xs
xsm
sm
md
lg

“หม่อมเต่า” ทิ้งบอมบ์ กระเพื่อมทั้งรัฐบาล !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา - เอนก เหล่าธรรมทัศน์
เมืองไทย 360 องศา


ก็ต้องบอกว่า “นึกไม่ถึง” เหมือนกัน กับการลาออกแบบกะทันหัน ไม่มีสัญญาณอะไรล่วงหน้ามาก่อน โดยเป็นการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ของ “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล โดยให้มีผลในทันที เว้นไว้แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเขาย้ำว่า “การลาออกไม่มีเหตุผล เหมือนสามีภรรยา หย่าขาดจากกัน ซึ่งมีผลทันที คนอย่างผมถ้าขอลาออกแล้วก็คือออกเลย และถ้ามีการปรับ ครม.จะเอาผมออก ก็คือออกเลย”

จากคำพูดดังกล่าวของ “หม่อมเต่า” สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกภายใน อีกทั้งยังเชื่อว่าการลาออกครั้งนี้ จะส่งผลกลายเป็นแรงกระเพื่อมไปถึงรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยรวมอีกด้วย

อย่างแรกที่มองเห็นก็คือ เป็นความรู้สึกน้อยใจ ไม่พอใจที่ตัวเองเหมือนคนไม่มีความหมาย ที่ผ่านมา คนภายนอกมองว่าบทบาทของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่แท้จริงมาจากการนำของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรค ประกอบกับผลงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในช่วงภาวะวิกฤตโควิด หากให้พูดกันตรงๆ ก็ต้องบอกว่า “หม่อมเต่า” ทำผลงานได้น่าผิดหวัง โดยเฉพาะในเรื่องเงินเยียวยาประกันสังคม ทำให้ถูกโจมตีทั้งจากชาวบ้าน และรุมกระหน่ำจากคนภายในพรรค และมีข่าวหากมีการปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อใด ก็จะมีการเปลี่ยนตัว จึงต้องชิงลาออก ซึ่งเมื่อพิจารณาจากแบ็กกราวนด์ลักษณะนิสัยของเขาในอดีตประเภท “ไม่ยอมงอ” ผลจึงออกมาแบบนี้ แต่คราวนี้กลับมีแรงกระเพื่อมไปถึงรัฐบาลโดยรวมแบบเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย

เพราะที่ผ่านมา เมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ที่มีการแย่งชิงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค เพื่อเป้าหมายนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรี เป็นลำดับถัดไป โดยแกนนำกลุ่มที่เคลื่อนไหวมีความปรารถนาในตำแหน่งรัฐมนตรีที่ตัวเองหมายตาเอาไว้ โดยเฉพาะตำแหน่งที่มีบทบาทกับงบประมาณ จากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินมาใช่สำหรับการเยียวยาฟื้นฟูผลกระทบจากโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 4 แสนล้านบาท ซึ่งในทางการเมืองอ่านเกมกันแบบนั้น

แต่ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงเวลานี้ โดยให้รัฐมนตรีแต่ละคนทำหน้าที่ในความรับผิดชอบของตัวเองให้เต็มที่ในการช่วยเหลือประชาชน ในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากโรคระบาดใหญ่ ขณะที่การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงในพรรคพลังประชารัฐเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยว และเป็นคนละเรื่องกับการปรับคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นอำนาจของเขาที่จะพิจารณาตามความเหมาะสมเมื่อถึงเวลา ทำให้ความปั่นป่วนวุ่นวายลดระดับลงมา และล่าสุดกำลังจะมีการประชุมเตรียมความพร้อม ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ต่อไป

รวมไปถึงความเคลื่อนไหวในพรรคประชาธิปัตย์ ที่เริ่มมีแรงกระเพื่อมภายในพรรคเช่นเดียวกันกับการเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค เปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค แต่ก็มีเสียงเบรกออกมาอย่างทันควันจากระดับ “ขาใหญ่” อย่าง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานสภาที่ปรึกษาของพรรค ให้หยุดการเคลื่อนไหวดังกล่าว แล้วหันไปแคร์ความรู้สึกของชาวบ้านที่เดือดร้อนทำให้สงบลง

แต่เมื่อจู่ๆ เกิดกรณีของ “หม่อมเต่า” ขึ้นมาแบบกะทันหันแบบนี้ แม้ว่าจะยังไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในโควตาของพรรครวมพลังประชาชาติไทย มันก็เหมือนเป็นแรงบีบให้ต้องมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีใหม่ เพราะในเมื่อเขาได้ลาออกจากสมาชิกพรรคไปด้วย ทำให้เวลานี้ได้ “หย่าขาด” จากกันกับพรรคอย่างสมบูรณ์แล้ว และล่าสุด มีรายงานว่า พรรคเตรียมที่จะเสนอชื่อ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สืบแทนแล้ว เพียงแต่ว่าได้มีการแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรี ว่าระหว่างนี้ให้ “หม่อมเต่า” ดำรงตำแหน่งชั่วคราวไปก่อน

แน่นอนว่า เมื่อเป็นแบบนี้ มันก็ย่อมเป็นไปได้สูงที่จะต้อง “ปรับคณะรัฐมนตรี” ในแบบ “ปรับใหญ่” พร้อมกันทีเดียว จากเดิมที่เคยกดเอาไว้ก่อน แม้ว่าเมื่อพิจารณาจากไทม์ไลน์แล้ว ยังเคยมองว่าน่าจะเกิดขึ้นหลังจากผ่าน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ไปแล้ว แต่เมื่อรูปการณ์เปลี่ยนไป ก็น่าจะเร็วขึ้น โดยเฉพาะหลังจาก ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณผ่านสภา วาระแรก โดยจะเข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 30 มิถุนายน และการปรับคณะรัฐมนตรี ภายในเดือนกรกฎาคม ที่เป็นการปรับใหญ่ก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อย

แต่แม้ว่าจะมีการปรับหรือไม่ปรับ โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงแค่บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่จะมีการเสนอชื่อ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ มาแทนเพียงตำแหน่งเดียวก็เป็นได้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะตัดสินใจตามที่ยืนยันก่อนหน้านี้ แต่แม้ว่าจะปรับแบบไหนเชื่อว่าจะต้องเกิดอาการกระเพื่อมขึ้นมาภายในรัฐบาลแน่นอน ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดถือว่าเหนือความคาดหมาย แต่ก็เกิดขึ้นเร็วมาก !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...