xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ แย้มผุดเส้นทางคมนาคมใต้ใหม่ สภาหวิดล่ม “ครูมานิตย์” ขู่นับองค์ประชุม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ครูมานิตย์" จั่วกลางสภา ขู่นับองค์ประชุมหลัง ส.ส.รัฐบาลหายหัว หวิดล่ม “เทพไท” ทวงเส้นทางคมนาคมให้คนใต้ นายกฯเผยมอบคมนาคมศึกษาแล้ว พร้อมผุดเส้นทางใหม่ไม่ซ้ำของเดิม

วันนี้ (2 ก.ค.) การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ในช่วงเย็น นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือว่า องค์ประชุมเป็นเรื่องของรัฐบาล แต่ทำไมการประชุมงบประมาณปี 64 ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลเสนอ มีแต่ ส.ส.ฝ่ายค้านนั่งฟัง และรอขึ้นอภิปราย ส.ส.รัฐบาลหายไปหมด ทำไมวังเวงแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็มานั่งรอตั้งใจจะตอบอยู่ ตนไม่อยากใช้ข้อบังคับการประชุมให้มีการนับองค์ประชุม ฝ่ายค้านรู้สึกมันวังเวงและว้าเหว่จริงๆ

ทำให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประชุมการประชุม กล่าวคิดตลกว่า “อย่างน้อยก็มีประธานนั่งเป็นเพื่อนอยู่”

จากนั้น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นยืนยันว่า การประชุมบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ส.ส.รัฐบาลยังอยู่ครบ นั่งอยู่รอบๆ ห้องประชุมสภา เพราะมีความถนัดแต่ละด้านไม่เหมือนกัน จึงรอและรับฟังการอภิปรายอยู่ตลอด

นายครูมานิตย์ ลุกตอบว่า “ผมยืนยันว่าไม่ได้เกเร ถ้าผมจะนับองค์ประชุมก็ทำไปแล้ว เพราะมันโหรงเหรงวังเวงจริงๆ ที่ลุกหารือ เพราะอยากให้สมาชิก 500 คน มาร่วมเป็นสักขีพยานรับฟัง เพราะเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ”

จากนั้น นายสุชาติ ได้ตัดบทดำเนินการประชุมต่อ โดยได้เชิญให้ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย โดย นายเทพไท กล่าวว่า วันนี้จะขอพูดแทนคนภาคใต้จำนวน 9.4 ล้านคน เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ ที่เสียโอกาสในการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานมาตั้งแต่ยุครัฐบาลทักษิณ ที่มีแนวความคิดพัฒนาพื้นที่ที่เลือกพรรคตัวเองก่อน คนภาคใต้ไม่ได้เลือกพรรคการเมืองอื่นเลย นอกจากพรรคประชาธิปัตย์ จึงทำให้รัฐบาลในสมัยนั้นละเลย ทอดทิ้ง ไม่จัดงบประมาณเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นธรรม

“เมื่อได้ฟังคำแถลงงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ที่มีงบประมาณทั้งสิ้น 109,023.8 ล้านบาท และมีงบประมาณในก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรี และ สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ระยะทางรวมประมาณ 309 กิโลเมตร ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ ที่มีความใฝ่ฝันต้องการอยากเห็นถนนมอเตอร์เวย์ในภาคใต้เหมือนกับภูมิภาคอื่นๆ ที่มีครบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้เท่านั้น ซึ่งผมได้เสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลทุกปี แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ภาคใต้มีเส้นทางคมนาคมลงสู่ภาคใต้เพียงเส้นทางเดียว ซึ่งรัฐบาลควรสร้างถนนทางเลือกในภาคใต้ เช่น ถนนมอเตอร์เวย์ หรือถนนโลคัลโรด เลียบทางรถไฟสายใต้ เพื่อเป็นถนนทางเลือกให้คนภาคใต้” ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าว

นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนงบประมาณการก่อสร้างและบำรุงรักษาของกรมทางหลวงในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2557 พบว่า ภาคใต้มีงบประมาณก่อสร้างถนนทางหลวง และงบบำรุงรักษาที่น้อยที่สุด สาเหตุที่รัฐบาลในขณะนั้นไม่มี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลในพื้นที่เลย จนถึงยุครัฐบาล คสช. ซึ่ง นายชวน หลีกภัย ได้ทำจดหมายส่วนตัวขอความเป็นธรรมไปยังรัฐบาล จึงทำให้รัฐบาลได้จัดงบประมาณเพิ่มขึ้นตามลำดับ จากปี 2555 ได้งบประมาณ 4.85 พันล้านบาท ปี 2559 ได้รับงบประมาณ 8.46 พันล้านบาท และปี 2564 ได้รับงบประมาณ 1.39 หมื่นล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับงบประมาณการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองปี 2564 งบประมาณ 11,471 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการเยียวยาหรือคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องภาคใต้ เมื่อเปรียบเทียบกับภาคอื่นๆ

นายเทพไท กล่าวด้วยว่า ส่วนการจัดงบประมาณในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ที่เป็นไปด้วยความล่าช้ากว่าภาคอื่นๆ และตนได้เสนอการก่อสร้างสถานีรถไฟแห่งใหม่ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นโครงการที่คิดกันมาเป็นเวลา 50 ปีแล้ว จนถึงบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆทั้งสิ้นจึงอยากให้รัฐบาลได้รับข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาและดำเนินการจัดสรรเป็นงบประมาณในปีงบประมาณต่อไป เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ที่ถูกทอดทิ้ง และเสียโอกาสมาเป็นเวลายาวนาน อย่าคิดว่าคนภาคใต้ร่ำรวยเศรษฐกิจดี ไม่ต้องดูแลช่วยเหลือ แต่จากข้อมูลของสำงานสถิติแห่งชาติ ปี 2560 ระบุว่า ประชากรภาคใต้มีสัดส่วนคนจนมากที่สุดร้อยละ11.84 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คนภาคใต้มีสัดส่วนคนจนมากที่สุด ดังนั้น จึงขอฝากให้นายกรัฐมนตรีที่กำลังนั่งฟังการอภิปรายอยู่ ได้นำข้อมูลทั้งหมดไปดำเนินการบรรจุในแผนงานงบประมาณรายจ่ายประจำปีในปีต่อไปด้วย

ต่อมาเวลา 16.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลคนทุกภาคทุกจังหวัดโดยพิจารณาจากฐานข้อมูลที่มีอยู่เดิมว่าจะพัฒนาอย่างไรได้บ้าง สำหรับภาคใต้ตนเห็นใจจึงได้สั่งการให้คมนาคมศึกษาในเรื่องนี้แล้วว่าในระยะแรกจะสามารถต่อเส้นทางตรงไหนได้บ้าง เพื่อให้ลดระยะทางไปได้ เป็นขั้นตอนไป จากนั้นก็จะได้ทำเป็นเส้นทางตรง หลายอย่างต้องอาศัยพื้นที่ศึกษาอีกครั้งหนึ่ง กราบเรียนให้มีความสบายใจขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก็จะเร่งรัดให้มีการดำเนินการได้โดยเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ คือ เราได้พัฒนาภาคใต้ตามลำดับ ถือว่ามากกว่าช่วงที่ผ่านมาพอสมควร

“ในเรื่องของสนามบินที่จังหวัดตรัง ผมให้ความสำคัญ ให้มีงบประมาณในการพัฒนาที่สนามบินตรังแล้ว ผมเห็นว่าที่ตรัง ท่านประธานก็เป็นห่วง ผมก็ฟังเสียงประชาชนด้วย จึงกลายเป็นเห็นชอบร่วมกันในการพัฒนา ฉะนั้น รัฐบาลนี้ก็ต้องดูแลแบบนี้ ไม่ได้ขอส่วนตัว เพื่อตัวเองไม่มี ผมไม่มีให้ใครอยู่แล้ว ผมต้องฟังทั้งหมด แล้วทั้งหมดจะรวมอยู่ในยุทธศาสตร์ในเรื่องคมนาคมขนส่งของเรา ผมจะเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งใหม่ทั้งประเทศในระยะต่อไป ตอนนี้กำลังให้กระทรวงคมนาคมศึกษาทำแผนเชื่อมโยงเส้นทางสายใหม่ตะวันตก ตะวันออก เหนือ ใต้ ภาคกลางไปอีสาน ที่ไม่ทับเส้นทางเดิม แต่จะต้องไปศึกษา ไปหาเส้นทาง หาพื้นที่ หาให้ได้ การก่อสร้างเส้นทางเหล่านั้นก็จะต้องทำพร้อมกันในเรื่องเส้นทาง ทางรถไฟคู่ขนาด ร่องระบายน้ำที่สามารถนำไปกักเก็บในที่ต่างๆ ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สิ่งใดที่เป็นความต้องการของ ส.ส.และประชาชน วันนี้โครงการต่างๆเสนอเข้ามาแล้ว ดังนั้น ก็จะอยู่ที่ขั้นตอนของกมธ.ในการแปรญัตติ แต่ขอย้ำว่าแปรญัตติได้เงินออกมาจากตรงไหน ต้องไปทำโครงการที่อยู่ในตรงนั้น อีกวิธีการหนึ่ง คือ เมื่องบประมาณผ่านไปแล้วแต่ไม่พร้อมหรือทำไม่ได้ก็ปรับไปทำที่อื่น มีแค่นี้หลัการในการทำงบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสุจริต


กำลังโหลดความคิดเห็น...