xs
xsm
sm
md
lg

“คำนูณ” ติงรายงานยุทธศาสตร์สร้างปรองดองค่อนข้างลอย ชี้ถึงเวลาล้างผิดผู้ชุมนุมทุกสี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ส.ว.คำนูณ” วิพากษ์รายงานแผนยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนสร้างความปรองดองคนในชาติค่อนข้างลอย ชี้ถึงเวลาออก พ.ร.บ.ล้างผิดกลุ่มชุมนุมการเมืองทุกฝ่าย แนะนายกฯ รับลูกไม่ลังเล ทำความฝัน “รวมไทยสร้างชาติ” ได้เป็นจริง แถมสร้างบารมีให้ตนเอง

วันนี้ (14 ก.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา กล่าวในที่ประชุมวุฒิสภา ระหว่างการพิจารณารายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2562 และรายงานของคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในส่วนแผนแม่บทความมั่นคงในแผนแม่บทย่อย การรักษาความสงบในประเทศเป้าหมายการเมืองมีเสถียรภาพและธรรมาภิบาลสูงขึ้นว่า เป้าหมายนี้ถูกตีตราสีส้มคือต่ำกว่าเป้าหมายระดับเสี่ยงเมื่อการเมืองมีปัญหาขาดเสถียรภาพที่ยั่งยืน ความสงบในประเทศย่อมไม่ยั่งยืนตามไปด้วย วันนี้บนผิวน้ำจะดูเหมือนมีความสงบความมั่นคงก็จะได้รับผลกระทบการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลตามแผนยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บทภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศจิปาถะย่อมไม่สำเร็จไปด้วย ซึ่งตนเห็นว่าประเด็นนี้เป็นปัญหาใหญ่เพราะผู้ปฏิบัติคือนายกรัฐมนตรีทั้งในฐานะนายกฯและประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะนำแผนทั้งหมดไปปฏิบัติ เมื่อขาดความมั่นคงการเมืองยังขาดเสถียรภาพ จะเป็นไปได้อย่างไร ถือเป็นประเด็นท้าทาย

นายคำนูณกล่าวว่า ในเอกสารมีการพูดถึงการสร้างความปรองดองในชาติ แต่ค่อนข้างลอย ตนเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเร่งตรากฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนจากความผิดที่เกิดขึ้น หรือเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เกือบครบ 15 ปีเต็มแล้ว ความขัดแย้งที่ผ่านมาทำให้สังคมไทยแบ่งแยกออกเป็นอย่างน้อย 2 ขั้ว สังคมไทยร้าวลึกแม้แต่ในระดับครอบครัว มีทั้งผู้คนในขณะนี้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และผู้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอยู่ในคดีนับร้อยคน ซึ่งบางคนตายไปแล้ว บางคนกำลังเฝ้าดูลมหายใจสุดท้าย ไม่มีวันสิ้นสุด และยังจะเชื่อมโยงไปถึงประชาชนนับสสิบล้านคน ที่เมื่อมีคดีตัดสินออกมาคราใดวิวาทะทางออนไลน์ก็จะเกิดขึ้น ความขัดแย้งแตกแยกในสังคมเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

“วิสัยทัศน์ของเราในหน้าต้นๆของรายงานนี้ระบุว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เวลานายกฯแถลงข่าวติดป้ายไว้หน้าโพเดียมว่า’รวมไทยสร้างชาติ ‘ ซึ่งเราจะรวมไทยสร้างชาติได้อย่างไร เมื่อคนกลุ่มหนึ่งถูกทิ้งให้ขึ้นศาลทุกสัปดาห์ ทุกเดือน จะไปต่างประเทศทีต้องรายงานต่อศาล หลายคนถูกยึดทรัพย์ หลายคนต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติที่บรรพบุรุษมอบให้เพราะพ่ายแพ้ในศาลแพ่ง การนิรโทษกรรมไม่ใช่เรื่องใหม่ ในสมัยสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐไทยกับพรรคคอมมิวนิสแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่หนักกว่านี้ มีการตั้งกองทัพจับอาวุธเข้าห้ำหั่นกันสูญเสียชีวิตทั้งสองฝ่ายที่ละมากๆยังจบได้ด้วยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ด้วยการนิรโทษกรรม การให้อภัย เปิดโอกาสให้พลังทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมพัฒนาชาติไทย หลายคนกลายเป็นกำลังสำคัญของหลายรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา บางคนขณะนี้อดีตสหายในสมัยนั้นปัจจุบันดำรงตำแหน่งฐานะเดียวกับประธานในขณะนี้แต่คนละสภา”

ดังนั้น ตนเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมีกฎหมายนิรโทษกรรม แน่นอนว่าทุกคนทำผิดกฎหมาย แต่การทำผิดกฎหมายของคนที่มาชุมนุมทางการเมือง แล้วกระทำความผิดทางอาญาที่มีเหตุเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองนั้นเขาไม่ได้มีเถยจิตเป็นอาชญากรโดยแท้ เขาต้องการมีสังคมที่ดีกว่า มีความรักชาติต้องการการเมืองใหม่ ต้องการปฏิรูปประเทศ คนเหล่านี้ไม่ควรจะต้องสูญเสียอนาคต ที่สำคัญยังเชื่อมโยงไปยังคนนับล้านทั่วประเทศ การกระทำทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทำผิดกฎหมายเมื่อถึงกาลเวลาณ จุดหนึ่ง เช่นเดียวกับการปฏิรูปประเทศก็ต้องมีการทำผิดแผกแตกต่างไปจากที่ทำมา การนิรโทษกรรมเกิดขึ้นมาแล้วเฉพาะในช่วง 15 ปีมีถึง 2 ครั้ง คือ เมื่อคณะทหารต้องการที่จะยุติความขัดแย้ง 2 ครั้งในปี 49 และ ปี57 โดยมีการนิรโทษกรรมบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 49 และ ปี57

นายคำนูณกล่าวว่า ตนขอเสนอไปยังนายกฯว่าอย่าลังเลเลยเพราะถึงเวลาแล้ว แม้ว่ากฎหมายนิรโทษกรรมครั้งนี้จะต้องมีลักษณะแตกต่างจากกฎหมายนิรโทษกรรมที่เคยมีมาหลายครั้ง เพราะเนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมายาวนาน อาจจะมีคำถามว่าคนที่หนีคดีจะทำอย่างไร ตนเชื่อว่าในหลักการเราสามารถอภิปรายในรายละเอียดได้เช่น เรานิรโทษกรรมกับผู้กระทำความผิดที่เกิดขึ้น หรือเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองโดยตรง หรือนิรโทษกรรมในเบื้องต้นเฉพาะผู้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว หรือผู้ที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือหนีคดีไปนั้น หากกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและเมื่อผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาที่จะต้องออกแบบตั้งขึ้นมาก็สามารถจะได้สิทธินี้ และอาจจะต้องมีปัญหาการตีความว่าอะไรที่เกี่ยวกับหรือจะนิยามว่า “เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการชุมนุมทางการเมือง” ซึ่งอาจจะต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการจะต้องออกแบบกันขึ้นมา

“ผมเห็นว่า 15 ปีผ่านไปและระบอบของนายกฯเดินหน้ามาสู่วันนี้เป็นปีที่ 6 ท่านต้องการรวมไทยสร้างชาติ และเรากำลังอยู่ในช่วงการปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อท่านแสดงเจตจำนงทางการเมืองด้วยการเป็นผู้นำเสนอพรบ.นิรโทษกรรมในครั้งนี้ อาจจะเป็นร่างที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญปี 60 มาตรา 270 ที่จะพิจารณาร่วมกันของสภาก็ได้ ก็จะเป็นการสร้างบารมีให้กับท่านนายกฯเอง ในการที่จะดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าว สร้างระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง มีธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากขึ้น แต่ถ้าท่านสามารถกระทำการโดยการรวมใจคนทุกภาคส่วนเข้ามา โดยมีพรบ.นิรโทษกรรมเป็นก้าวแรก ท่านจะสามารถก้าวต่อไปได้ จึงขอฝากความหวัง และเป็นสื่อนำจิตสำนึกของผู้รักชาติทุกคน ทุกสี ทุกฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอดเวลา 15 ปี ขอฝากนายกฯได้โปรดพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย” นายคำนูณกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...