xs
xsm
sm
md
lg

ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง ตอนพิเศษ เบื้องหลังการทำงาน กว่าจะเป็น “สนธิทอล์ก”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เช้าวันที่ 26 พ.ย.62 เวลาประมาณ 09.32 น. แฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและผู้ก่อตั้งเครือ “ผู้จัดการ” เฟซบุ๊กไลฟ์ รายการ Sondhitalk ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง ตอนพิเศษ “เบื้องหลังการทำงาน กว่าจะเป็น สนธิทอล์ก” สัมภาษณ์โดย อุษณีย์ เอกอุษณีย์ พิธีกรรายการ Newshour จาก News1



คำต่อคำ : SONDHI TALK [26 พ.ย.62] เบื้องหลังการทำงานกว่าจะเป็น "สนธิทอล์ก" ตอนพิเศษ

อุษณีย์- สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับแฟนๆ ของเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธินะคะ วันนี้ ดิฉัน อุษณีย์ เอกอุษณีย์ มาชวนคุย มาชวนซักถาม กับเจ้าของปรากฏการณ์พิเศษทีเดียว ตอนนี้โลกไซเบอร์กำลังพูดถึงเยอะมากกับการใช้เวลา 3 เดือน เพื่อกลับมาทำให้ยอด reach เพิ่มถึง 4 ล้านกว่า reach คนทำหายากมากที่จะทำได้แบบนี้ ยังไม่รวมถึงยอดไลก์ ยอดแชร์ต่างๆ มากมายมหาศาลมาก มาพบกับคุณสนธิเลย สวัสดีค่ะ

สนธิ- สวัสดีครับคุณเก๋

อุษณีย์- คุยกับคุณสนธิหน่อย ที่ผ่านมามีคนพูดถึงเยอะมาก จะทำอย่างไรให้คนสนใจดูผ่านทางเพจเยอะๆ เพราะมันเป็นช่องทางใหม่ของการติดต่อสื่อสารพูดคุย สื่อยุคใหม่

สนธิ- ผมเคยเชื่อตลอดเวลา คุณอุษณีย์ ก็รู้ถึงปรัชญาของผมว่า ข้อแรกคือ Content is King คือเนื้อหาสาระเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด อันที่สอง ผมเชื่อมาตลอดว่า content ถ้ามีคุณภาพ มีสาระ ผมเชื่อตลอดเวลาคนดู ทีนี้ระหว่าง บางครั้งจะยอดไลก์ หรือยอดคนเข้า หรือยอดฟอลโลว์ คนไปจริงจังกับตรงนั้นมากเกินไป แต่ว่าเพจคุยทุกเรื่องกับสนธิ มันพิสูจน์ให้เห็นว่าปริมาณคนที่เข้ามา ผมเชื่อว่าคุณอุษณีย์ก็ดูอยู่หลายช็อต คุณจะเห็นว่าแต่ละเรื่อง แต่ละอาทิตย์ ผมพูดเป็นชั่วโมง แล้วยอดที่คนเข้ามา live view

อุษณีย์- ดูสดๆ เลย

สนธิ- สดๆ เลย

อุษณีย์ - เยอะมาก


สนธิ- ต่ำสุดเท่าที่ทำมาก็สามพันกว่า อาทิตย์ที่แล้วมีประมาณหกพันกว่า ผมถือว่าเป็นปรากฏการณ์ และที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คุณต้องดูยอดแชร์ ยอดแชร์ของรายการเราไม่เคยต่ำกว่าพันเลย พันกว่าๆๆ ยอดแชร์ในเรื่อง FOREX 3D หมื่นกว่าแชร์ เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ หนึ่ง ถ้าเรื่องเป็นเรื่องที่มีคุณภาพ คนจะดู แล้วคุณเก๋หลับตาวาดภาพ คนที่นั่งดูอยู่ แล้วตามไปเป็นชั่วโมง ชั่วโมงครึ่ง

อุษณีย์- ไม่ออกเลย
สนธิ- ไม่ออกเลยครับ อาจจะมีขึ้นไปสัก 6,700 แล้วดร็อปลงมาเหลือ 6,600 มา 6,500 แล้วประเดี๋ยวก็กระโดดกลับขึ้นไปเป็น 6,800 ไม่ใช่ว่า 6,700 แล้วดร็อปลงๆๆ เหลือประมาณ 2,000 ไม่ใช่ ไม่มี เพราะฉะนั้นแล้วมันตอกย้ำให้เห็นว่าคนที่เข้ามาดู ถ้าเป็นเรื่องของสาระ เรื่องของคุณภาพแล้ว เขาดู และอีกอย่างหนึ่ง เท่าที่ทีมงานของผมเขาทำข้อมูลมา ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน ที่ผมเริ่มออกมาจากเรือนจำ และผมออกมาเปิดเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ 4 กันยายน จนถึง 4 พฤศจิกายน 2 เดือนเต็มๆ ถ้านับปริมาณคนที่เข้ามาดู เข้ามา visit เพจนี้ แล้วบวกเข้าไปเรื่อยๆ ทุกวัน ทุกครั้ง 40 ล้านคนนะ แล้วก็มีบางเรื่อง คลิปสั้นๆ ที่เราตัดออกจากคลิปใหญ่ เช่นเรื่องเปิดหน้ากากของคุณอภิรักษ์ โกฎธิ ตัวนั้น 3 ล้านกว่าคนที่เข้ามา ผมก็เลยถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ผมอยากให้หลายๆ คนพยายามทำเรื่องที่มีคุณภาพ แล้วจะมีคนเข้ามาดู ซึ่งน่าเสียดายมาก ผมไม่ได้หมายความว่าคนอื่นเขาไม่ได้ทำเรื่องที่มีคุณภาพ แต่ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับการนำเสนอ การเลือกประเด็น และที่สำคัญที่สุดคือวิธีการเล่าเรื่อง ผมว่าตรงนั้นมากกว่าที่จะทำให้คนติดตามและไม่ทิ้งไป

อุษณีย์- เลือกประเด็น คนพูดถึงกันเยอะว่าทำไมคุณสนธิถึงเลือกจับแต่ละประเด็นแล้วมันโดนทุกอันเลย

สนธิ- สมัยที่ผมยังฝึกอบรมนักข่าวอยู่ ผมไม่ทราบว่าคุณอุษณีย์ทันหรือเปล่า แต่อาจจะไม่ทันก็ได้ ผมจะชี้ให้เขาเห็นตลอดเวลาเลยว่า ประเด็นๆ หนึ่งขึ้นอยู่กับมุมมองของเขา นักข่าวบางคนมองมิตินี้ บางคนมองอีกมิติหนึ่ง ผมพยายามให้คนของผมฉีกมิติการออกออกไปเสีย ข่าว จะเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ ข่าวนิตยสาร หรือแม้กระทั่งข่าวโทรทัศน์ ไม่ต่างกันในเรื่องวิธีเลือก อันแรกสุด ผมเรียกว่า ข่าวตาย ข่าวตายคือ เรื่องเกิดขึ้นวันนี้ ถ้าไม่ทำข่าววันนี้ ไม่รายงานวันนี้ เลยไป อย่าว่าแต่ถึงเย็นเลย แค่เลยเที่ยง พ้นเที่ยงไปแล้ว เลยไป 3-4 ชั่วโมง ข่าวนี้ตายไปแล้ว ไม่มีความหมาย ข่าวที่สอง ผมเรียกว่า ข่าวผีดิบ ข่าวผีดิบคือ ข่าวเป็นและข่าวตาย คือ เกิดขึ้นแล้ว ยังไม่รายงาน แต่ไม่เป็นไร ยังเป็นลักษณะผีดิบอยู่ คือยังมีชีวิตอยู่ ยังสามารถที่จะเล่าให้ฟังต่อได้ ครึ่งๆ กลางๆ ข่าวสุดท้าย ผมเรียกว่า ข่าวไม่ตาย

ข่าวไม่ตาย คืออะไร ข่าวไม่ตายคือ พูดเมื่อไร คนก็จะฟังเมื่อนั้น เพราะว่ามันไม่ล้าสมัย อย่างเช่น ถ้าสมมุติเราเอาข่าวเป็นกับข่าวตายมาผสมกัน มันจะกลายเป็นข่าวอมตะนิรันดร์ อย่างเช่นกรณีฮ่องกงกับจีน ฮ่องกงกับจีน คนพูดมามาก แต่ละคนก็วิเคราะห์ตามนักข่าวฝรั่ง แต่ละคนก็วิเคราะห์ตามที่ต่างประเทศเขาเขียนมา แต่ละคนก็วิเคราะห์ตามวิชาการที่ตัวเองเรียนมา แต่เผอิญผมใส่มิติประวัติศาสตร์เข้ามาให้เห็น อย่างเช่น ฮ่องกง ผมเล่าที่มาที่ไปว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และทำไมคนฮ่องกงถึงคิดอย่างนี้ ทำไมคนจีนถึงคิดอย่างนี้ แล้วฮ่องกงกับไต้หวันต่างกันตรงไหน ที่ผมบอกว่า ฮ่องกับ กับไต้หวัน อุปมาอุปไมยฮ่องกงเป็นลูกสาวที่ถูกฝรั่งขโมยไป แล้วเอาไปอยู่ด้วย 99 ปี แล้ววันนี้จีนเอาลูกสาวคืนมาแล้ว แต่ไต้หวัน มันเป็นเรื่องของพี่น้องสองคน คือจอมพลเจียง ไคเช็ก กับประธานเหมา เจ๋อตง ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะปกครองจีน แต่จอมพลเจียง ไคเช็ก แพ้ พี่ชายแพ้ พี่ชายเลยต้องหนีออกจากบ้าน ก็คือออกจากแผ่นดินใหญ่ แล้วไปตั้งรกรากที่ไต้หวัน หลายคนก็บอกว่า พอได้ฟังอุปมาอุปไมยตรงนี้ ก็เลยเข้าใจว่ามันเป็นอย่างไร

อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งผมไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แล้วก็ไม่มีใครถาม คุณอุษณีย์ถามเป็นคนแรก ผมจะมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ผมดูข่าวแล้วผมรู้สึกเอะใจ ว่ามันไม่ใช่อย่างที่หนังสือพิมพ์รายงานนะ พูดภาษานักเลงคือมันทะแม่งๆ มันมีกลิ่น เหมือนกรณีของการฆ่ากันตายที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ผมว่ามันทะแม่งๆ ทะแม่งข้อแรกว่า ทำไมคนระดับ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ซึ่งตามข้อมูลที่ผมได้มา เป็นคนเรียบร้อย ลูกน้องรัก และเป็นคนเอาการเอางาน เป็นคนมีศีลธรรม แต่ทำไมถึงตัดสินใจเอาปืนเข้าศาลแล้วก็ยิงฝ่ายตรงข้ามตาย แล้วตัวเองก็นั่งรอเพื่อให้ตำรวจจับ แต่กลับโดนผู้ช่วยทนายของคุณบัญชา ซึ่งเขาตายไปแล้ว แล้วผู้ช่วยทนายเอาปืนมายิงตาย และมันก็ทะแม่งว่าทำไมตำรวจศาลถึงต้องส่งปืนให้กับผู้ช่วยทนาย นั่นคือที่มาว่าทำไมผมต้องค้นคว้า เมื่อค้นคว้าออกมาแล้วก็เลยเป็นอย่างที่คุณอุษณีย์ได้ดูว่า ทิศทางเป็นอย่างนั้นจริงๆ และในที่สุดคนก็เริ่มเข้าใจ และผมก็เริ่มเข้าใจ อ๋อ คุณธารินทร์ จันทราทิพย์ เขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้มันเงียบ เขาต้องการให้การติดคุกของเขาตลอดชีวิต หรือถูกประหารชีวิต เป็นชนวนที่ทำให้คนมาสนใจเรื่องนี้ แต่เผอิญแกไม่ได้มีโอกาสไปติดคุก แกตายเสียก่อน ยิ่งกลับทำให้ดังขึ้นมาอีก ก็เลยทำให้คนสงสัย พอสงสัยก็เลยเจาะลึกเข้าไป อ๋อ เหตุผลที่คุณธารินทร์ทำเช่นนี้ เพราะว่าเขาพึ่งกระบวนการยุติธรรมไม่ได้ทั้งๆ ที่เขาเป็นตำรวจ เขาก็เลยต้องตัดสินใจทำแบบนี้ มันก็เลยเป็นอีกมิติหนึ่งซึ่งไม่เคยมีใครคิด นี่คือจุดที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่ผมจะพยายามทำ

อุษณีย์- คุณสนธิได้ไปถึงขนาดเอกสาร ตามไปดูถึงบัญชีของมูลนิธิ เป็นหลักฐานที่คนอื่นเขาเข้าไม่ถึง


สนธิ- ก็ต้องพยายามค้นคว้า หาแหล่งข่าวที่เราเชื่อถือได้ ที่สำคัญแหล่งข่าวบางทีมาหาเรา หรือเราเชิญมา ไม่ใช่ว่าเราจะเชื่อเขา 100 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เขาพูดออกมา ถ้าเรามีสติปัญญา และผมเชื่อว่าประสบการณ์ในตัวผมมันจะบอกเลยว่าข้อมูลที่เขาให้ผมจริง หรือไม่จริง แต่ง หรือไม่แต่ง คนอายุ 72 อย่างผมผ่านวงการสื่อมวลชนมา คือพูดง่ายๆ ว่าเป็นผู้ที่ค่อนข้างจะอาวุโสที่สุดในวงการแล้ว ก็คงจะไม่โง่โดนหลอก แต่แม้กระทั่งขนาดนั้นก็อาจจะโดนหลอกบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่เป็นไร แต่โดยทั่วๆ ไป โดยภาพรวมผมเชื่อว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังถูกต้องอยู่ เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อคุณได้ข้อมูลมาแล้ว คุณก็ดู มันชัดเจน เพราะผมสงสัยนะว่างบของมูลนิธิอภิธรรม เผอิญว่าผมมีมูลนิธิคุณแม่ผม ไชย้ง ลิ้มทองกุล ทุกๆ ปีต้องมีงบออกมา และในงบต้องระบุชัดว่า หนี้สินมีเท่าไร ทรัพย์สินมีเท่าไร และหนี้สินนั้นเราเป็นลูกหนี้ใคร ผมก็เชื่อว่า ถ้าหากมูลนิธินี้จ่ายเงินไปให้กับคุณสมพล โกศลานันท์ ที่ยกที่ให้ 3,800 ไร่ ในวงเงิน 12 ล้านบาท และบอกว่าจ่ายไปแล้ว 8 ล้านบาท ต้องมีลงในบัญชีนี้ ก็ปรากฏว่ามีลงจริงๆ ว่ายังค้างอยู่อีก 2.5 ล้าน หลักฐานตัวนี้ในการต่อสู้คดีครั้งแรก เนื่องจากว่าพี่น้องอีกสายหนึ่งที่เขาไม่รู้เรื่องเลย เขาเป็นชาวบ้าน เขาไม่เคยรู้ พวกนี้ก็เลยไปยำในศาล ก็เลยทำให้เขาได้ที่มา

อุษณีย์- อีกตัวหนึ่งที่คนแชร์เยอะมาก และส่งผลกระทบเยอะมาก FOREX 3D ค่ะ ช่างทำผมที่ออฟฟิศก็เป็นเหยื่อด้วย และเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ช่วยแชร์คลิปคุณสนธิด้วย เพราะโดนกับตัวเอง สิ่งที่คุณสนธิพูดออกมา ไม่เคยมีคนรู้มาก่อนว่าเบื้องหลังเป็นอย่างนี้ ที่มาที่ไปของตัวอภิรักษ์ หรืออะไร

สนธิ- คุณเก๋ ผมอาจจะได้เปรียบพิธีกรทุกคนในประเทศไทย หนึ่ง ผมอายุ 72 สอง ผมโลดแล่นในวงการมานาน ถ้าพูดง่ายๆ ผมก็เป็นหนึ่งในวงการบู๊ลิ้มเหมือนกัน ผมสัมผัสทั้งสายเทา สายดำ สายเขา

อุษณีย์- ครบทุกสาย

สนธิ- ครบทุกสาย เพราะฉะนั้นแล้ว มีหมด โน่นนี่นั่น รวมทั้งสายกะเทยด้วย ผมก็เลยสามารถที่จะส่งสารออกไป บอกว่าใครบ้างที่มา ที่รู้จักอภิรักษ์ ทันทีกะเทยคนหนึ่ง อายุ 50 ปี ยัยจอย ก็รีบติดต่อผมทันทีเลย รู้จักผม จำผมได้ บอก พี่สนธิจำจอยได้ไหม จอยที่สมัยก่อนพี่สนธิเคยไปจีบยัยไนต์ไง อะไรทำนองนี้ ผมก็เลย อ๋อๆ จำได้ จำไนต์ได้ แต่จอย? จอยบอก แหมทำไมลืมจอย จอย 50 แล้ว ตอนนั้นจอยยังสาวๆ อยู่เลย เพิ่งจะ 30 แล้วจอยโทรมาทำไม พี่รู้หรือเปล่า หนูนี่ คือเมียมัน นั่นคือการเปิดประตู

อุษณีย์- นี่แบบแหล่งข่าวปฐมภูมิ

สนธิ- ปฐมภูมิครับ พอเปิดประตูเสร็จ สิ่งที่จอยพูดมันโยงไปหาใคร ผมก็บอก จอย ช่วยแนะนำไปหน่อยได้ไหม จอยบอก พี่ ไม่ต้องแนะนำหรอก เขารู้จักพี่ดี ความสามารถตรงนี้ ประสบการณ์ตรงนี้ ไม่มีใครมี มีผมมีคนเดียว พิธีกรคนอื่นก็อาจจะชิลๆ ลันล้าไปในวงการ แต่ผมมันลงไปในมุมมืด ขึ้นไปในสีเทา ไปถึงสะอาด คือผมไปได้หมดทุกจุด แล้วผมก็สร้างบุญคุณไว้กับคนเยอะ ผมก็เลยพอที่จะมีแหล่งข่าวมากกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ

อุษณีย์- ข้อมูลลึกมาก อีกอันหนึ่งที่ถูกใจวัยรุ่นและทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ที่ตามดูด้วย คือวิธีการเล่าเรื่อง บางเรื่องมันซับซ้อน แต่คุณสนธิเรียบเรียงจนมันฟังง่าย 1 ชั่วโมงไม่หลุดเลย

สนธิ- คุณเก๋ครับ ผมเป็นคนที่เวลาพูด เหมือนผมเขียน เวลาผมเขียนก็เหมือนผมพูด ถ้าคุณเก๋ติดตามการปราศรัยของผมบนเวที แต่ไหนแต่ไรแล้ว จะเห็นว่าผมสามารถจะปราศรัยและทำให้คนฟัง เหตุผลเพราะว่าเหมือนผมนั่งคุยกับคุณเก๋ ผมคุยกับที่บ้าน คุยกับลูกหลาน คุยกับเพื่อนฝูง ก็เหมือนผมขึ้นปราศรัย เพราะฉะนั้นแล้ว เวลาผมออกทีวี ผมก็ปราศรัย ผมต้องเรียบเรียงคำไม่ให้เรื่องที่มันยากเย็นให้มันสลับซับซ้อน ฉะนั้น คุณเก๋ ถ้าถามอย่างนี้มันต้องมาถึงประเด็นที่ว่า แล้วผมเตรียมตัวอย่างไร

คือระหว่างอาทิตย์ ช่วงที่ผมเหนื่อยที่สุด จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสฯ 4 วัน เพราะวันศุกร์ Live ทีนี้ อย่างวันนี้ ผมรู้แล้วว่าผมจะพูดเรื่องอะไร วันศุกร์นี้ผมจะพูดเรื่องการบินไทย ผมเกริ่นมานานแล้ว ทำไมผมต้องพูดเรื่องการบินไทย เพราะผมเห็นประกาศของการบินไทยเรื่องงบดุล ว่าการบินไทยปีนี้ขาดทุน แล้วดีดีการบินไทย คนโน้นคนนี้การบินไทย ก็ออกมาปกป้องการบินไทยบ้าง บางคนก็ซ้ำเติมการบินไทย สิ่งที่ผมเห็นการขาดทุนของการบินไทย สำหรับผมแล้ว ประสบการณ์ในชีวิตของผมที่ผ่านเรื่องนี้มาเยอะของการบินไทย ผมเห็นการบินไทยขาดทุนมาตลอด แล้วทุกครั้งที่มันกำไร มันไม่เคยกำไร น้อยมากที่จะกำไรจาก operations กำไรจากการขายเครื่องบินเครื่องเก่าทิ้ง เอารายได้จากการขายทรัพย์สินมาบวกเป็นกำไร กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งเงินบาทมันตก เงินบาทมันอ่อนมาก ก็เลยทำให้การบินไทยกำไร เพราะมี Foreign Currency เงินตราต่างประเทศ เงินดอลลาร์ เงินปอนด์ ที่เขารับเข้ามา เผอิญโชคร้าย มาถึงปีนี้เป็นปีที่เงินบาทแข็ง พอเงินบาทแข็ง กำไรจากเงินตราก็ไม่ได้แล้ว กำไรจากบัญชี แต่งบัญชี ทั้งๆ ที่ไม่มีเงินสด แต่แต่งให้กำไรได้ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่า มันไม่ไหวแล้ว และอีกอย่าง ผมรู้เรื่องการบินไทยมากพอสมควรจากหลายๆ อย่าง คุณอย่าลืมว่าหลายคนที่ผมเคยรู้จัก บางคนก็เป็นประธานการบินไทยเก่า ไม่ว่าจะเป็น ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช หรือ ดร.ทนง พิทยะ ทำให้ผมพอจะสัมผัสได้ และผมเองก็น่าจะเป็นคนเดียวในวงการสื่อมวลชน ที่ตำหนิการบินไทย และชี้ให้เห็นว่าการบินไทยมันเจ๊งเพราะอเะไร แล้วผมก็บอกว่า จุดเริ่มต้นของการเจ๊งของการบินไทย มันอยู่ที่การซื้อเครื่องบินแอร์บัส 340-500/600 เพื่อจะบินรูทนิวยอร์ก นั่นคือจุดเริ่มต้นการเจ๊ง

พอผมได้ยินข่าวว่าการบินไทยขาดทุน ผมก็เลยบอก ต้องพูดแล้ว เรื่องการบินไทย เพราะว่ายังมีคนไทยอีกเยอะที่อ่านเรื่องการบินไทยแล้วคนนี้บอกขาดทุน คนนี้บอกไม่ขาดทุนเท่าไร ท่านนี้ก็บอกว่าท่านรองปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่ที่เข้ามาเป็นประธานการบินไทย ท่านก็บอกว่าการบินไทยยอดขาย 2 แสนล้าน ขาดทุนหมื่นกว่าล้าน แค่ 5 เปอร์เซ็นต์ เรื่องเล็ก คือผมได้ยินคำพูดของประธานบอร์ดการบินไทย ซึ่งมาแล้วจากไป อยู่ 1-2 ปี เปลี่ยนคน เวลาเข้าใหม่ๆ จะอหังการ มมังการมาก ผมจะแก้ไขอันโน้น ผมจะแก้ไขอันนี้ พออยู่ต่อไปสักพักเริ่มแผ่วๆๆ ผมก็เลยรู้ และผมดูว่ามันเป็นนิทานเรื่องเก่าๆ ผมก็เลยตัดสินใจว่า ต้องงัดเอาเรื่องการบินไทยมาอธิบายความให้คนเข้าใจ ต้องขุดคุ้ยออกมาให้ดูว่า ที่คุณบอกว่าคุณขาดทุน ขาดทุนเพราะอะไร และผมจะบอกว่าที่คุณปฏิบัติการในพวกคุณกันเอง ความระยำตำบอนของพวกคุณระดับบริหาร ระยำตำบอนอะไรบ้าง แล้วผมก็สามารถเอามาอธิบาย นี่คือเหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจพูดเรื่องการบินไทย แต่ผมก็เลื่อนมา 2 อาทิตย์ เพราะว่ามีเรื่องด่วน อย่างเช่นเรื่องการยิงที่ศาล ผมก็เลยพักเรื่องการบินไทยไว้ก่อน เอาเรื่องการยิงกันที่ศาลมา ก็ยังไม่มีอะไร ผมคิดว่าคงจะออกได้วันศุกร์นี้ นอกจากจะมีเรื่องบ้าบอคอแตกเกิดขึ้นมาภายในวันอังคารนี้ ถ้าผมคิดว่าคนสนใจ

พอผมมีเรื่องพวกนี้ขึ้นมาแล้ว ปรากฏการณ์เรื่องต่างประเทศที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่น่าดีใจมากที่คนไทยสมัยนี้สนใจเรื่องต่างประเทศพอสมควร เฉพาะเรื่องฮ่องกงอย่างเดียวนะ คนเข้ามาดูหลายล้านคนเลย ผมยังงงเลยว่าทำไมสนใจนัก แล้วปรากฏว่าพอเขาเข้ามา คอมเมนต์ที่เข้ามาทำให้ผมชื่นใจ เขาบอกว่าฟังผมแล้ว เขาไม่ต้องฟังอะไรอีกแล้วเรื่องฮ่องกง เพราะเข้าใจ เพราะผมอธิบายกรอบของฮ่องกง

อุษณีย์- เห็นป่าหมดเลย

สนธิ- เห็นป่าทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นแล้ว ฮ่องกงจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร มันก็ยังอยู่ในกรอบนี้ เขาก็เลยเข้าใจ แต่ผมก็อาจจะสรุปว่าจากวันนั้นถึงวันนี้ ฮ่องกงไปถึงไหนแล้ว และเป็นอย่างที่ผมพูดหรือเปล่า และแนวโน้มจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นแล้ว ฮ่องกงก็มีมิติประวัติศาสตร์ บางครั้งผมดูนายสี จิ้นผิง คือผมเป็นคนชอบดู ผมเป็นคนที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ทางเอเชียมาก และผมชอบอ่านหนังสือ ผมเห็นสี จิ้นผิง แล้วทำให้ผมอดคิดถึงท่านฮ่องเต้องค์ที่ 3 ของราชวงศ์หมิง ที่ชื่อ หย่อเล่อฮ่องเต้ ไม่ได้

ผมเคยอ่านเรื่องหย่งเล่อฮ่องเต้ แล้วนิยายก็เคยเขียนมา เรื่องหย่งเล่อฮ่องเต้ อย่างเช่น เรื่องพยัคฆราชซ่อนเล็บ โดยคนเขียนชื่อ เยี่ย กวน พระเอกชื่อเสี้ย สิน เห็นไหมผมจำได้หมด ไอ้นี่มันย้อนเวลากลับมาเกิดในช่วงหย่งเล่อ มันก็เล่าเรื่องหย่งเล่อฮ่องเต้ คือมันเขียนนิยายกำลังภายในอิงประวัติศาสตร์ ทำให้ผมมองว่า สี จิ้นผิง มีลักษณะปรัชญาของเขาคล้ายๆ หย่งเล่อฮ่องเต้ ผมเลยคิดว่าถ้าผมเอาเรื่องสี จิ้นผิง ขึ้นมาอธิบายเรื่องหย่งเล่อฮ่องเต้ เปรียบเทียบให้ดูราชวงศ์หมิงสมัยหย่งเล่อฮ่องเต้เมื่อ 700-800 ปีที่แล้ว กับประเทศจีน ณ วันนี้ มีอะไรที่เหมือนกัน จะต่างกันตรงไหนบ้าง จะต่างกันแค่กาลเวลา แต่ปรัชญาแนวความคิด การรุกออกนอกประเทศ เหมือนกันหมด ผมก็เลยคิดว่าถ้าผมเอาเรื่องสี จิ้นผิง มาพูด แล้วประกบกับอธิบายความเรื่องหย่งเล่อฮ่องเต้ คนก็จะสนใจ เพราะว่าคนไทยเดี๋ยวนี้ต้องการความรู้ที่เป็นองค์รวม มากกว่าความรู้เป็นชิ้นๆ นี่ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ นี่คือที่ผมเรียกว่า เรื่องที่ไม่ตาย

เรื่องที่ไม่ตายก็คือ อเมริกันอันตราย อันธพาลอย่างไร อันนี้ก็เรื่องที่ไม่ตายอีกเหมือนกัน เรื่องความขัดแย้งทางตะวันออกกลาง ซึ่งมันขัดแย้งและมันเริ่ม shift แล้ว มัน shift ตั้งแต่รัสเซียกับจีนมายืนฝ่ายข้างอิหร่าน อเมริกาในที่สุดแล้ว คนไทยไม่ได้สังเกต ว่าอเมริกาต้องการความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างรุนแรง เพื่อจะขายอาวุธอย่างเดียว มันขายอาวุธจนกระทั่งซาอุดีอาระเบียแทบเจ๊ง

อุษณีย์- ไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ไหน

สนธิ- ไม่มีตังค์จะซื้อแล้ว ด้วยเหตุนี้ซาอุฯ ถึงพยายามอย่างสุดความสามารถ ใช้ประเทศที่สาม อย่างเช่นปากีสถาน อิมราน ข่าน ซึ่งไปเยือนซาอุดีอาระเบีย ขอให้อิมราน ข่าน เป็นตัวกลางเจรจากับอิหร่านเพื่อหาทางลง แล้วอเมริกาบอยคอตอิหร่านมากี่ปีแล้ว ทำไมอิหร่านยังอยู่ได้ มีความสุข ผมก็เลยว่า shift การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลาง คนไทยอาจจะไม่เข้าใจ เพราะคนไทยอ่านเฉพาะข่าวเป็นชิ้นๆ แต่ถ้าอธิบายตัวละครให้หมด คนถึงจะเข้าใจ

ทีนี้ สมมุติพอเราได้ข่าว เหมือนอย่างกรณี FOREX หรือกรณีการยิงกันตายที่ศาลจันทบุรี พอผมได้ข่าวปั๊บ ผมรีบหาแหล่งข่าว ข้อมูล แล้วผมมีทีม research ที่ใช้ได้ คือหลานชายของผม และหลานสะใภ้ของผม คุณอ๊อบ วริษฐ์ ลิ้มทองกุล และภรรยาของเขา คือคุณปอ ดวงพร สองคนนี้เก่งมาก ผมเพียงแต่บอกว่า อ๊อบ ปอ อาต้องการนี่ๆๆ ประเดี๋ยวเขาก็ค้นมาแล้ว ก็เป็นข้อมูลที่เขาเรียก ขั้นพื้นฐาน ข้อมูลขั้นปฐมมาให้ผม ผมก็เอามาดู ถ้าคุณเห็นที่โต๊ะกินข้าวที่บ้านผม ยาว ผมจะนั่งตรงกลาง ตั้งแต่เย็นเลยครับ นั่ง แล้วข้อมูลผมวาง อ่าน แล้วผมก็เอาสมุดโน้ตมาโน้ตข้อมูลตรงนี้ๆ ผมฉีกโน้ตแล้ววางปั๊บๆ ผมก็จะวางอย่างนี้จนกระทั่งผมง่วงนอน ประมาณสัก 4 ทุ่มผมง่วงแล้ว ที่ผมง่วงเพราะก่อนนอนผมต้องสวดมนต์ และผมต้องทำสมาธิภาวนา เบ็ดเสร็จต้องมี 1 ชั่วโมง กว่าจะนอน 5 ทุ่ม แต่ผมตื่นตี 4 เพื่อมาสวดมนต์ แต่ยังไม่นั่งสมาธิ แล้วผมก็มานั่งทำงานต่อ เด็กที่บ้านจะรู้ว่าของๆ เราที่เราวางบนโต๊ะ เอ็งอย่าแตะเป็นอันขาดนะ ไม่ต้องมาจัด มันเลอะอย่างไรปล่อยมันเลอะอย่างนั้น เพราะผมจะรู้คนเดียวว่าของๆ ผมมันอยู่ที่ไหน

อุษณีย์- เดี๋ยวมาต่อตอนเช้า

สนธิ- มาต่อตอนเช้า ผมก็ทำ เสร็จแล้วผมก็มาที่นี่ 6 โมงเช้า ผมก็หิ้วของมาทำ แล้วผมก็มานั่งอ่านไปเรื่อยๆ เป็นอย่างนี้ วันจันทร์ อังคาร พุธ พอวันพุธผมก็ตกผลึกแล้ว ผมรู้แล้วว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร วิธีคิดของผมก็คือ ผมต้องสร้างหนังให้คนดูทุกศุกร์ 1 เรื่อง

อุษณีย์- ต้องอธิบายเป็นหนังเลย?

สนธิ- เป็นหนัง เป็นการสร้างหนังเลย ฉะนั้นข้อมูลที่มา รวบรวมเสร็จ มันจะเป็นสคริปต์ เป็นบทหนัง ผมจะเป็นคนเขียนบทหนัง แต่ผมไม่ได้ลงรายละเอียดคำพูดใคร เพราะว่าผมพูดคนเดียว เมื่อลงเป็นสคริปต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็จะมานั่งอ่าน แล้วผมก็จะกำหนดว่าช็อตแรกจะเป็นอย่างไร เขาเรียก act แรก act 1 act 2 act 3 และฟินาเล่จะเป็นอย่างไร แล้วผมก็มาไล่เรียงดู act 1 act 2 act 3 ฟินาเล่ ระหว่างที่ผมเรียง ผมก็จะนั่งคิดของผมไปเรื่อยๆ แม้กระทั่งเช้าๆ ที่ผมเขียนบทหนังเรียบร้อยแล้ว เช้าที่ผมมาออฟฟิศ ผมจะมาถึงประมาณ 06.05 น. แล้วผมก็จะสวดมนต์ไหว้พระ ทานอาหารเช้า ก็เสร็จประมาณ 8 โมงกว่า ผมจะเดินอยู่ข้างนอก ในสวน เดินไปนั่งอยู่คนเดียว แล้วคิดถึงบทหนังนี้ และผมจะถามตัวผมเองว่า เฮ้ย สนธิ ถ้าคนดู ท่านผู้ชมบางคน ท่านไม่มีแบ็กกราวนด์เรื่องพวกนี้ ด้วยบทหนังที่ผมเขียนไปจนถึงฟินาเล่ เขาจะเข้าใจไหม ถ้าเขาไม่เข้าใจ ตรงไหนบ้างที่เขาจะไม่เข้าใจ ผมก็จะดึงตรงที่ผมคิดว่าเขาจะไม่เข้าใจออก ผมจะมาดูแล้วก็ขยายความ พอขยายความเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็เรียงบทหนังใหม่ พอเรียงจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าโอเค เข้าใจแล้ว ปัง จุดต่อไปผมสบายใจแล้ว ผมก็เรียบเรียงสคริปต์ของผม เป็นกระดาษเป็นแผ่นๆ ถ้าคุณเก๋ดูเวลาผมพูดจะเห็นว่ามีกระดาษเป็นแผ่นเล็กๆ วางๆๆ นั่นคือการเรียงบทหนังของผม และผมก็เล่าเรื่องไปได้

แต่ความที่ผมอาจจะไม่ใช่เป็นคนพูดเก่ง แต่เป็นคนพูดแล้วคนฟังรู้เรื่อง ผมก็จะเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ทีนี้วิธีการเล่าของผม อาจจะเป็นเพราะว่าผมมีวิธีการเล่าที่คนเขาชอบ และบางครั้งอาจจะดูดราม่า แต่เบสิกแล้ว ทั่วๆ ไปแล้ว ฟังแล้วมันจะเข้าใจง่าย ปัญหาใหญ่ต่อไปก็คือ ผมก็จะต้องคุยกับโปรดิวเซอร์ของผม คุณใหม่ ว่า ใหม่ วันศุกร์นี้เอาห้องไหน เอาห้องพี่ไหม ใหม่ก็จะบอก เอาตรงนั้นไหม เอาตรงนี้ไหม เหมือนวันนี้คุณเก๋มาสัมภาษณ์ ใหม่เขาเป็นคนจัดห้องนี้เอง ผมยังไงก็ได้ แต่ขอให้ผมมีที่วางบทหนังของผม และผมก็ดำเนินการต่อไปเลย โดยที่ผมพยายามให้มันจบภายใน 1 ชั่วโมง แต่บางเรื่องมันจบไม่ได้

อุษณีย์- ยาว

สนธิ- ยาว เหมือนอย่าง FOREX 1.30 ชั่วโมง แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ ก็คือคนที่ดูหนังเรื่องนี้เขาดูตลอด 1.30 ชั่วโมง โดยที่ไม่หยุดเลย นี่คือวิธีการทำรายการ คือมันไม่ใช่ง่าย

อุษณีย์- ปกติหนังทั่วไปยาวมาก คนก็ไม่ค่อยดูนะ แต่ของคุณสนธิคนอยู่ตลอด

สนธิ- ก็นี่ล่ะครับ คนไม่เข้าใจ คิดว่าผมทำงานแบบสบายๆ ไม่ใช่ เหนื่อย เหนื่อยมาก แล้วก็ต้องทน ผม 72 กำลังย่าง 73 แล้ว แต่ก็ต้องทำ ถามว่าผมมีความสุขไหม ผมมีความสุข ผมมีความสุขที่ผมได้ทำให้อย่างน้อยที่สุด อย่างน้อยเรื่อง FOREX 3D เป็นการเปิดโปงนายอภิรักษ์ เพราะตอนแรกคนที่ยังเชียร์อภิรักษ์ ยังมีอยู่เยอะ เพราะหวังว่าอภิรักษ์จะกลับมาเคลียร์งาน เคลียร์เงินเคลียร์ทองให้ ก็อวยอภิรักษ์กันใหญ่ ขอให้กำลังใจ สู้ๆ นะ เชื่อมั่นท่านอยู่ พอหลังจากผมออกไปแล้ว อภิรักษ์เงียบสนิท ไม่ยอมโพสต์อะไรลงมาเลย เสียงอวยก็เลยกลายเป็นเสียงด่า ที่ผมภูมิใจและมีความสุขมากก็คืออาทิตย์ที่แล้ว เพราะครอบครัวจันทราทิพย์ ภรรยาของเขา ลูกสาวของเขา และฝ่ายของเขา เขาดีใจมาก คุณเขมจิรา ซึ่งโทรศัพท์มาหาผม บอกว่า ท่านคะ ผมบอกว่า อย่าเรียกผมท่าน บอกว่าต้องเรียกท่านค่ะ เพราะว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ ขอบพระคุณมากเพราะมีคนเข้าใจพี่ธารินทร์ขึ้นมาอีกเยอะ เดิมทีก็บอกว่าตำรวจอะไรไม่รู้เที่ยวเอาปืนมายิงคนโน้นคนนี้ ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้ว กลายเป็นเห็นใจคุณธารินทร์ ผมคิดว่านี่เป็นความสุขของผมนะคุณเก๋ ผมไม่ได้ตังค์ไม่ได้อะไรทั้งสิ้นเลย มิหนำซ้ำยังไปแนะนำทนาย คุณสุวัตร อภัยภักดิ์ ขอร้องเป็นส่วนตัวให้รับคดีนี้ คุณสุวัตรก็น่ารักมาก บอกว่า ธิ พี่จะรับงานนี้ พี่ไม่คิดค่าทนาย ขอแค่ค่าใช้จ่ายพอ ผมคิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ผมมีความสุข

เหมือนกับที่ผมทำเรื่องแบนสารพิษ ทำให้ผมรู้ว่าคนไทยถ้าแบนสารพิษ โอกาสที่คนไทยจะตายปีละ 500-600 คน หมดไปแล้ว นี่คือบุญที่ผมได้ ทำให้ผมมีกำลังใจและผมไม่ท้อ และที่สำคัญคือ ผมสนุกกับมัน สนุกกับมันมาก

อุษณีย์- ทุกวันนี้เวลา Live สด มันมีคอมเมนต์เข้ามาเยอะมาก ซึ่งมีทั้งเห็นด้วย หรือบางคนยังเข้ามากวนอยู่ก็มี

สนธิ- คุณเก๋ มันจะมีคนอยู่ 3 ประเภท ประเภทหนึ่ง คือแฟนพันธุ์แท้ แฟนพันธุ์แท้นี่ไม่ต้องพูดถึง ขอบคุณมากที่ให้ปัญญา ขอบคุณมากที่เตี่ยให้ปัญญา ขอบคุณมากที่เป็นผู้เฒ่าเล่าเรื่อง อีกประเภทหนึ่ง พวกกลางๆ คือมันจะมีฝ่ายหนึ่งซ้ายสุด ฝ่ายหนึ่งขวาสุด ตรงกลางๆ จะเข้ามาเยอะแล้วตอนนี้ เข้ามาเยอะตรงไหนรู้ไหม แต่ก่อนผมไม่เคยดูคุณเลยนะ แต่พอผมเริ่มเข้ามาดูแล้ว ผมชอบ คุณให้ความรู้ดี ผมขอดูคุณตลอดไป


อุษณีย์- หนูเคยเห็น ไม่ได้ชอบสนธินะ แต่ชอบเรื่องนี้มาก เล่าดีมาก ต้องออกตัวก่อน

สนธิ- ถูกต้อง ไม่เป็นไร มีคนกลางๆ พวกนี้บางคนก็มีความรู้ ก็ติติงมา บอก เรื่องนี้นะคุณสนธิ จริงๆ แล้วการซื้อขายเงินตราต่างประเทศนั้น มันไม่ใช่แค่ส่วนต่างของเงินตราปีนี้กับปีหน้า มันซื้อ future ซื้ออนาคต ซื้อ options ได้ เอามา swap กันได้ หรือเอามาซื้อเงินเยน จาก 110 เยนต่อ 1 ดอลลาร์ มันจะต้องอ่อนไปถึง 130 เยนต่อ 1 ดอลลาร์ กำไรส่วนนี้ ผมรู้ เพราะว่าผมรู้ดีเรื่องพวกนี้ แต่ผมก็ได้อธิบายไปว่า แต่ที่ผมไม่ยอมพูดเรื่องนี้เพราะว่าผมไม่ต้องการให้ประชาชนทั่วๆ ไปสับสนและลืมประเด็นที่ผมจะพูด ผมก็เลยเอาง่ายๆ ว่าเอาแค่ส่วนต่างของนี่

ส่วนกลุ่มสุดท้ายมันเป็นกลุ่มที่ผมคิดว่า ผมก็ไม่อยากจะใช้คำพูดแรงนะ คนพวกนี้รับงานมา คนพวกนี้จะมีสไตล์ ไปฟังคนโกงพูดได้อย่างไร มันโกงแบงก์กรุงไทย ผมก็เฉยๆ ผมไม่รู้สึกอะไร เพราะพวกนี้ค่อนข้างจะโง่ ไม่เข้าใจ ไปฟังทำไม มึงทำให้ประเทศชาติแตกแยก ก็เพราะมึงคนเดียวประเทศไทยถึงเป็นอย่างนี้ ก็ไม่สนใจ และก็จะมีอีกประเภทหนึ่ง บอก มึงก็ดีแต่พูด มึงทำไมไม่พูดถึงตัวมึงเองบ้าง คือพวกนี้เป็นพวกที่มีอคติอย่างสูงสุด ก็คือขอให้ได้พูด ขอให้ได้ตำหนิโดยที่ไม่มีเนื้อหาสาระ แต่ที่ผมรับไม่ได้ และผมกำลังตั้งทีมอยู่ ผมจะฟ้อง คือคนที่ให้ของลับมาในเฟซบุ๊ก ให้ของลับมาเลยครับ ด่าโน่นด่านี่ คุณเก๋ใจเย็นๆ ถ้าคุณดูคลิปนี้ให้คุณใจเย็นๆ คุณเจอผมในศาลแน่ ผมเอาคุณขึ้นศาลทุกคนงานนี้ แล้วคุณจะโดนไม่ใช่หมิ่นประมาทอย่างเดียว ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ด้วย แล้วคุณไม่ต้องมาคลานสี่เท้ามาขอความกรุณากับผม ถ้าคุณเขียนมา คุณไม่เห็นด้วยกับที่ผมพูดตรงไหน ผมรับได้

อุษณีย์- ให้ข้อมูลมา

สนธิ- ให้ข้อมูลมา ผมรับได้ หรือคุณจะบอกว่า ยังจะฟังมันอีกเหรอ ไอ้นี่ ผมก็ยังรับได้ แต่ถ้าคุณเริ่มให้ของลับ พูดถึงเรื่องหยาบคาย คุณโดนแน่

อุษณีย์- ทีนี้ ที่คนพูดถึงเยอะ หลังจากที่คุณสนธิออกมา บทบาทที่คุณสนธิกำหนดเอาไว้ผ่านผู้เฒ่าเล่าเรื่อง ผ่านเพจคุยทุกเรื่องกับสนธิ วางบทบาทตัวเองอย่างไร

สนธิ- ผมก็จะเป็นคนที่เล่าเรื่องไปตลอดชีวิตจนตาย เพราะผมเชื่อมาตลอดว่า ปัญญา ที่เราต้องให้กับสังคมนั้น คุณเก๋ ผมอยู่มา 72 ปี การศึกษาของผมเรียนมาก็หลายแบบ หลายรูป ประสบการณ์ในชีวิตหาไม่ได้แล้ว ทั้งโดนยิงมาแล้ว 200 นัด ทั้งต่อสู้ เดินขบวน ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีบทบาทอะไรเลย ไม่ได้มีตำแหน่งแห่งที่ เดินขบวนเสร็จเรียบร้อยก็ไม่ได้มีตำแหน่งรัฐมนตรี และไม่ได้ทำการเมือง คุกก็ติดมาแล้ว ผมคิดว่าประสบการณ์แบบนี้ ผมอยากจะเอามาแชร์ เอามาแบ่งปัน แล้วความรู้ที่เรารู้ เราเป็นคนอ่านหนังสือเยอะ อ่านเยอะมาก ไม่ใช่อ่านเยอะธรรมดา คนที่อยู่กับผมตลอดเวลาจะรู้ว่าแม้กระทั่งกินข้าวผมยังต้องเอาหนังสือมานั่งอ่าน กินไปด้วย อ่านไปด้วย มันเป็นอย่างนี้จริงๆ และผมก็เป็นคนที่เชื่อในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระองค์บอกว่าไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าการให้ปัญญาคน ธรรมะ ก็คือเอาปัญญาให้คน เพราะฉะนั้นแล้วผมก็เดินทางสายนี้ นั่นข้อแรก

ข้อที่สอง อายุผม ผมไม่รู้จะตายเมื่อไร นี่พูดเรื่องจริง พรุ่งนี้อาจจะหัวใจวายตายก็ได้ แต่หัวใจของผมแข็งแรง ไม่เป็นไร พรุ่งนี้อาจจะเป็นเบาหวาน แต่เผอิญโชคดีที่ผมไม่มีเบาหวาน พรุ่งนี้อาจจะเป็นเรื่องไต ผมไม่ได้เป็นโรค คือสรุปง่ายว่า ผมยังพอที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อเอาปัญญาให้คนต่อไปเรื่อยๆ ผมก็คิดว่าไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว เป็นรัฐมนตรีก็ไม่มีความหมาย เป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีความหมาย วันนี้ผมไม่ได้สนใจการเมือง ผมสนใจเรื่องราวต่างๆ ที่ในเนื้อหาสาระของมันไม่ได้รับความยุติธรรม เจอความอยุติธรรม และคนพวกนี้ หรือกลุ่มคนนี้ หรือเรื่องนั้น คนที่โดนด้วยตัวเอง ไม่มีใครลุกขึ้นมาสู้ให้เขา ผมต้องทำหน้าที่นี้ ส่วนใครจะเป็นรัฐมนตรี ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี สำหรับผมไม่มีความหมาย เพราะ การเมืองไม่เคยเปลี่ยน มันเหมือนเดิม มันก็คือสมบัติผลัดกันชม มีอยู่แค่นั้นเอง ผมก็เลยคิดว่าชีวิตที่ผมมีความสุขที่สุด และผมมีความสุขมากกว่าพวกเขา เพราะว่าผมได้ทำงานและผมสัมผัสเป็นรูปธรรม ที่ทำให้เขารู้ว่ามีคนสนใจ และทำให้สังคมไทยได้รับรู้ และผมก็เชื่อว่า ถ้าเรื่องราวที่ผมทำ ผมถึงพูดตลอดเวลาว่า ถ้าคุณเชื่อในสิ่งที่ผมพูด และคุณเห็นด้วย แชร์ไปเยอะๆ เพราะเมื่อใดก็ตาม คน 20-30 ล้านคน เริ่มเข้าใจเรื่องนี้ เริ่มเห็นเรื่องนี้ ความกดดันจะเกิดขึ้นแล้ว จะกดดันกับเจ้าหน้าที่ จะกดดันกับข้าราชการ จะกดดันกับคนโน้นคนนี้

อุษณีย์- แล้วก็เกิดการเคลื่อนไหว

สนธิ- ก็เกิดความเคลื่อนไหว จริงๆ นี่คือการปลุกระดมอีกแบบหนึ่งนะ แต่ไม่ต้องลงถนน

อุษณีย์- ไม่ต้องลงถนน แต่ผ่านทางโซเชียล

สนธิ- ปลุกระดมทางปัญญา

อุษณีย์- คำถามสุดท้าย เขาบอกว่าขอเคล็ดลับหน่อย อายุ 72 แล้ว พูด 1 ชั่วโมง จำหมดได้อย่างไร เนื้อหาทั้งหมด ความจำดีมาก

สนธิ- ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยลืมเรื่องราวอะไร แต่ว่าพออายุมากแล้ว ผ่านโลกมามากแล้ว สิ่งเดียวที่ผมลืม ใครทำอะไรไม่ดีกับผม ผมลืมหมด แต่เรื่องอื่นไม่ค่อยลืม ผมเป็นคนที่ไม่ยึดติด อย่าว่าแต่ให้อภัย ให้อภัยยังเล็กน้อยไปนะสำหรับผม ต้องลืม

อุษณีย์- ตอนนี้เราขอพูดถึงเรื่องของช่องทางการรับชมหลังจากนี้ กับ SONDHI TALK มีหลายช่องทางมาก ที่ดูกันอยู่คือเฟซบุ๊ก ยูทูป ไอจีก็มี ในเว็บก็มี เปิดเข้าไปได้ ในเว็บ www.sondhitalk.com

สนธิ- ตอนนี้เราสร้างเว็บขึ้นมาแล้ว www.sondhitalk.com เว็บนี้จะเป็นเว็บ base ที่เราจะลิงก์โดยตรงกับเฟซบุ๊ก ที่สำคัญคือเว็บนี้จะมีเรื่องที่ผมพูดมานานแล้ว คุณเก๋ก็รู้ มองโลกมองเรา ตั้งหลายปีแล้ว สะสมกันมา อาจจะเอาถึงขั้นเอารายการเก่าๆ อย่างเช่น เมืองไทยรายสัปดาห์ มาออก โยงเข้าไป เพราะฉะนั้นแล้วแทนที่คนจะเข้าเฟซบุ๊กหาเรื่องเก่าๆ ซึ่งในเฟซบุ๊กหาเรื่องเก่าๆ หายากมาก แม้กระทั่งเรื่องที่พูดเมื่อ 3-4 อาทิตย์ที่แล้ว ยังหายากเลย แต่ใน web base อันนี้ คนที่สนใจจะฟังเรื่องเก่าๆ เข้าไป ดูได้หมดเลยทุกอย่าง และเว็บนี้จะลิงก์ไปกับเฟซบุ๊ก Live เวลาเรา Live เฟซบุ๊ก ก็จะมาปรากฏในเว็บนี้ ในเวลาเดียวกัน เช่นกัน

อุษณีย์- เข้าชมได้ทั้งสองทาง

สนธิ- ได้ทั้งสองทางครับ

อุษณีย์- แบ่งเบา เพราะบางทีเข้าเฟซบุ๊กกันเยอะๆ คนดูเขาบอกว่ามันล่มหรืออะไร เป็นช่องทางที่แน่นอนที่สุด สัปดาห์นี้อดใจรอ การบินไทย

สนธิ- การบินไทย รับรองได้

อุษณีย์- มหากาพย์การบินไทย สนุกแน่นอน ส่วนวันนี้ขอบคุณคุณสนธิ และลาท่านผู้ชมไปเลย ศุกร์นี้อดใจรอ เปิดไปที่ www.sondhitalk.com ก็ได้ เฟซบุ๊กคุณสนธิก็ได้ คุยทุกเรื่องกับสนธิ เพื่อจะรอเรื่องของการบินไทย จะขนาดไหน แล้วกลับมาติดตามกัน วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ


กำลังโหลดความคิดเห็น...