xs
xsm
sm
md
lg

“สมศักดิ์”ชูศาล รธน.พระเอกตัวจริง ให้ พ.ร.บ.งบฯ ได้ไปต่อ เหมือนประเทศติดไวรัสได้วัคซีน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
“สมศักดิ์” ชี้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นพระเอกตัวจริง ผ่าทางตันให้ประเทศ วินิจฉัย พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่โมฆะ เหมือนประเทศติดไวรัสแล้วได้วัคซีนรักษา ทำนักลงทุนมั่นใจ-โครงการของรัฐเดินหน้า เศรษฐกิจฟื้นจากซบเซา

วันนี้ (8 ก.พ.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ไม่เป็นโมฆะ แต่สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาในวาระที่สองและสามใหม่ ว่า ทางประธานสภาได้นัดประชุมนัดพิเศษในวันที่ 13 ก.พ. ตนเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานเพราะได้พูดคุยและอภิปรายกันไปแล้ว จากนั้นเมื่อผ่านการเห็นชอบจะส่งต่อให้วุฒิสภาลงมติต่อ และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งจากที่เคยคาดการณ์ไว้ในตอนแรกว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ น่าจะตราเป็นกฎหมายสมบูรณ์ได้ภายในเดือน ก.พ. หากดูจากกระบวนการทั้งหมดแล้วก็คงจะคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยเท่านั้น

“การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาแบบนี้ ถือว่าเป็นคุณูปการ เป็นประโยชน์กับประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ในความรู้สึกของผมนั้น ศาลรัฐธรรมนูญถือว่าออกมาแก้ปัญหาผ่าทางตันให้ประเทศ ถือว่าเป็นพระเอกตัวจริง ที่ผ่านมาหลายโครงการของรัฐต้องหยุดนิ่ง แม้ว่าจะมีการเปิดประมูลโครงการได้ แต่ยังไม่มีการเซ็นสัญญาเพราะยังไม่มีงบประมาณ ดังนั้นจากนี้ไป โครงการต่างๆ ของรัฐจะเดินหน้าได้อย่างเต็มตัว มีงบลงทุน มีเงินจ่ายให้กับผู้รับเหมาและบริษัทต่างๆ และพวกเขาจะได้นำเงินไปซื้อหิน ปูน ทราย ยาง มาก่อสร้าง นำเงินไปจ้างคนงาน ซึ่งจะทำให้เงินหมุนเวียนในระบบ ก่อนหน้านี้บริษัทต่างๆ เหล่านี้จะไปกู้ยืมเงินมาลงทุนก็ทำได้ยาก แต่เมื่อศาลมีมติออกมาแบบนี้ พวกเขาไปกู้เงินใครก็ได้ เพราะเขารู้ว่ามีเงินลงทุนแล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ที่ทุกคนยังสงสัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะเป็นโมฆะหรือไม่และจะต้องหาทางออกอย่างไร เกิดความสับสน เหมือนการที่ประเทศติดไวรัสโคโรนา แต่เมื่อศาลตัดสินออกมาแบบนี้ เหมือนว่าประเทศได้วัคซีน หายจากอาการวิกฤต ที่ผ่านมายังไม่มีกระทรวงไหนสามารถนำงบลงทุนไปดำเนินการได้เลย แต่ขณะนี้เราเห็นทางสว่างว่างบประมาณจะสามารถนำมาใช้ได้ในอีกไม่นาน จะเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และน่าจะช่วยฟื้นสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาให้กลับมาดีได้


กำลังโหลดความคิดเห็น