xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว : ทุ่งใหญ่นเรศวร 2561!! รวบก๊วนพรานไฮโซ “เจ้าสัวเปรมชัย” เบอร์หนึ่งอิตัลไทย เข้าป่าล่าเสือดำ **“นายกฯตู่” ประกาศแพ็คคู่มี “ตู่” ต้องมี “ป้อม” ** เช้าชามเย็นอีกชาม!! รับรอง “หมอแสง” สมุนไพรมะเร็งเป็น “หมอพื้นบ้าน”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด

เปรมชัย กรรณสูต
ข่าวปนคน คนปนข่าว



**ทุ่งใหญ่นเรศวร 2561!! รวบก๊วนพรานไฮโซ “เจ้าสัวเปรมชัย” เบอร์หนึ่งอิตัลไทย เข้าป่าล่าเสือดำ ของกลางซากสัตว์คาหนังคาเขา จับตาการทำงาน “ตำรวจ” หวั่นสะดุดตอ “คนรวย - ผู้มีอิทธิพล" ภาพหลอน “ลูกกระทิงแดง”ลอยมาแต่ไกล

วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า .. ท่อนฮิตเพลงลอยมาทันที เมื่อเห็นข่าว เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จับกุมนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร .. ของกลางเพียบ ปืน-เครื่องกระสุนหลายชนิด ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ทั้ง ไก่ฟ้า-เก้ง ไม่เท่านั้นยังมี ซากเสือดำ ถูกชำแหละ-ถลกหนังอยู่ด้วย .. ที่พีคกว่านั้น 1 ใน 4 ผู้ต้องหา มี "เปรมชัย กรรณสูต" ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ที่มีนิคเนมในวงการ “เจ้าสัวเปรมชัย” ร่วมอยู่ด้วย .. เบื้องต้นต้องชื่นชมในความกล้าหาญของ “เจ้าหน้าที่ป่าไม้”ที่ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา แม้จะรู้ว่าเป็น “กรุ๊ปทัวร์มีเส้น”ที่ถูกอ้างว่าเป็น “แขกพิเศษ” ของ “ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า” สังกัดกรมอุทยานฯ .. งานก็เลยเข้า กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ที่ต้องออกมาชี้แจงว่า “แก๊งนายพรานไฮโซ” ติดต่อทางโทรศัพท์ขอเข้าเข้าศึกษาธรรมชาติ ไม่มีเอกสารลายลักษณ์อักษร แต่ก็ได้อนุญาตไป และไม่เชื่อว่า “คนระดับนี้” จะกล้าทำพฤติกรรมร้ายแรงเช่นนี้ .. ดูรูปการณ์แล้ว นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกแน่ๆ แต่ก็มี “ช่องโหว่” ตรงที่คนระดับ ผอ.สำนักฯ สามารถอนุญาตให้เข้าพื้นที่ได้ โดยไม่ต้องมีลายลักษณ์อักษรนี่แหละ ทำให้ไม่มีข้อมูลว่าทั้งหมดเคยเข้าไปพักค้างในพื้นที่ “ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร” หรือเปล่า .. แต่แค่ความผิดครั้งนี้ “แก๊งนายพรานไฮโซ” ก็โดนไปเบาะๆแล้ว 9 ข้อหา ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติฯกล่าวโทษไว้ ..

ในอารมณ์ที่สังคมชื่นชม “เจ้าหน้าที่ป่าไม้” ก็อดเป็นห่วงกระบวนการทางคดีความที่ไปอยู่ในมือ “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ที่ตอนนี้อยู่ที่ สภ.ทองผาภูมิ ไม่ได้ .. เพราะรู้ซึ้งในความยิ่งใหญ่ของ “เจ้าสัวเปรมชัย” ที่มีทั้ง “อิทธิพล - อำนาจเงิน” ด้วยเป็นเจ้าของ “อาณาจักรหมื่นล้าน” อย่าง “เครืออิตาเลียนไทย” ยักษ์ใหญ่วงการรับเหมา ที่ต้องมีเอี่ยว “เค้กเมกะโปรเจ็คต์” มีชื่อคว้าสัมปทานโครงการรัฐมาตลอด ในยุค คสช.ก็เก็บไปไม่น้อย .. และไม่ทันไรก็มีข่าวว่า “ทนายฝ่ายเจ้าสัว” ชกใต้เข็มขัด กดดันการทำงานของพนักงานสอบสวนเสียแล้ว .. ส่วนตัว “บิ๊กอิตาเลียนไทยฯ” ก็ “เล่นแง่” ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้องอ้างไม่รู้เห็น ทั้งที่ของกลาง-หลักฐาน “คาหนังคาเขา” ขนาดนั้น ก่อนได้รับความเมตตาจากศาลให้ประกันตัวไป .. ที่ต้องแสดงความเป็นห่วง “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ก็ด้วยการทำหน้าที่ “ต้นธารกระบวนการยุติธรรม” ยังมีเครื่องหมายคำถามตามมาตลอด .. โดยเฉพาะคดี “คนรวย - ผู้มีอิทธิพล" ทีไร มักเจือไปด้วย “ข้อครหา” ไม่ต้องอะไรมากขนาด “บอส กระทิงแดง” วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทตระกูลดัง ขับรถชนตำรวจตายทั้งคน ยังปล่อยลอยนวลไปเฉยๆ แล้วนี่กระอิแค่ “เสือดำ” ตัวเดียว .. แล้วไม่ใช่แค่คดี “ลูกกระทิงแดง” ลอยมาเท่านั้น ตำนาน “ทุ่งใหญ่นเรศวร” ในอดีตก็ลอยตามมาเช่นกัน .. จนมีการนำมาเปรียบเทียบในเชิง “ทุ่งใหญ่ 2516 - ทุ่งใหญ่ 2561” ที่เป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจที่เกิดในยุค “รัฐบาลทหาร” เหมือนกัน .. เพียงแค่ครั้งนี้อาจจะไม่ได้มี “บิ๊กทหาร” ร่วมก๊วนพรานไฮโซไปด้วย เหมือนคราว “ทุ่งใหญ่ เวอร์ชั่น 2516” ที่ถือเป็นชนวนของเหตุการณ์ “14 ตุลาฯ16” สุดท้ายรัฐบาลผู้มีอำนาจล้นมืออยู่ไม่ได้ .. สำหรับ “ทุ่งใหญ่ เวอร์ชั่น 2561” แม้ตัวละครจะเป็น “บิ๊กเนม” แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเท่าไร พลานุภาพไม่น่ารุนแรงขนาดนั้น .. แต่ถ้าล้มมวยน่าเกลียด ก็ไม่แน่เหมือนกันนะโยม.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
**กำลังใจชั้นดี!! “นายกฯตู่” ประกาศแพ็คคู่มี “ตู่” ต้องมี “ป้อม” ส่งสัญญาณชัด “พี่ใหญ่” ไม่ต้องไปไหน “ส.ศิวรักษ์” กระตุกแรง ชี้ช่องกู้ศรัทธารัฐบาล

อย่างนี้นี่เอง .. ที่ว่า “เสี่ยป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กำลังใจดี ไม่คิดลาออก แม้กระแสสังคมจะแรงแค่ไหน .. ก็เพราะได้กำลังใจชั้นดีจาก “นายกฯน้องตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้ฟังทีไรก็กระชุ่มกระชวยตลอด .. หลังไมค์ยังไงไม่รู้ แต่หน้าไมค์ “น้องตู่”ยกยอ “พี่ป้อม”ในทุกเวทีที่มีโอกาส .. ล่าสุดคิว ครม.สัญจรที่ จ.จันทบุรี “นายกฯตู่”ไม่เพียงแต่เดินหน้ากระชากคะแนนนิยมส่วนตัวและรัฐบาลคืนมาเท่านั้น .. ยังไม่วายออดอ้อนขอความเห็นใจ “พี่ป้อม” ด้วยว่า “...อย่ารักผมคนเดียว รักรองนายกรัฐมนตรีของผมด้วย วันนี้มาทั้ง ครม. ประยุทธ์คนเดียวอยู่ไม่ได้ ต้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด ใครต้องออกไป ออกมามันวุ่นกันไปหมด ฉะนั้นต้องอยู่ด้วยกัน...” .. แบบนี้ไม่ต้องโยนหินให้เมื่อย ก็วาจา “นายกฯตู่” ถือเป็นคำประกาศกลายๆแล้วว่า ไม่เคยคิดจะปรับ “รองฯป้อม”ออก รวมทั้งไม่จำเป็นต้องแสดงสปิริตอะไรให้วุ่นวายด้วย .. สัมพันธ์รัก “พี่ป้อม - น้องตู่” ก็จะยังคงเป็นไปตามสัญญาใจที่จะอยู่กันไปยาวๆตาม “โรดแมป คสช.” ที่ไม่รู้จะเสร็จเมื่อใด .. ฉากจบเป็นไงไม่รู้ ตอนนี้รู้แค่ว่ามี “ตู่” ก็ต้องมี “ป้อม” เป็นแพ๊คเกจคู่กันไปทั้งชาติ .. แต่ก็คงดูเบาอารมณ์สังคมไม่ได้ ตามคิวที่ “นักวิพากษ์เบอร์ใหญ่” อย่าง “ส.ศิวรักษ์” ที่ชัง “รัฐบาล คสช.” เข้าเส้นอยู่แล้ว ออกมากระทุ้งหนักๆว่า 3 ปีมานี้รัฐบาลให้แต่ความทุกข์ .. ส่วนประเด็นร้อน “นาฬิกาเสี่ยป้อม” ก็ซัดไปที่ “นายกฯประยุทธ์” ว่า สองมาตรฐาน ปกครองคนไม่ได้ ทางที่ดีต้องให้ “รองฯประวิตร” ลาออก เพื่อโอกาสกอบกู้ศรัทธาของทั้งรัฐบาลและตัวนายกฯเท่านั้น.
แสงชัย แหเลิศตระกูล
** เช้าชามเย็นอีกชาม!! รับรอง “หมอแสง” สมุนไพรมะเร็งเป็น “หมอพื้นบ้าน” อย่าเล่นแต่กระแส หวังเอาหน้าเป็นข่าวลูกเดียว “สาธารณสุข” ต้องแสวงหาความจริง เอา “ยาหมอแสง” ไปพิสูจน์ให้ชัดก่อน

ยังไงกันแน่ .. เมื่อไปๆมาๆ แสงชัย แหเลิศตระกูล ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ปราจีนบุรี เรียกกันติดปากว่า “หมอแสง” จากผลงานคิดค้นและแจกสมุนไพรช่วยผู้ป่วยมะเร็ง จนมีชาวบ้านมารอรับเป็นหมื่นๆ ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “หมอพื้นบ้าน” .. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ไม่กี่วัน ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้นำ “หนังสือราชการ” ที่มีข้อความระบุว่า "กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พิจารณาแล้ว เห็นควรให้การรับรองเป็นหมอพื้นบ้าน เรียบร้อยแล้ว" ไปมอบให้ “หมอแสง” และครอบครัว จน เป็นข่าวใหญ่โต .. แต่ก็ดันมา “หักมุม” เมื่อ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุว่า “ยัง” รับรอง “หมอแสง” เนื่องจากขาดหลักฐานอีกบางส่วน .. ทำให้เกิดดราม่าขึ้นมาอีกเมื่อ “หมอแสง” ที่เหมือนถูกทำร้ายจิตใจ ด้วยความที่พยายามขอขึ้นทะเบียนมากว่า 10 ปี กว่าจะมีข่าวดี ก็เลยประกาศว่า จะไม่มีการแจกสมุนไพรอีก .. ไม่เท่านั้นก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในโลกโซเชี่ยล-โลกความจริง ที่ทุกคนพูดตรงกันว่า ไม่ได้สงสัยในในความหวังดีของ “หมอแสง” เลย .. เพียงแต่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ “ยาหมอแสง” ว่ามีฤทธิ์รักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ หรือมีอันตรายผลข้างเคียงหรือเปล่ามากกว่า .. จริงๆมีดราม่าถกเถียงกันเรื่องแบบนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำ และควรที่จะแสวงหาความจริงออกมาให้กระจ่าง .. และหากได้ผลจริง ก็เป็นโอกาสดีที่ “งานวิจัยไทยๆ” จะได้เชิดหน้าชูตา และไม่ใช่แค่ประโยชน์คนไทยเท่านั้น จะเป็นผลงานเอกอุระดับ “เพื่อมวลมนุษยชาติ” เลยทีเดียว ดีไม่ดีได้ไปชิงตลาดจาก “ยาฝรั่ง” ร่ำรวยกันไปอีก .. แต่ “ข้าราชการไทย 4.0” ก็ยังถนัดสไตล์ “ชามเช้าเย็นชาม” ง่วนอยู่กับการเล่นกับกระแส หวังได้ภาพ ได้เป็นข่าว .. มากกว่าการจะหน้าที่ “กระทรวงสาธารณสุข” ในการแสวงหาความจริง พิสูจน์ชี้ชัดว่า “ยาหมอแสง” ได้ผลหรือมีผลข้างเคียงตามที่มีคนทักหรือไม่อย่างไร
 
ช.ชฎา


กำลังโหลดความคิดเห็น