xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กตู่" ดักคอเกมซักฟอกห้ามตามจิกย้อนอดีต 5 ปี !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา

เห็นรูปการณ์แล้วน่าจะวุ่นวายอยู่ไม่น้อยสำหรับ “ศึกซักฟอก” รัฐบาลของฝ่ายค้านที่กำลังจะมาถึงในราวปลายเดือนมกราคมนี้ เนื่องจากล่าสุดได้ฟังจากคำพูดของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้มีอายุแค่ 5 เดือนเท่านั้น ไม่ใช่ระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา ที่พรรคฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่อย่างใด

“ผมไม่ได้มองว่ามีปัญหาในการทำงาน เพราะเพิ่งทำงานมา 5 เดือนเองใช่หรือไม่ รัฐบาลนี้ 5 เดือนฉะนั้นการอภิปรายครั้งนี้เป็นการอภิปรายนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ อย่าเอามาพันกันไปหมด มันจะเสียหายไปหมด ซึ่งจะทำให้สิ่งที่ทำไว้เสียไปด้วย ที่ทำดีๆไว้ก็เสียหาย เพราะไม่เข้าใจกันแล้วจะทำงานกันอย่างไรต่อไป หลายอย่างรัฐบาลนี้ได้ทำในส่วนรัฐบาลก่อนๆทำไว้ดีผมก็ทำต่อ ผมไม่เคยไปว่าอะไรเขา เว้นแต่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เป็นเรื่องกลไกกระบวนการยุติธรรมว่ากันไปจะมาเกี่ยวอะไรกับผม”

“อย่าเอาความไม่ชอบส่วนตัวมาว่าประเทศชาติสำคัญกว่าอย่างอื่น ผมไม่ได้วิตกกังวลอะไรทั้งสิ้น ก็ชี้แจงไปสุดแล้วแต่ว่าวัตถุประสงค์นั้นทำไปเพื่ออะไร เราตอบได้ก็คือตอบก็ฟังกันบ้าง อย่าถามอย่างเดียว”
 
นั่นเป็นคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ย้ำท่าทีว่ารัฐบาลเพิ่งจะมีอายุแค่ 5 เดือนเท่านั้น หากจะอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ให้อยู่ในกรอบเวลา 5 เดือนนี้เท่านั้น
ซึ่งสอดรับกับท่าทีของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวว่า “ถ้าการอภิปรายอยู่ในช่วง 5 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ก็โอเค ส่วนที่แล้วมาก็จบไปแล้ว ขอให้ยึดหลักการทำงานในช่วง 5 เดือนกว่าที่ผ่านมา ขอให้ฝ่ายค้านยึดหลักการนี้”

แน่นอนว่าเมื่อได้ยินคำพูดของ ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ถือว่าเป็น “แกนหลัก” ของรัฐบาล ที่ยืนยันชัดเจนว่าจะให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายซักถามได้เฉพาะการทำงานในช่วงรัฐบาลชุดนี้ ที่เพิ่งบริหารประเทศมา 5 เดือนเศษเท่านั้น อีกด้านหนึ่งเหมือนกับเป็นการดักคอเอาไว้ล่วงหน้าห้ามอภิปรายล้ำเส้นไปถึงรัฐบาลในช่วง 5 ปีก่อน หรือในยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นอันขาด

เมื่อเป็นแบบนี้มันก็ส่อป่วนกันตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่แสดงท่าทีชัดเจนแล้วเช่นเดียวกันแล้วว่าจะต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจย้อนอดีตไปถึงในช่วงการบริหารงานของรัฐบาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐบาลในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยพวกเขาอ้างว่า มีหลักฐานความไม่ชอบมาพากลในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการทุจริตเชิงนโยบาย

ทั้งนี้คาดว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ราวกลางเดือนมกราคม และน่าจะได้อภิปรายช่วงปลายเดือนเดียวกัน โดยรัฐมนตรีที่คาดหมายว่าจะต้องโดนซักฟอกค่อนข้างแน่นอน นอกเหนือจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้ว ยังมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นต้น

เมื่อเป็นแบบนี้ก็ถือว่าแนวทางไปคนละแบบ เชื่อว่าบรรยากาศคงต้องวุ่นวายกันพอสมควร เพราะทางฝ่ายรัฐบาลจะเปิดทางให้อภิปรายซักถามได้เฉพาะการทำงานของรัฐบาลในชุดปัจจุบันที่บริหารมาในช่วง 5 เดือนเศษเท่านั้น หากพาดพิงย้อนอดีตไปในยุครัฐบาลคสช.เพราะถือว่าจบกันไปแล้ว

ขณะเดียวกันฝ่ายรัฐบาลก็มั่นใจว่า ผลงานในช่วงเวลา 5 เดือนดังกล่าวถือว่ายังไม่มีอะไรที่ผิดพลาดรวมไปถึงยังไม่มีปัญหาเรื่องการทุจริตออกมาให้เห็น ขณะที่ฝ่ายค้าน จะว่าไปแล้วการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อต้องการรักษาโควตาการอภิปรายฝ่ายรัฐบาลที่เป็นช่วงคาบเกี่ยวทำให้สามารถยื่นญัตติได้ถึงสองครั้ง เพราะหากไม่ยื่นก็จะเสียสิทธิที่กำหนดเอาไว้ให้ยื่นซักฟอกได้แค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

อีกทั้งยังเป็นการทดสอบความเป็นเอกภาพของฝ่ายรัฐบาลผสมที่มีเสียงปริ่มน้ำว่าจะทำได้ดีแค่ไหน รวมไปถึงหากมีหลักฐานขอมูลนำมาอภิปรายได้มีน้ำหนักก็จะยิ่งเป็นการทำลายศรัทธาไปได้อีกทางหนึ่งด้วย ก่อนที่จะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงที่คาดว่าจะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี

แม้ว่าตามรูปการณ์แล้วการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นรายบุคคลในครั้งนี้จะเป็นเพียงแค่การทดสอบชิมลางเอาไว้ก่อน เนื่องจากพิจารณาตามความเป็นจริงแล้วยังถือว่ารัฐบาลยังไม่มีจุดบกพร่องหรือมีความเสียหายถึงขั้นต้องซักฟอกขับไล่ และยังมั่นใจว่ารัฐบาลน่าจะผ่านไปได้ไม่ยาก
 
แต่ที่น่าจับตามากไปกว่านั้นก็คือบรรยากาศในช่วงเวลาดังกล่าวจะเกิดความพยายามผสมโรงสร้างความปั่นป่วนจากภายนอกมากกว่า รวมไปถึงการปรับคณะรัฐมนตรีหลังการอภิปรายมากกว่า เพราะน่าจะเกิดแรงกระเพื่อมตามมาไม่น้อย !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...