xs
xsm
sm
md
lg

คดีเงินกู้-อนาคตใหม่รอดยาก !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปิยบุตร แสงกนกกุล - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เมืองไทย 360 องศา




หลายคนเคยบอกว่าหากเทียบกันระหว่างคดีล้มล้างการปกครองที่พรรคอนาคตใหม่เคยถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคกับคดีเงินกู้จำนวน 191.2 ล้านบาท ก็ต้องถือว่าคดีหลังนี่แหละคือ “ของจริง” ที่น่าหวาดเสียวที่สุด และหลายฝ่ายก็ให้ความเห็นค่อนข้างไปในทางเดียวกันว่า “รอดยาก”

แม้ว่าคดีแรกคือคดีล้มล้างการปกครองศาลรัฐธรรมนูญได้ยกคำร้องไปแล้ว เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้ยุบพรรคได้ ซึ่งก็มีคนเห็นว่ายังไม่ถึงขั้นยุบพรรคอนาคตใหม่ แต่สำหรับคดีเงินกู้ที่ล่าสุดทางศาลรัฐธรรมนูญได้นัดวินิจฉัยในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ทำให้พรรคการเมืองที่เกิดใหม่พรรคนี้ต้องกลับมาลุ้นระทึกแบบนับถอยหลังกันอีกรอบ

แม้ว่าที่ผ่านมาจะพยายามยืดเวลาออกไปให้นานที่สุดตามแท็กติกทางกฎหมาย ซึ่งก็ไม่ถือว่าทำได้ไม่ได้ผิดกติกาแต่อย่างใด โดยเฉพาะแนวทางที่พรรคอนาคตใหม่พยายามตั้งแต่การยื่นคำร้องเพื่อขอขยายเวลาการยื่นเอกสารชี้แจงรวมไปถึงการขอยื่นคำร้องเพื่อไต่สวนพยานบุคคลเพิ่มเติม แต่ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญก็ได้มีคำแถลงออกมาเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดยนัดวินิจฉัยคดีดังกล่าวในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้

ในคำแถลงดังกล่าวยังระบุว่าคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดีพอวินิจฉัยได้ ไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวนพยานบุคคล แต่เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้พยานบุคคลรวม 17 ปาก ตามที่พรรคอนาคตใหม่ผู้ร้องยื่นบัญชีระบุพยานมานั้นจัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ และให้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะผู้เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือและส่งเอกสารต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เช่นเดียวกัน

เมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องถือว่าทุกอย่างกำลังเดินไปถึงเป้าหมายที่ต้องได้ข้อยุติเสียที ส่วนผลจะออกมาเป็นบวกเป็นลบกับพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ก็ต้องติดตาม ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้

แน่นอนว่าสำหรับพรรคอนาคตใหม่ก็ต้องถือว่าลุ้นระทึกและนับถอยหลังไปสู่วันพิพากษาเท่านั้นว่าผลจะออกมาอย่างไรบวกหรือลบ ขณะเดียวกันสิ่งที่พวกเขากำลังเริ่มเคลื่อนไหวหนักขึ้นเรื่อยๆก่อนถึงวันสำคัญที่ว่านั้นก็คือใช้วิธีการแบบที่เคยเห็นมานั่นคือใช้ความพยายามเพิ่มความกดดันจากภายนอกไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในลักษณะการ “ดิสเครดิต” ทำให้เห็นว่าการที่ศาลนัดวินิจฉัยวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่พวกเขาระบุทำนองว่าออกมาก่อนวันที่จะมีการอภิปรายในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือการ “ซักฟอก” รัฐบาลที่กำหนดเอาไว้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ความหมายก็คือ เหมือนกับการขัดขวางไม่ให้ทำหน้าที่ซักฟอกรัฐบาล

หากย้อนกลับไปเพื่อทบทวนคดีเงินกู้ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ไปพูดที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศหลังการเลือกตั้งไม่กี่วันระบุว่าเขาได้พรรคกู้เงินนับร้อยล้านบาท ซึ่งความหมายในตอนนั้นก็คือมีเจตนาเพื่อโจมตีรัฐบาลคสช.ในตอนนั้นรวมทั้งกฎหมายเลือกตั้งที่ปิดกั้นพวกเขาไม่ให้ระดมทุนได้ทัน ไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมืองที่ตั้งใหม่อย่างพรรคอนาคตใหม่ อะไรทำนองนี้ แต่กลายเป็นว่ามัน “รัดคอตัวเอง” แบบดิ้นไม่หลุด เพราะเป็นข้อมูลที่ออกมาจากปากของเขาเอง เพียงแต่ว่าในตอนนั้นเพื่อต้องการโจมตีรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

แต่กลายเป็นว่านี่คือ “ข้อเท็จจริง” ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ และเมื่อมีคนร้องไปที่คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ว่าเป็นการทำผิดกฎหมายของพรรคการเมืองที่ไม่ให้กู้เงิน และในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พิจารณาและสรุปมีมติยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ดังกล่าว

ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องลุ้นกันอย่างหนักหน่วงในช่วงเวลานี้ก็คือบรรดาคณะกรรมการบริหารพรรคจะมีการลาออกก่อนถึงวันวินิจฉัยคดีเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือไม่ เพราะหากผลออกมาเป็นลบโดยที่คนพวกนี้ยังคาอยู่ในตำแหน่งและผลวินิจฉัยออกมาเป็นลบก็ย่อมส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองอย่างร้ายแรง เพราะโทษยุบพรรคยังรวมไปถึงการตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่ต่ำกว่า 5 ปีอีกด้วย

ดังนั้นก็ต้องจับตาดูว่าบรรดาแกนนำของพรรคอนาคตใหม่คนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรค เป็นต้น ซึ่งหากเมื่อถึงกำหนดเวลาพวกเขายังไม่ลาออกนั่นก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความมั่นใจในพยานหลักฐานและข้อกฎหมายที่ยกมาโต้แย้ง ว่าสู้ได้

แต่อีกด้านหนึ่งหากพิจารณาความความเห็นของบรรดากูรูทางกฎหมายและทางการเมืองส่วนใหญ่แล้วเสียงออกมาแทบจะตรงกันว่าสำหรับคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่นี้ น่าจะ “รอดยาก” นับถอยหลังได้เลย !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...