xs
xsm
sm
md
lg

“เจ๊ดา” จับไต๋อยู่มือ “ส้มหวาน” ยื้อส่งเอกสาร “ดิสเครดิต” กกต. สร้างภาพถูกกลั่นแกล้ง เรียกคะแนน “สงสาร”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เจ๊ดา” มาเต็ม จับไต๋ “ส้มหวาน” อยู่มือ แฉแหลก ยื้อส่งเอกสาร “ดิสเครดิต” กกต. สร้างภาพถูกกลั่นแกล้งรังแกทางการเมือง เรียกคะแนน “สงสาร” หมกเม็ดความผิดหรือไม่

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้(7 ธ.ค.62) เฟซบุ๊ก เจ๊ดา อนาคตจันท์ เพจสนับสนุน นางลัดดา จตุอุทัยศรี หรือ “เจ๊ดา” นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมในจังหวัดจันทบุรี อดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความ ระบุว่า

ท่าน ป. เลขาธิการพรรค และท่าน พ. โฆษกพรรคๆหนึ่ง(เราไม่อยากเอ่ยชื่อเดี๋ยวหาว่าโจมตีพรรคและตัวท่าน)ออกแถลงข่าวชี้นำให้ประชาชนคิดว่า หน่วยงานที่ขอเอกสารเพื่อนำไปประกอบการพิจารณา การกระทำการกู้เงินของพรรคนั้น เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

พยายามดิสเครดิตกระบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระ เป็นการให้ข่าวเพื่อดักทางการกระทำที่พรรคไม่ต้องการทำ ที่พรรคไม่ต้องการถูกตรวจสอบ เพราะอาจหมกเม็ดการกระทำที่ผิดกฎหมายไว้ และทำทีแถลงให้ประชาชนเห็นว่า พรรคถูกกลั่นแกล้ง

และท่านคงคาดหวังทางการเมืองว่า ถ้าพรรคถูกตัดสินไปในทางไม่ดี ประชาชนจะสงสาร และออกมายืนปกป้องท่าน ในการต่อสู้ทางการเมืองนอกสภาฯ

จะบอกท่านเลขาฯ ให้ทราบว่า มุขของท่านมันห่วยแตก
และจะบอกให้ประชาชนที่สนับสนุนพวกท่าน หันมามองข้อเท็จจริงดังตัวอย่างข้อเท็จจริงที่มีอยู่ทั่วไป ในเรื่องการถูกตรวจสอบดังนี้

การทำงานของท้องถิ่น ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ต้องมีเอกสารหลักฐานทางการเงิน ถ้าเปรียบเทียบกับพรรคของท่านแล้ว ท่านบอกทำนองว่าพรรคของท่าน มีหลายส่วนงาน มีเอกสารมากมาย ต้องใช้เวลาในการรวบรวม เวลาในการรวบรวมเอกสาร 2 สัปดาห์มันไม่พอ

ท่านลองเทียบกับท้องถิ่นดูนะว่า ท้องถิ่นมีงบหลายร้อยล้าน จนถึงหลายพันล้าน การทำงานของเขามีหน่วยงานมากมาย ทำโครงการหลากหลาย มีกิจกรรมมากกว่าพรรคท่าน และเกี่ยวพันกับประชาชนมากมาย

แต่เมื่อฝ่ายตรวจสอบ เช่น สตง. ท้องถิ่นอำเภอ/จังหวัด หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือแม้แต่ภาคเอกชน หรือภาคประชาชนก็ตาม ต้องการเอกสารหลักฐานไปตรวจสอบ หรือประกอบกิจกรรม ท้องถิ่นก็ต้องหาให้อย่างรวดเร็ว

เช่น สตง.เข้าตรวจสอบ ขอเอกสารทางการเงิน ต้องรวบรวมให้ได้ภายใน 1-2 วัน เป็นเรื่องปกติ และ 1 สัปดาห์ เป็นอย่างช้าที่สุด

ยิ่งเรื่องทางการเงิน ยิ่งต้องมีเอกสารหลักฐาน ทุกกิจกรรมทางการเงินจัดเก็บไว้อยู่แล้ว 1-2 วันก็เพียงพอสำหรับการรวบรวมเอกสาร ไม่งั้นถูกออกรายงาน ถูกออกหนังสือทักท้วง เพราะมีพิรุธ มีความผิดปกติ เหมือนจงใจปิดบังข้อเท็จจริง

การที่หน่วยงานที่ตรวจสอบพรรคท่าน ขอเอกสารทางการเงินเพิ่ม ไม่ว่าท่านจะบิดเบือนว่าเอกสารนั้น เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับการกู้เงินของพรรรคก็ตาม แต่มันคือการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินทั้งหมด เพื่อให้ทราบทุกกิจกรรมทางการเงินที่นำเงินกู้ไปใช้จ่าย ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติในการตรวจสอบ

คิดจะตรวจสอบ หรือวิจารณ์ผู้อื่น หน่วยงานอื่น "ท่านอย่าบิดเบือน"

เขาให้เวลาพรรคของท่านถึง 2 สัปดาห์จึงมากพอ
รวบรวมเอกสารค่าใช้จ่ายของทุกพื้นที่... 1-2 วันก็เพียงพอ ส่งเอกสารมาที่ส่วนกลาง 1 สัปดาห์ก็เพียงพอ

ยิ่งขนส่งพัสดุสมัยนี้รวดเร็วทันใจ 1 สัปดาห์ ขนส่งจากไทยไปต่างประเทศยังทันเลย จากนั้นจัดหมวดหมู่เอกสาร 2 วันก็ทัน จากนั้นนำส่งหน่วยงานที่ตรวจสอบท่าน รวมเวลาแล้ว 1 สัปดาห์ กับ 5 วัน ทันยิ่งกว่าทัน

ยิ่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ 2 วันก็รวบรวมได้แล้ว ถ้าระบบของพรรคท่านดี (ซึ่งต้องดีอยู่แล้ว ถ้าคิดจะเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลง ด้านเทคโนโลยี และด้านความโปร่งใส ตรวจสอบได้)

หรือว่าพรรคของท่านไม่มีระบบที่ดี หรือไม่เคยคิดให้ใครตรวจสอบ หรือไม่เคยคิดถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีแต่หน้าฉาก และคำพูดที่ดูดี หลอกประชาชนไปวันๆเท่านั้น

พรรคของท่าน รณรงค์เรื่อง การทำงานของท้องถิ่นต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่พรรคของท่าน ไม่มีกระบวนการทำงาน ไม่มีกระบวนการบริหารงานที่รองรับในเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้หรอกหรือ

หมายความว่าที่รณรงค์มา มันคือเรื่องของวาทกรรมใช่ไหม วาทกรรมที่หลอกลวงประชาชนอยู่ตลอด

ภาพจากแฟ้ม
ที่เราบอกว่า "มุขของท่าน มันห่วยแตก" เพราะบิดเบือนข้อเท็จจริงของการตรวจสอบ ดิสเครดิตระบบตรวจสอบ หลอกประชาชนให้เชื่อและสงสารพรรคของท่าน เพื่อปกปิดข้อเท็จจริงของพรรคท่านที่ว่า

พรรคท่าน ระบบการเงินการคลัง มันห่วยแตกจริงๆ ไม่มีความพร้อมในการรับการตรวจสอบ แล้วริจะไปตรวจสอบคนอื่น

การขอเวลาของท่าน คือขอเวลาไปทำเอกสารหักล้างค่าใช้จ่ายที่ทั้งมี และไม่มีอยู่จริง "ใช่ หรือ ไม่" ตอบประชาชนหน่อย

เราต้องออกมาวิจารณ์ท่าน และแสดงจุดยืน เปิดหูเปิดตาประชาชน เพราะเรากำลังทำงานท้องถิ่น เราศึกษาการทำงานทุกระบบของท้องถิ่น เพื่อวางนโยบาย ตามที่พรรคของท่านเคยให้โจทย์ไว้ และนี่ก็เป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งว่า โจทย์ที่ท่านให้ นโยบายที่ท่านรณรงค์ มันคือการโกหกคำโตต่อประชาชนอีกครั้งหนึ่ง เพราะพรรคของท่าน "ไม่มีระบบที่โปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ"

โกหกประชาชนแบบนี้ จะปลด "โซ่ตรวน" ให้ประชาชนได้อย่างไร คุณ ธ. หัวหน้าพรรค ช่วยตอบหน่อย... จะทำอย่างที่ให้ข่าวกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้ไหม

ให้ยืมคำว่า "โซ่ตรวน" ไปใช้ได้ แต่ไม่ได้ให้ใช้พูดโดยไม่คำนึงข้อเท็จจริงนะ ไม่ได้ให้ใช้พูดโกหกประชาชนและผู้สื่อข่าวนะ

“เจ๊ดา” ร่ายยาวขนาดนี้ ต้องมาดูว่า เกิดอะไรขึ้นกับเรื่องนี้

สำหรับคดีเงินกู้ ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้พรรคกู้จำนวน 191 ล้านบาท และเรื่องนี้นอกจากเจ้าตัวจะยอมรับเองแล้ว กรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกับ ป.ป.ช. ก็ยังแจ้งเอาไว้ด้วย

จึงนำมาสู่การร้องต่อ กกต. เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 62 ระบุรายได้ของพรรคการเมือง 7 ข้อ คือ 1.เงินทุนประเดิมพรรค 2.เงินค่าธรรมเนียมและค่าบํารุงพรรคการเมืองตามที่กําหนดในข้อบังคับ 3.เงินที่ได้จากการจําหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคการเมือง 4.เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง 5.เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการรับบริจาค 6.เงินอุดหนุนจากกองทุน 7.ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง ซึ่งทั้ง 7 ข้อไม่ได้บัญญัติเรื่องการกู้เงินมาเป็นรายได้ของพรรค

นอกจากนี้การบริจาคยังกำหนดในมาตรา 66 ว่า ห้ามบุคคลใดบริจาคเงินให้พรรคการเมืองเกิน 10 ล้านบาทต่อปี และพรรคการเมืองจะรับเงินบริจาคเกิน 10 ล้านบาทต่อปีจากคนคนเดียวกันไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมายพรรคการเมือง

เมื่อมีผู้ร้อง กกต.จึงตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวน และเรียกเอกสารชี้แจงจากผู้ถูกร้อง เพื่อมาประกอบการทำสำนวนคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด แต่ปรากฏว่า มีเอกสารบางส่วนที่ กกต.เรียกไปแล้ว พรรคอนาคตใหม่ไม่ส่งให้ และแม้ว่าจะมีการกำหนดกรอบเวลาให้ส่งมอบเอกสารดังกล่าว ก็ยังไม่ส่งมาให้ โดยกรอบเวลาที่กกต.ยืนยันจะไม่ขยายอีกแล้ว คือภายในวันที่ 2 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.62 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ขณะนี้เลยกำหนดเวลาที่ให้พรรคอนาคตใหม่ยื่นชี้แจงแล้ว กกต.จึงถือว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ติดใจ

หลังจากนี้ กกต.จะให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนพิจารณาจากพยานหลักฐานที่พรรคอนาคตใหม่ส่งมาบางส่วนก่อนหน้านี้ และให้เสนอที่ประชุม กกต.พิจารณาในวันที่ 11 ธ.ค.นี้

ด้าน “ช่อ” น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติตัดพยานหลักฐานเอกสารชี้แจงการกู้ยืมเงินของพรรค ว่า ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เพราะเราได้แถลงไปแล้วว่า ที่ กกต.ยื่นเดดไลน์การส่งเอกสารชี้แจงการกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่ในวันที่ 2 ธ.ค.62 แต่ขอเอกสารที่มีรายละเอียดที่เยอะมาก ยืนยันว่า ไม่สามารถทำได้ทันจริงๆ ซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่า กกต.ต้องการให้เราส่งทันหรือไม่ต้องการให้เราส่งทันกันแน่

“ช่อ” กล่าวอีกว่า เราแสดงความบริสุทธิ์ใจไปแล้วว่า ถ้าขยายเวลาให้เรา จะสามารถส่งเอกสารให้ได้ แต่ถ้าไม่สามารถขยายเวลาได้ ซึ่งทาง กกต.ก็มีความชัดเจนแล้วว่าไม่ขอรับเอกสารเพิ่ม ก็ไม่เป็นไร เพราะถ้า กกต.มีมติออกมาว่าจะส่งเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็สามารถยื่นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้อยู่แล้ว ไม่มีความกังวลแต่อย่างใด และเชื่อว่าเรื่องนี้ทำอย่างโปร่งใสไม่มีนอกไม่มีในอย่างแน่นอน รวมถึงเราได้ทำตามกฎหมายทุกอย่าง

"ถ้า กกต.คิดว่า การที่เราขอเวลาเพิ่มอีก 120 วันคือการถ่วงเวลา เราก็ต้องถามกลับว่า แล้วที่ต้องการให้เราส่งเอกสารเร็วขนาดนี้เป็นการเร่งรัดระยะเวลาหรือเปล่า คดีนี้จริงๆ เรื่องก็ดำเนินมานานหลายเดือนแล้ว ก็ไม่ทราบว่าความเร่งร้อนคืออะไร แล้วเวลา 120 วันไม่ได้เป็นเวลาที่นานแต่อย่างใด ไม่ได้ขอเลื่อนไปเป็นปี จริงๆ ก็เป็นสิทธิของผู้ที่ถูกฟ้องร้องที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รอบคอบ รัดกุม และชัดเจนที่สุด ถ้าเกิดรีบทำแล้วผิดพลาดขึ้นมาก็จะไม่มีใครที่จะรับผิดชอบแทนเราได้ เพราะเราเป็นผู้ที่ส่งเอกสารให้แก่ กกต.เอง"

ที่สำคัญ คดีนี้ถือว่า เสี่ยง “ยุบพรรค” เลยทีเดียว เพราะถ้าเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 66 จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 72 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่ง ในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่า ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อฝ่าฝืนมาตรา 72 เป็นกรณีที่บัญญัติไว้ในมาตรา 92 (3) ที่ระบุว่า กระทําการฝ่าฝืนมาตรา 20 วรรคสอง มาตรา 28 มาตรา 30 มาตรา 36 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 72 หรือมาตรา 74

และ (๔) มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกําหนด
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองกระทําการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น

ถ้าอย่างนี้ โพสต์ของ “เจ๊ดา” ก็นับว่าน่าจับตามองอย่างมาก ในกรณีที่อาจมีการเล่นเกมการเมือง มากกว่าจะเป็นการต่อสู้คดีอย่างตรงไปตรงมา และยึดถือในขบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระ เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่า โปร่งใส ตรวจสอบได้อย่างแท้จริง หรือว่าไม่จริง


กำลังโหลดความคิดเห็น...