท่านก็ไม่พูด ท่านก็ไม่พูดเลยแม้แต่นิดเดียว และ ศบค. ก็ต้องถามความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศว่า ทูต จะเอาอย่างไร เพราะถ้าถาม ศบค. คนที่ทำงานอยู่ ศบค. เขาจะบอกว่าอย่างไรรู้ไหม ? ศบค.เขาอยากจะกักทุกคน จะเป็นแขก จะเป็นฝรั่ง จะเป็นอียิปต์ จะเป็นอาหรับหรืออะไร เขาขอกักทุกคนหมดเลย ไม่สนใจ


แต่เนื่องจากว่าเขาติดในเรื่องของเอกสิทธิ์ทางการทูต เขาก็เลยถาม เขาต้องถามไปทางกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ที่จะต้องแจ้งให้ทราบว่าในกรณีเช่นนี้ กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าควรจะกัก ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น และกระทรวงการต่างประเทศต้องทำหน้าที่ชี้แจงไปที่ทุกประเทศที่กระทรวงวการต่างประเทศมีสัมพันธภาพอยู่ ว่าถ้าท่านเข้ามา ท่านต้องเจออย่างนี้ๆ นะ เช่นกัน พวกผมเข้าไปประเทศของท่าน พวกผมก็ต้องเจออย่างนี้ๆ ผมยินดี แต่ขอให้ทราบว่าตอนนี้เรื่องโควิด-19 เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่มีความสามารถที่จะช่วยอะไรได้เลย ต้องเข้ามาแล้วกักกันอยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดให้ นี่คือข้อบกพร่องของกระทรวงการต่างประเทศ

ท่านผู้ชมครับ แล้วเรารู้ไหม กรณีทหารอียิปต์ พนักงานโรงแรมและคนขับรถ 9 คน ต้องหยุดงานไป คนเดินห้างแหลมทอง ช่วงเวลาเดียวกัน 394 คน กรณีลูกสาวทูตซูดาน คนใกล้ชิด 5 คน คนขับรถตู้ 2 คน คนใช้ลิฟต์ในคอนโดฯ One X ที่ทูตซูดานอยู่ 15 คน ท่านผู้ชม ผลกระทบ โรงเรียน 127 แห่งในระยอง ต้องปรับกลับมามีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ พ่อแม่ผู้ปกครองต้องอยู่เฝ้าลูกหลานแทนที่จะได้ออกไปทำมาหากิน ผลกระทบ ห้างแหลมทอง ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ต้องปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคแบบ Big Cleaning เพิ่งเปิดบริการตามปกติเมื่อวานนี้เอง 16 กรกฎาคม

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลระยองปิดทำความสะอาดทั้งหมด เปิดเมื่อวาน 16 กรกฎาคม 2563 โรงแรมดี วารี ดีว่า เซ็นทรัล ระยอง ต้องปิดทำการโรงแรมโดยไม่มีกำหนด อย่างต่ำไม่น้อยกว่า 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม เพื่อทำความสะอาด อบโอโซนฆ่าเชื้อโรคในทุกพื้นที่ของโรงแรม ส่วนพนักงานโรงแรมให้หยุดปฏิบัติงานโดยทันที และเข้ารับการตรวจคัดกรอง รวมถึงแยกตนเองเพื่อเฝ้าดูอาการจนครบ 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-28 กรกฎาคม ลูกค้าที่จองห้องพักระหว่าง 14-28 กรกฎาคม ให้เปลี่ยนวันพักหรือขอเงินคืน ผลกระทบหรือท่านผู้ชม นี่เอาแค่นี้ก่อน ขอโทษนะท่านผู้ชม ฉิบหายกันเป็นแถวเลย เพียงเพราะทหารอียิปต์งี่เง่า และเพียงเพราะการละเว้นที่ทำให้เกิดการปล่อยปละละเลยแบบนี้ เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวระยองพังพินาศหมดเลย

14 กรกฏาคม 2563 เมื่อ 2-3 วันที่แล้ว นางอนุชิดา ชินศิรประภา ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดระยอง และเจ้าของโรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์ทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวระยองที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว หยุดชะงัก ลูกค้าโรงแรมตนโทรศัพท์มายกเลิกจองห้องพักไปแล้ว 90 เปอร์เซ็นต์ เกาะเสม็ด เคยมีคนจองเอาไว้แล้ว ตอนนี้ 0 เอ้า! กระเทือนมาถึงกรุงเทพฯ ตรงไหน ? โรงเรียนในกรุงเทพฯ หลายแห่งปิดเรียน โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ปิด 3 วัน หลังพบว่ากลุ่มทูตซูดานเข้าพักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงสถานศึกษา โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปิด 1 เรียน และปรับเรียนออนไลน์ หลังพบว่ามีนักเรียนชั้น ม.2 คนหนึ่งกับครอบครัวไปพักโรงแรมที่ระยอง วันเดียวกับที่ทหารอียิปต์พัก

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม เมื่อสองวันที่แล้ว โรงเรียนอุทัยวิทยาคม อ.เมืองอุทัยธานี ท่านผู้ชม อุทัยฯ กับระยอง โรงเรียนขนาดใหญ่ของจังหวัดซึ่งเปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 มีนักเรียนและผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องประมาณ 2,000 คน ต่างพากันตกใจกันไปทั่ว เมื่อมาส่งลูกหลาน ปรากฏว่าโรงเรียนปิด เพราะโรงเรียนได้ข้อมูลมาว่ามีคนในครอบครัวของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 คนหนึ่ง ซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน ได้ไปพักโรงแรมเดียวกับคณะทหารอียิปต์ที่ จ.ระยอง ทำให้ผู้บริหารโรงเรียน สาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี และผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธาน จำเป็นต้องสั่งปิดโรงเรียนเป็นการชั่วคราว 3 วัน

ท่านผู้ชมสังเกตไหม ท่ามกลางความวุ่นวายและความลำบากของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยที่ไม่ใช่เป็นความผิดของพวกเขาเลย ท่านผู้ชมสังเกตไหมว่า พี่น้องประชาชนที่อยู่ตามจังหวัดต่างๆ โรงเรียนเอย โน่นนี่นั่น เขาบริหารจัดการป้องกันโรคโควิด-19 ได้ดีมาก พอเขารู้ว่าเด็กคนนี้ ผู้ปกครองไปพักโรงแรมที่ระยอง โรงเรียนเดียวกับทหารอียิปต์ สั่งปิดโรงเรียนเลย นี่ต้องชมเชยเขานะท่านผู้ชม ต้องชมเชยเขาจริงๆ นี่ผมยังไม่รู้นะ ผมคิดว่าน่าจะยังมีผลพวงที่จะข้ามมาอีกระยะหนึ่งในเรื่องของเด็กซูดาน ที่เดินท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ได้ข่าวว่าไปหลายจุดเหลือเกิด กำลังจะมาอีกท่านผู้ชม เห็นหรือยัง เพียงเพราะความละเลย เฉยเมย ไม่ใช้สติในการพิจารณา ใช้ระดับ VIP ตลอดเวลา และไม่มีข้อยกเว้น

ท่านผู้ชมครับ ความเจ็บปวด ข้อเท็จจริงอันเจ็บปวดอีกข้อหนึ่ง ท่านผู้ชมรู้ไหม VIP จริงๆ นี่นะ เอากันจริงๆ เลยนะ คนไทยนี่ล่ะ พวกผู้หลักผู้ใหญ่ พวกผู้มีอำนาจทั้งหลาย ลูกหลาน พวกมันทั้งหลายนี่คือ VIP พวกนี้ พอลงสนามบินสุวรรณภูมิปั๊บ เอาตัวออกๆๆ ก็ไปพูดกับเจ้าหน้าที่ว่าผมจะไปกักกันที่บ้าน กักกันที่บ้านอะไรกัน พอไปถึงบ้าน มันกิน มันเที่ยว มันก็เรียกเพื่อนฝูงมาหา เสร็จเรียบร้อยพอกลางคืนก็นัดเพื่อนไปเที่ยวกันต่อ เมื่อไร ? ท่านนายกรัฐมนตรี เราถึงจะมีความเท่าเทียมกัน โรคโควิด-19 ประชาชนทนอด อดทน ทำตามที่ท่านนายกฯ ขอมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว หลายคนตกงาน หลายคนลำบาก เขาอดทนเพื่อที่จะให้ประเทศชาติดีขึ้น แต่ท่านนายกฯ มาขอโทษเฉยๆ โดยที่ท่านนายกฯ ไม่ลงมือจัดการหาคนรับผิดชอบ ไม่ถูกต้อง ท่านนายกฯ ไม่ถูกต้องเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าอย่างนั้นอีกหน่อยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ท่านก็ออกมาขอโทษ แล้วก็จบสิ ท่านก็รู้ใช่ไหมว่าท่านไประยองงวดนี้ เขาจัดคนมาเชียร์ท่าน แต่คนที่ต้านท่านมีเยอะกว่า แล้วเขาก็จัดเจ้าหน้าที่ไปกำราบคนที่ต้านท่าน คนที่ต้านท่านเขาไม่ได้เกลียดท่านนะ ท่านอย่าเข้าใจผิด เขาชอบท่าน แต่เขารับไม่ไหวกับการซึ่งท่านมาแค่ขอโทษเฉยๆ ถ้าท่านบอกว่าท่านขอโทษ และท่านจัดการแล้ว จัดการอย่างไร ไม่ใช่มาแค่บอกยกเลิก VIP ท่านต้องสืบเสาะว่าใครตัวการ แล้วประกาศลงโทษตัวการนี้ว่าคุณทำให้ชาวระยองเขาเดือดร้อนทั้งจังหวัด ทั้งจังหวัด ลามมาจนถึงอุทัยธานี ลามมาจนถึงโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ลามมาจนถึงห้างสรรพสินค้าแหลมทอง ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลที่ระยอง ไม่ใช่ขอโทษเฉยๆ แล้วท่านก็ปล่อยข้าราชการประจำไป เหมือนกับที่ท่านเคยปล่อยคุณดอนไปตลอดเวลา ท่านต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่างนะครับ


วันนี้จำเป็นต้องพูดในเรื่องของการลาออกของ "สี่กุมาร" ผมไม่รู้ว่าใครไปตั้งว่า สี่กุมาร เหมือนกับพวกนักการเมืองเขี้ยวลากดิน เห็นพวกคนที่ทำงานอยู่กับ ดร.สมคิด เป็นคนที่ไม่เชี่ยวชาญทางการเมือง ก็เลยเรียกกุมาร ก็มีรัฐมนตรีฯ คลัง คุณอุตตม รัฐมนตรีฯ พลังงาน คุณสนธิรัตน์ รัฐมนตรี อว. ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ และคุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ ทีนี้จะเรียกรวมคุณสมคิดเข้าไปด้วยก็คงไม่ไหว เพราะคุณสมคิดคงเป็นกุมารแก่ไปแล้วตอนนี้ แต่เอาเถอะ ท่านผู้ชมคงจะรู้เรื่องดีว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ 4 คนนี้ลงทุนสร้างพรรคพลังประชารัฐขึ้นมา ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีความรู้เรื่องการเมืองเลย แต่จำเป็นต้องทำพรรคพลังประชารัฐ เพื่อชูนโยบายประชารัฐที่พวกนี้เป็นคนคิดขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ลงไปถึงรากหญ้า แล้วคนพวกนี้ก็ใช้พลังประชารัฐนี่ล่ะ พูดง่ายๆ ว่าเป็นพรรคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เพียงแต่ตอนนั้นยังมีความเหนียมอายกันบ้าง ไม่กล้าเปิดตัว ไม่เหมือน พล.อ.ประวิตร ซึ่งท่านเปิดตัวไปแล้วว่าเป็นหัวหน้าพรรค ตอนนี้


ตอนนั้นก็เลยให้อุตตม เป็นหัวหน้าพรรค สนธิรัตน์ เป็นเลขาธิการพรรค แล้วคนพวกนี้ก็ดำเนินการ ก็เป็นที่รู้กันภายในวงใน หรือคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองว่าพรรคนี้่ล่ะเป็นพรรคของลุงตู่


ด้วยเหตุคำว่า พรรคนี้เป็นพรรคของลุงตู่ และทุกคนก็ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ก็เห็นว่าจริงว่าเป็นพรรคของลุงตู่ ก็เลยสร้างความเย้ายวนใจ ก็เลยทำให้บรรดานักการเมืองทั้งหลาย ทั้งเขี้ยวลากดิน ทั้งเขี้ยวไม่ลากดิน พวก กปปส.บางคน ก็สามารถที่จะเข้ามาในที่นี้แล้วก็มาชูลุงตู่ ขายลุงตู่ เพื่อให้ตัวเองได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ก็แน่นอนที่สุด ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ในที่สุดก็สำเร็จสมประสงค์


ถึงแม้ว่าจะมีหลายคนที่เข้ามา จะมีประวัติที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน พรรคโน้นพรรคนี้มาก่อน แต่ก็ไม่เป็นไร ทุกคนก็หวังว่าเมื่อเข้ามาแล้วก็จะได้เสพสุข เสวยอำนาจกัน แล้วปรากฏว่าในการแต่งตั้งรัฐมนตรีครั้งแรกนั้น ท่านผู้ชมรู้ไหมครับ จุดแตกหักที่เริ่มต้นและยังเป็นจุดที่อ่อนไหวที่สุดจนกระทั่งทุกวันนี้ คือตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แก๊งของคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่รีรออยู่ว่าจะมาร่วมพรรคพลังประชารัฐดีหรือไม่ ดูเหตุการณ์ก่อน คนที่ลึกซึ้งที่สุดไม่ใช่คุณสุริยะ แต่เป็นคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นคนปากปราศรัยน้ำใจเชือดเฉือนที่แท้จริง เพราะฉะนั้นคุณสมศักดิ์ก็เลยดูเหตุการณ์ก่อนว่าพรรคพลังประชารัฐไปได้จริงหรือเปล่า กระแสนิยมเป็นอย่างไร และในที่สุดก็รู้ว่าการชูลุงตู่ทำให้พรรคพลังประชารัฐจะได้เป็นรัฐบาลแน่นอน บวกกับ ส.ว.เทวดาอีก 250 เสียง ในที่สุดสมศักดิ์ กับสุริยะ ก็เลยเอาพรรคพวกตัวเอง ซึ่งตอนนั้นก็อ้างว่ามีกลุ่มสามมิตร ก็คือมีสมคิด มีสมศักดิ์ มีสุริยะ ซึ่งตอนหลังเหลือแค่สองมิตร แล้วคุณสมศักดิ์ก็มาอ้างว่ามีแค่สองมิตรเอง ไม่มีสมคิด ก็เพราะว่ามันแตกหักกันแล้ว ก็ไม่มีน่ะสิ แต่ตอนนั้นก็พึ่งบุญบารมีของสมคิดที่จะเข้ามาร่วมด้วย เอาล่ะ ไม่เป็นไร

ตั้งแต่แรกสุดเลย สุริยะยืนยัน ออกมายืนยันนั่งยืน ถึงกับแถลงการณ์ออกมาเลยว่าไม่พอใจที่ตัวเองไม่ได้นั่งกระทรวงพลังงาน จนในที่สุดก็เลยถูกสยบ ลุงตู่ก็ไปพูดจาจนกระทั่งสุริยะยอมมานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนสมศักดิ์นั้น ใจใฝ่ฝันที่จะมานั่งกระทรวงเกษตรฯ เพราะยังติดใจโคล้านตัวอยู่ แต่เผอิญประชาธิปัตย์ขอแรงมาก ขอเกษตรฯ และพาณิชย์ ก็เลยจำเป็นต้องมาลงที่กระทรวงยุติธรรม แต่ไม่เป็นไร


เหตุการณ์ก็เดินไปเรื่อยๆ ในระหว่างนั้นสุริยะยืนยัน นั่งยัน ทำให้ทุกคนรับรู้ไปหมดเลยว่าตัวเองอยากจะนั่งกระทรวงพลังงาน เพราะตัวเองเคยนั่งกระทรวงพลังงานมาก่อน ในขณะเดียวกัน หลายคนที่อยู่ในรัฐบาลชุดนี้ พวก กปปส.บางคนก็แสดงอาการว่าอยากจะนั่งพลังงาน พลังงานมันก็เลยกลายเป็นขนมเค้กที่หอมหวานที่ทุกๆ คนอยากเข้ามา เพราะว่ามันมีผลประโยชน์เยอะ เยอะมาก แต่ก็ปรากฏว่าสนธิรัตน์ก็ทำงานพลังงานมาได้ดี ผลงานออกมาได้ดีมากพอสมควร อย่าลืมนะท่านผู้ชม การลดค่าไฟ ถ้าไม่ใช่สนธิรัตน์นั่งอยู่ตอนนั้น ค่าไฟในช่วงโควิด-19 ก็ไม่ได้ลดแบบนั้น ประชาชนก็ต้องลำบากยากเย็นต่อไป ก็ต้องอดทนกับ 3 เปอร์เซ็นต์ ที่เขาเสนอมาว่าจะลดแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มีว่า 3 เดือนแรกเท่านี้ ใช้ไม่เกินเท่านี้ ฟรี ไม่มี


ท่านผู้ชมครับ การเมืองมันเป็นเรื่องของมันอย่างนี้ เมื่อคุณตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา แล้วคุณไม่มีฐานเสียง ซึ่งพวกสี่กุมารไม่มีฐานเสียง จะมีฐานเสียงได้อย่างไร เขาไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ เขาเป็นนักวิชาการ เป็นมืออาชีพ เขาทำงานมา เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีฐานเสียงแล้ว มันก็ไม่มีการดูแล ส.ส. ก็เลยจะมีกลุ่มในพรรคที่มีหลายกลุ่มดูแล ส.ส. ส.ส.ดูแลอย่างไร ? บางคนให้เดือนละแสน บางคนให้เดือนละสองแสน ส.ส.ไปของาน ขอโน่นขอนี่ทำ ขอโครงการขอโน่นขอนี่ ก็ให้กัน แต่เผอิญสี่กุมารนี้ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรทั้งสิ้น มีหน้าที่ทำงานอย่างเดียว ก็เลยเป็นที่หมั่นไส้กันขึ้นมา พอหมั่นไส้กันขึ้นมาแล้วก็พยายามจะหาทางล้มสี่กุมารนี้มาตลอด ก็ล้มได้ตอนที่เอาบารมีของ พล.อ.ประวิตร ทำให้กรรมการบริหารพรรคทุกคนต้องลาออก เมื่อลาออกแล้วมันก็เป็นโมฆะแล้วสิ ก็ต้องเลือกกันใหม่ เรื่องราวต่างๆ ไม่จำเป็นต้องเล่าให้ฟังแล้ว สรุปแล้วมันก็เป็นอย่างนี้


พอเลือกขึ้นมาใหม่ปั๊บ ก็เลยจำเป็นที่จะต้อง ทำอย่างไรล่ะที่จะให้สุวิทย์ สนธิรัตน์ อุตตม ออกให้ได้ รวมทั้งสมคิดด้วย 4 คน ออกให้ได้ 4 ตำแหน่ง ตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ตำแหน่งรัฐมนตรีฯ คลัง ตำแหน่งรัฐมนตรีฯ พลังงาน และตำแหน่งรัฐมนตรีฯ อว. โอ้โหตั้ง 4 ตำแหน่ง ถ้าปรับใหญ่ก็อาจจะรวมอิทธิพล คุณปลื้ม ออกไปอีกคนหนึ่ง เทวัญ ลิปตพัลลภ ของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ซึ่งมี ส.ส.อยู่แค่ 2-3 คน ออกไปอีกคน พี่ดอนเฮ้าเลี่ยนของผม ก็จะออกไปอีกคน 7 ตำแหน่งท่านผู้ชม พวกนี้คึกกันมาก พล.อ.ประยุทธ์ ก็พยายามจะแสดงออกให้โซเชียลมีเดีย หรือสังคมเห็นว่า ยังไม่ปรับตอนนี้ การปรับอยู่ที่ผม "การปรับอยู่ที่ผม" แต่ในเบื้องลึกเบื้องหลังแล้ว ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ 4 ท่านนี้ มีความขัดแย้งกันในบางระดับ ในบางจุด ในบางจุดที่ผมรู้มา ถึงขั้นที่เรียกว่า ในบางเวลา พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงออกเลยว่าไม่ไว้ใจคุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เคยพูดกันให้ได้ยินเลยว่า ได้ข่าวว่าคนในกระทรวงพลังงานเอาโรงไฟฟ้าไปเร่ขาย สนธิรัตน์ไม่พูดสักคำ กัดฟันกรอด เพราะเขาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง แต่เขาไม่รู้จะพูดอย่างไร แล้วท่านนายกฯ ก็ตำหนิสนธิรัตน์ไป


ทีนี้พอโดนกดดันทางการเมืองมากๆ ขึ้น ทั้ง 4 คนก็เลยมีความคิด รวมทั้งสมคิดด้วย ว่าเราไปกันดีไหม ก็เลยเป็นขั้นตอนว่า ขั้นตอนแรก อย่าเพิ่งไป ยื่นใบลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ เมื่อตัวเองไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้ว ก็ไม่ควรที่จะมากดดันตัวเองอีก ต้องไปกดดันนายกฯ ก็ปรากฏว่าทางฝ่ายตรงกันข้ามก็ใช้สิระ เจนจาคะ นักบู๊ มาโวยวายว่าถึงแม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่ 4 ตำแหน่งนี้เป็นโควตาพรรคพลังประชารัฐ ไปๆๆ ไล่เขาเป็นหมูเป็นหมา โดยไม่ได้ดูว่า 4 ปีที่ผ่านมา 4 คนนี้ทำงานอะไรให้ชาติบ้านเมืองบ้าง ในขณะซึ่งคุณสิระ เจนจาคะ ไม่ได้เคยทำอะไรให้ชาติบ้านเมืองได้เลยแม้แต่นิดเดียว หรือคุณชัยวัฒน์ คุณชัยวุฒิ ที่รับงานมา

คือจะมีหน้าม้า 3-4 คน รับงานมาไล่คนพวกนี้ คนพวกนี้ก็นั่งแล้วก็ดูใจ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเอาอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ก็ปกป้องได้ระดับหนึ่ง ก็คือบอกว่าผมไม่ปรับหรอก ถ้าจะปรับ ครม. ต้องให้ผ่านงบประมาณก่อน "ต้องให้ผ่านงบประมาณก่อน" มิหนำซ้ำยังมีการส่งสัญญาณ ใครก็ไม่รู้ส่งสัญญาณมาว่ายังไงรัฐมนตรีฯ คลังก็ไม่ปรับ พลังงานก็ไม่ปรับ อาจจะปรับเฉพาะสุวิทย์ เมษินทรีย์ คือข่าวลือมันเยอะท่านผู้ชม การเมืองมันเล่นกันแบบนี้ ไม่ได้คิดเลยว่าประชาชนจะได้อะไร 4 คนนี้ก็ทำงานไป ทำงานไปตลอด ไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง



เผอิญมาเจอโควิด-19 และเผอิญมันมีงบประมาณ งบฟื้นฟูเศรษฐกิจอีก 4 แสนล้านเข้ามา คราวนี้่ล่ะ ลุกเป็นไฟเลยท่านผู้ชม เงิน 4 แสนล้านมันวางกองอยู่ ท่านผู้ชมเข้าใจไหม 4 แสนล้านมันแปลว่าอะไร มันแปลว่าใครก็ตามอยู่กระทรวงไหน มีงบประมาณ ต้องการจะของบ ก็สามารถจะยื่นไปขอได้ สมมุติว่างบฟื้นฟูเศรษฐกิจเข้ามากระทรวงนี้ 3 หมื่นล้าน ถามว่ารัฐมนตรีไม่มีส่วนด้วยหรือ ? มันมีแน่นอน ดีๆ ชั่วๆ 1-2 เปอร์เซ็นต์ 300 ล้าน 600 ล้าน 5 เปอร์เซ็นต์ ก็ 1,500 ล้าน อะไรทำนองนั้น มีทั้งนั้น แล้วสังเกตอย่าง ช่วงหลัง งบ 4 แสนล้านที่เสนอเข้ามานี่ มีอยู่ไม่น้อยเลยเป็นงบก่อสร้าง ท่านผู้ชมตามผมมา เริ่มเห็นภาพหรือยังว่ามันเป็นอย่างนี้ ก็เลยมีการกดดันหนัก กดดันตลอดเวลา พล.อ.ประยุทธ์ ก็เลยเริ่มพลิก เริ่มเปลี่ยน ผมเคยบอกที่ไหนว่าจะเปลี่ยนเดือนกันยายน ผมไม่เคยบอก แต่นัยก็คือว่า ท่านนายกฯ เคยพูดว่าจะปรับ ครม.หลังผ่านงบประมาณ แล้วงบประมาณจะผ่านก็ปลายสิงหาคม เพราะตอนนี้อยู่ขั้นตั้งกรรมาธิการ เอาล่ะ ไม่เป็นไร ท่านอยากพูดอะไรท่านก็พูดได้ แต่ท่านได้รับความกดดันทางการเมืองมาก

พอมาถึงจุดที่แตกหัก จุดที่แตกหักก็คือว่า สนธิรัตน์ อุตตม สุวิทย์ เมษินทรีย์ และกอบศักดิ์ ภูตระกูล ไปลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ตรงนี้ล่ะคือจุดแตกหัก ทำไมถึงแตกหัก เพราะท่านนายกฯ เป็นอดีตทหาร ผบ.ทบ. ท่านมีแต่สั่งเขา ห้ามกระด้างกระเดื่องนะ อดทนได้ก็อดทนไป แต่ 4 คนนี้มันไม่อดทน มันโดนมือปืนรับจ้าง มันโดนสิระ เจนจาคะ โดนชัยวัฒน์ โดนชัยวุฒิ โดนคนโน้นโดนคนนี้




วันดีคืนดีสมศักดิ์ เทพสุทิน ใน ครม. ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพลังงาน ลุกขึ้นมาตำหนิสนธิรัตน์ใน ครม.เรื่องพลังงาน วันดีคืนดีสนธิรัตน์กำลังจะเสนอเรื่องโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั่งอยู่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็บอกว่าทำไมต้องรีบทำ (เก็บไว้ให้กูทำดีกว่า) เข้าใจไหมท่านผู้ชม พวกนี้ก็เลยเกิดความเจ็บช้ำน้ำใจขึ้นมา ประกอบกับท่านนายกฯ ไม่ค่อยจะพอใจแล้ว พวกนี้กระด้างกระเดื่อง เอ๊ะ อยู่ต่อไปสิ ปรับหรือไม่ปรับอยู่ที่ผม พอพวกนี้ทำมาก็เลยเกิดความกดดัน การเมืองก็มารุกหนัก

จนกระทั่งเบรกแตกเมื่อวานนี้ ตอนสมคิดไปที่ชุมพร ท่านนายกฯ ก็ไลน์ไป ตามที่หนังสือพิมพ์ลง ท่านไลน์มา ท่านพูดจา ผมอึดอัดใจมาก ผมไม่กล้าที่จะเผชิญหน้าแล้วบอก อันนี้ผมผิดหวังมากในตัวท่านนายกฯ ท่านต้องกล้าเผชิญหน้า ท่านพูดกับเขาตรงๆ ได้นี่


และที่ผมผิดหวังท่าน ผมเสียดายมากเมื่อวานนี้ที่เขาแถลงข่าว คนพวกนี้ไปยื่นใบลาออกให้ท่าน ท่านควรจะอยู่รับ และท่านควรจะออกมาแถลงพร้อมกับเขา บอกเขาไปเลยว่าเสียดาย เสียใจ แต่ว่าขอบคุณที่ช่วยงานมาตั้ง 3-4 ปี แต่ท่านไม่อยู่ ท่านหาเรื่องไปดูงานที่ จ.ศรีสะเกษ ปล่อยให้ 4 คนเหมือนกำพร้า เร่ร่อน ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง ท่านจะได้คะแนนเสียงมากถ้าท่านมาแถลงข่าวพร้อมกัน ผมขอขอบคุณคุณสุวิทย์ ขอขอบคุณคุณสนธิรัตน์ ขอขอบคุณคุณอุตตม และขอขอบคุณ ดร.สมคิด ที่มาช่วยงานผมตลอดเวลา

เพราะฉะนั้นแล้วท่านผู้ชมจะเห็นว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเพราะว่าคน 4-5 คนนี้ ไม่ได้เป็นนักการเมือง เป็นคนทำงาน แล้วโดนการเมืองบีบมาตลอดเวลา ส่วนพวกการเมืองก็อยากได้ตำแหน่งทั้งนั้น แล้วพวกนี้ให้ผมอ่านใจเขา เขาเสียใจและเขาน้อยใจที่นายกฯ ไม่ลุกขึ้นมาปกป้องเขา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเขาก็พร้อมจะออกทันทีเลย พอสมคิดแจ้งให้ 4 คนนี้ว่านายกฯ ไลน์มาบอกแบบนี้ เขาก็เลยตัดสินใจลาออกทันที ไม่สนใจแล้ว ก็ในเมื่ออยากให้ผมไป ผมจะไปให้เดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องรอ เพื่อลดความกดดัน เพื่อไม่ให้นายกฯ ถูกกดดันทางการเมือง เมื่อคน 4 คนนี้ออกไปแล้ว คราวนี้ความกดดันก็จะไปอยู่กับพวกเขี้ยวลากดินทั้งหลายที่จะต้องตบตีกันแล้วว่าจะแย่งขอตำแหน่งนี้ ขอตำแหน่งนั้น ขอตำแหน่งนี้ นี่คือเหตุผลที่แท้จริง งานนี้ผมก็ต้องตำหนิท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ใช้งานเขามา 4-5 ปี ท่านใช้เขามาตั้งแต่สมัยปี 2557 ที่จีดีพีประเทศไทยไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ 0.9 เปอร์เซ็นต์ สมคิด รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ อภิศักดิ์ รัฐมนตรีฯ คลัง ทีมของสมคิด อุตตม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สนธิรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทำงานเข้าขากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ วีรศักดิ์ โควสุรัตน์ เสร็จแล้วยังทำงานเข้าขากับท่านกฤษดา เกษตรฯ พาณิชย์ คลัง ท่องเที่ยวฯ อุตสาหกรรม และมีท่านอาคม อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งก็เป็นคนที่ทันสมัย สรุปง่ายๆ ว่า 5-6 คนนี้ทำงานกันเป็นทีม ผลักดันประเทศออกไป เป็นเอกภาพในการทำงาน จนกระทั่งปี 2558 จีดีพีเพิ่มจาก 0.9 เปอร์เซ็นต์ เป็น 3.1 เปอร์เซ็นต์ ปี 2559 เป็น 3.4 เปอร์เซ็นต์ 2560 เป็น 4 เปอร์เซ็นต์ 2561 เป็น 4.1 เปอร์เซ็นต์ พอเริ่มปลายปี 2561 ต่อ 2562 เศรษฐกิจทั่วโลกมันตก มันก็เลยเหลือจีดีพีแค่ 2.4 เปอร์เซ็นต์


เอาล่ะ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกนี้ไม่ใช่นักการเมือง และตอนนั้นท่านนายกฯ ท่านก็ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ ท่านก็ปล่อยพวกนี้ว่ากันไปเลย อันดับต่างๆ ของประเทศไทย อันดับการแข่งขันระหว่างประเทศในโลกนี้สูงขึ้น อันดับของความน่าเชื่อถือในการมาลงทุนในประเทศไทยสูงขึ้น ประเทศไทยเป็นดินแดนที่นักลงทุนอยากมาลงทุนมากสูงขึ้นๆ มาถดถอยตอนไหน ? มาถดถอยตอนที่มีรัฐบาล ทำไมต้องถดถอยตอนที่มีรัฐบาล ? เพราะว่าเขาตั้งรัฐบาลกันบนพื้นฐานของการเมือง เขาไม่ได้ตั้งรัฐบาลบนพื้นฐานว่าจะนำพาประเทศไปสู่ตรงนี้ ตรงนี้คือจุดที่ผมเสียดาย เพราะท่านนายกฯ เป็นหัวใจของการเมืองของพวกนี้ ถ้าไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พวกนี้ก็จะไม่ได้มีเสียงข้างมากในสภาฯ ก็ไม่มีพรรคพลังประชารัฐ ทำไมไม่ใช้ตรงนี้เป็นตัวการที่จะ ... อย่างน้อยที่สุดกระทรวงต่างๆ ที่จะต้องมาแพ็คกันแล้วนำพาชาติบ้านเมืองไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรฯ อุตสาหกรรม พลังงาน คมนาคม ทำงานร่วมกัน ตอนนี้กลายเป็นว่ากระทรวงใครกระทรวงมัน

ท่านผู้ชมครับ รัฐมนตรีตอนนี้ส่วนใหญ่ จุดแรกที่สนใจคือเรื่องตัวเอง จัดการกับเรื่องของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน พอเรื่องตัวเองจบแล้วค่อยเรื่องพรรค พอหมดเรื่องพรรคแล้วค่อยมาดูว่าส่วนรวมเป็นอย่างไร เป็นอย่างนี้กันหมด


สี่กุมารพวกนี้มีปัญหาใหญ่ในช่วงแรก เพราะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจมันตกมาก ในช่วงที่ 0.9 เปอร์เซ็นต์ พวกนี้ต้องหานายทุนเข้ามาลงทุน นโยบายหลายนโยบายก็เลยกลายเป็นนโยบายที่เอื้อนายทุน แต่จะอย่างไรก็ตาม ในที่สุดแล้วก็มีโครงการชิมช้อปใช้ขึ้นมา ท่านผู้ชมครับ เผอิญผมเป็นคนที่ติดตามเรื่องนี้มานานแล้ว ในยุคของคุณอุตตม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นยุคที่ประเทศไทยและกระทรวงการคลังมี Big Data ข้อมูลที่สมบูรณ์แบบที่สุด ข้อมูลสมบูรณ์แบบตรงไหน ? ข้อมูลสมบูรณ์แบบตรงที่ว่าเขามีข้อมูลหมดเลยในรายการชิมช้อปใช้ ว่าร้านค้าแต่ละร้านที่เขามีอยู่ แล้วก็เอามาใช้การใช้งานกัน มันมีทั้งหมดกี่สิบร้าน เริ่มแรกเดิมทีก็มีร้านค้าที่เป็นประเภท 7-11 แต่ตอนหลังเราก็เริ่มให้ร้านค้าที่เป็นรากหญ้าพื้นฐานมาลงทะเบียน พอลงทะเบียนเสร็จ ชิมช้อปใช้ก็สามารถที่จะไปใช้ร้านค้าพวกนี้ได้


Big Data ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น เพราะว่าอุตตมเป็นคนเอาเทคโนโลยีมาใช้กับคลัง เอามาใช้กับคลังตั้งแต่สมัยอภิศักดิ์แล้ว อภิศักดิ์เอามาใช้ก็คือพร้อมเพย์ e-Government เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ ถ้าท่านผู้ชมดูให้ดีๆ มันเป็นผลพวงจากสี่กุมารที่พวกนักการเมืองเขี้ยวลากดินเรียกกัน พวกนี้ใช้สมองทำงาน ไม่ได้ใช้เขี้ยวลากดินไปเรื่อยๆ แล้วก็หาประโยชน์เข้าตัวเอง


เพราะฉะนั้นท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่า คน 3-4 คนนี้เป็นคนที่ยกระดับประเทศไทยขึ้นมาในอดีตที่เคยมีมา จนกระทั่งมาถึงวันนี้ ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่าจากนี้ไปแล้ว แรกๆ คนพวกนี้ทำงาน นายกฯ ท่านก็ไม่เข้าใจ เพราะนายกฯ ท่านก็ไม่ได้เป็นมืออาชีพ ท่านไม่ได้เป็นนักธุรกิจ ผมยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ชิมช้อปใช้ ท่านนายกฯ ตอนแรกท่านไม่ชอบ ท่านบอกว่าโซเชียลเยอะเกินไป แต่พอทำออกมาแล้วได้ประโยชน์ ท่านชอบ ก่อนโควิด-19 จะเกิดขึ้น ตอนที่เริ่มมีข่าวโควิด-19 มา กุมาร 4 คน รวมสมคิด มองแล้วอนาคตต้องเกิดโควิด-19 แน่ เศรษฐกิจต้องตกแน่นอน ก็เลยเสนอประชุม ครม.เศรษฐกิจ ผมจำได้ข่าวชิ้นนี้ ให้แจกเงินคนไทยคนละ 2,000 บาท เอาเงินใส่กระเป๋าไว้ก่อน ปรากฏว่าท่านนายกฯ ไปฟังที่ปรึกษาที่เป็นข้าราชการประจำ บอกไม่ได้ เพราะโซเชียลตอนนี้ด่าว่าหน้ากากหมอไม่พอใช้ เอาเงินไปซื้อหน้ากากดีกว่า ผ่านไปอีก 3 อาทิตย์ ปรากฏว่าเหตุการณ์มันรุนแรงมาก คนตกงานเป็นแถว ท่านนายกฯ กลับมาบอกว่า เอ้า แจกเงินคน แล้วท่านเองก็พูดว่า 2,000 ไม่พอ ต้อง 5,000 จากเพียงไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านั้นบอกว่าอย่าไปแจก ที่ผมพูดเรื่องนี้ ผมพูดว่าอย่างไร

ช่วงหลังๆ ท่านนายกฯ เริ่มมีที่ปรึกษามากขึ้น แล้วที่ปรึกษาท่านนายกฯ ก็จะเป็นพวกข้าราชการประจำ เป็นคนที่ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่ได้มองรอบด้าน ข้อดีของพวกสี่กุมารกับสมคิดก็คือว่า เขาเข้ากับภาครัฐบาลและภาคเอกชนได้ เอาล่ะ ถึงเขาจะเป็นคนที่เชียร์เจ้าสัว แต่อย่างน้อยที่สุดนายธนาคาร องค์การค้า บริษัทห้างร้านใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นสหพัฒน์ ไม่ว่าจะเป็นเครือเจริญโภคภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเครือของคุณเจริญ ไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัล


สมคิดเขาประสานได้หมดเลย ทุกอย่าง นั่นคือที่เริ่มต้นของโครงการประชารัฐ แต่ท่านนายกฯ อยู่ในโลกที่ท่านฟังที่ปรึกษาของท่าน ที่ปรึกษาของท่านก็เป็นอดีตปลัดกระทรวงบ้าง อดีตคนโน้นคนนี้บ้าง คือเป็นข้าราชการเก่า มันเหมือนกับเป็นคนละโลกเลย เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ ผมยังจำได้ สมคิดเป็นคนเสนอการหยุดยาวให้ท่านนายกฯ เสนอไปอย่างไรรู้ไหม ? บอกว่าปีหนึ่งไม่ต้องหยุดมาก หยุดไม่เกิน 4 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน สงกรานต์ 7 วัน 10 วัน ปีใหม่ 7 วัน เพื่อที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เมื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทแล้วจะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศมันมาทดแทนรายได้ที่เราต้องพึ่งจากต่างประเทศเข้ามา แต่ปรากฏว่าท่านนายกฯ เบรก เพราะท่านนายกฯ บอกว่ามีคนบอกว่าถ้าหยุดยาวแล้วคนที่หาเช้ากินค่ำไม่มีรายได้ จะทำอย่างไร อันนั้นเป็นเรื่องเล็ก แก้ได้ แต่ประเด็นก็คือว่า ถ้าทำตั้งแต่ตอนนั้นมา ประเทศชาติจะไปได้ไกลอีกเยอะในเรื่องของการท่องเที่ยวในประเทศ

ผมคิดว่าผมฝากถึงท่านนายกฯ ท่านนายกฯ ต้องเลิกฟังที่ปรึกษาที่เป็นข้าราชการประจำมากจนเกินไป ไม่ได้แล้วนะท่าน โลกมันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว แล้วปรากฏว่าไปๆ มาๆ ท่านนายกฯ ผมคิดว่าน่าเสียดายที่ท่านไม่เห็นคุณค่าของคนพวกนี้ 57-58-59-60-61 เวลา 5-6 ปีที่เขาทำงานให้ท่านมา เขาทำให้ท่านมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ แต่ในที่สุดท่านก็บอกว่าการเมืองมันเป็นอย่างนี้ ท่านต้องตามการเมือง เมื่อท่านตั้งรัฐบาลชุดนี้บนพื้นฐานของการเมือง ประเทศไทยจบไปแล้วนะ แล้วท่านก็ตั้ง ครม.ชุดใหม่บนพื้นฐานของการเมืองต่อไปอีก ผมไม่อยากบอกว่าผมไม่อยากทำนายอนาคต

ท่านผู้ชมครับ อุตตม รัฐมนตรีฯ คลัง เป็นประธานกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ เมื่ออุตตมออกแล้ว ท่านรู้ไหมคนที่จะขึ้นมาแทน ตอนนี้เป็นรองประธาน ตามหลักการ คือใครรู้ไหม ? สันติ พร้อมพัฒน์ เจริญพรโยม เจริญพรๆ


แล้วสันติ พร้อมพัฒน์ ก็แตะมือกับวิรัช รัตนเศรษฐ คนที่มีเรื่องทุจริตฟุตซอล ที่อยู่ใน ป.ป.ช. ที่ตอนนี้อัยการสูงสุดไม่ยอมฟ้องเสียที ไม่รู้เพราะอะไร จนกระทั่ง ป.ป.ช.จะต้องฟ้องเอง 5 คดี และคุณวิรัช รัตนเศรษฐ ในที่สุดถ้าคุณสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นประธานกรรมาธิการ ก็จะมีโอกาสกลับเข้ามาเป็นกรรมาธิการอีกทีหนึ่ง เจริญพร โยม นี่ผมแค่ยกตัวอย่างให้ฟังนะท่านผู้ชม


เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าท่านนายกฯ ยอมการเมืองมา มันก็จะเป็นอย่างนี้ แล้วท่านจะเอาใครเข้ามานั่ง ท่านเอาปรีดี ดาวฉาย เหรอ ปรีดี ดาวฉาย เป็นนักกฎหมายเก่า สมัยที่อยู่ธนาคารกสิกรไทย เป็นคนทำงานให้คุณบัณฑูร ล่ำซำ คนสั่งงาน คน vision ก็คือคุณบัณฑูร ไม่ใช่คุณปรีดี ดาวฉาย คุณปรีดี ดาวฉาย จะเป็นคนซึ่งไปเช็กแฮนด์สวัสดีกับผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ คนโน้นคนนี้ แล้วจะเอาใครมา คุณไพรินทร์ เหรอ ? คุณไพรินทร์ ที่เป็นอดีตผู้ว่าฯ ปตท. คุณไพรินทร์ ชูโชติถาวร คุณไพรินทร์ มีคดีอยู่ศาลทุจริตฯ ป.ป.ช.พิจารณาอยู่ เรื่องสมัยเป็นผู้ว่าฯ ปตท. เรื่องไปลงทุนต่างประเทศ 5 คดีอยู่ที่นั่น คุณไพรินทร์ กับคุณวิรัช รัตนเศรษฐ ผมยังไม่รู้เลยว่าใครเฉือนใคร เจริญพร โยม


จะเอาคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มานั่งพลังงานเหรอ ? คุณสุริยะ บอกมาตั้งนานแล้ว กระเหี้ยนกระหือรือมาตั้งนานแล้ว ทำความฝันให้เป็นจริงเสียที ให้เขานั่งพลังงาน สาธุ สาธุ สาธุ ท่านนายกฯ


ท่านผู้ชมครับ ผมมองไม่เห็นอนาคตจริงๆ เรื่องนี้ผมอยากจะพูดให้ยาวกว่านี้อีก แต่เวลาใกล้จะหมดแล้ว นานเกินไป ทิศทางประเทศไทยที่จะเดินต่อไปนี้ ไม่ใช่ทิศทางของนักการเมืองเขี้ยวลากดินจะเข้ามาทำกัน แล้วคุณปรีดีเข้ามา คุณไพรินทร์ ท่านนายกฯ จะเอาเข้ามา ผมไม่ว่าอะไร เชิญตามสบาย คำถามว่า จากวันนี้ไปกว่าจะตั้ง ครม.ได้ ต้องมีสิงหาคม จากนี้ไปประมาณเกือบเดือน งานไม่เดินเลย แล้วงบฟื้นฟู 4 แสนล้าน ใครจะมานั่งเป็นประธาน แก๊งคุณสันติ พร้อมพัฒน์ หรือคุณวิรัช รัตนเศรษฐ ผมว่าเอาพี่แหม่มของผม คือ ดร.นฤมล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปเลยไม่ดีกว่าเหรอท่านนายกฯ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว จะได้สาธุ สาธุ กันไปเลย ผมว่าเรื่องนี้น่ากลัวมาก


ท่านผู้ชมครับ ผมจะเปรียบเทียบเรื่องราวต่างๆ วันนี้ให้ฟังเหมือนเครื่องบินลำหนึ่ง สมคิด กับสี่กุมาร คือคนที่นั่งอยู่ในห้องเครื่อง มีกัปตัน มี co-pilot มีช่างวิทยุ มีช่างปรับระดับ นั่งอยู่ในห้องเครื่องที่บังคับเครื่องบินไป ท่านนายกฯ เป็นเจ้าของเครื่องบิน นั่งอยู่ แล้วในเครื่องบินนั้นก็เป็นพวก ส.ส.ทั้งหลาย ทั้งเขี้ยวลากดิน ทั้งเขี้ยวลากดินมากบ้าง น้อยบ้าง คนนั่งเครื่องบินก็ด่ากัปตันตลอดเวลา ขับเครื่องบินไม่เป็น ออกไปๆๆๆ ทุกอย่างก็ดีนะ จนกระทั่งท่านนายกฯ ตัดสินใจว่าต้องฟังพวกที่นั่งเครื่องบิน เพราะท่านบอกว่าเป็นการเมืองนี่ แล้วประเทศชาติจะไปอย่างไรล่ะ เครื่องบินจะไปอย่างไร ท่านไม่รู้ล่ะ ท่านบอกเอาการเมือง ท่านก็เลยเดินเข้าไปส่งโน้ตให้กับกัปตันสมคิด บอกว่าผมอึดอัดใจมาก ไม่สบายใจ ไม่กล้าที่จะพูดต่อหน้า ก็เลยขอให้บอกว่าผมจำเป็นต้องปรับทั้งหมด 4 คน สมคิดก็บอกว่าเอาสิท่านนายกฯ เพื่อที่จะให้ในตัวเครื่องบินมันสงบ ผมพร้อม สมคิดก็เลยบอกพวก co-pilot อีก 3-4 คนว่า เขาไล่เราไปแล้ว เราไปเลยดีกว่ามั้ง ไม่ต้องรอ พวกนี้ก็ลุกขึ้นมาจากห้องเครื่องเลย แล้วก็เอาร่มชูชีพคนละอัน แล้วกระโดดทิ้งเลย ปล่อยให้เครื่องบินไม่มีคนขับตอนนี้ ท่านผู้ชมครับ นี่คือสภาพตอนนี้ เป็นอย่างนี้ ท่านผู้ชมครับ อามะภันเต สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...