xs
xsm
sm
md
lg

จุดตายเสี่ยป้อม!! แค่ Rolex Day-Date เรือนเดียว ที่ใส่ตั้งแต่ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ก็ฟันเปรี้ยง “ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน” ได้แล้ว **สมัครชิงชัย 7 เก้าอี้ กสทช. “บิ๊กเนม-ไฮโปรไฟล์” มากันอื้อ **จ่อฟัน “ผอ.ร.ร.สามเสน” เรียก “แปะเจี๊ยะ”เข้ากระเป๋าตัวเอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นกหวีด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ
ข่าวปนคน คนปนข่าว



** จุดตายเสี่ยป้อม!! ป.ป.ช. ไม่ต้องเหนื่อยไล่ล่านาฬิกาหรู 20 กว่าเรือนตามโซเชียลฯ แค่ Rolex Day-Date เรือนเดียว ที่ใส่ตั้งแต่ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ปี 2553 ที่ไม่เคยแจ้งในบัญชีทรัพย์สินซักครั้งเดียว ก็ฟันเปรี้ยง “ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน” ได้แล้ว

อีกเรือนเดียวก็ครบ 2 โหล .. ไปกันต่อกับ “นาฬิกาหรูเสี่ยป้อม” เรือนที่ 23 ที่มีหลักฐานว่า “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม สวมใส่ Patek Philippe รุ่น Complications รหัส 5396/1G-001 ทำจากทองคำ 18K ราคาตลาดอยู่ที่ 2.3 ล้านบาท .. กลายเป็นเรือนที่ 23 ที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาล่าสุด และก็ยังแนวโน้มจะออกมาเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวว่า “ท่านป้อม” ที่ยังเลือกปิดปากเงียบ ได้ทำหนังสือชี้แจงไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นรอบที่ 2 เรียบร้อยแล้ว .. รายละเอียดในคำชี้แจง ก็ยังเป็นความลับเช่นเดิม แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีทางที่จะชี้แจงครบถ้วน ด้วยข้อมูลที่ถูกแฉออกมาเป็นรายวันแบบนี้ .. ย้ำแทบทุกวันเช่นกันว่า “ปมนาฬิกาหรู” ไปไกลแบบฉุดไม่อยู่ ทั้งที่น่าจะ “ปิดจ๊อบ - ตัดจบ” ได้ตั้งแต่ แหวน 1 วง นาฬิกา 1 เรือน ครั้งกระนู้นแล้ว .. มั่วซั่วไปใหญ่ จนปล่อยมุกใหม่ออกมา ประมาณว่า มีการลงทุน “เล่นแชร์นาฬิกา” สลับกันใส่ระหว่าง “บิ๊กทหาร - นักธุรกิจระดับสูง” ที่ฟังดูเละเทะไปกันใหญ่ .. จนวันนี้กลายเป็นเปิดชายโครงให้ “ฝ่ายตรงข้าม” เคลื่อนไหวโจมตีต่อเนื่อง “แนวร่วมเดิมๆ” ก็อดห่วงไม่ได้ ต้องออกมากดดันให้ “ท่านป้อม” แสดงสปิริต ลาออกจากตำแหน่ง ก่อนที่ “เรือแป๊ะ” จะอับปางยกคณะ ..

ภาระหนักอยู่ที่ ป.ป.ช. ในฐานะ “องค์กรตรวจสอบ - องค์กรปราบโกง” ที่ดูก็แบะท่าเหลือเกินว่า คงไปทำอะไร “ท่านป้อม” ไม่ได้ .. ไม่ว่าจะเป็น วรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ที่หากถามไป ก็คงได้คำตอบเคล้าเสียงหัวเราะ “ขออนุญาตไม่เปิดเผยนะครับ เอิ๊กๆๆ” กลับมาเท่านั้น .. หรือตัว “บิ๊กกุ้ย” ที่ก็เอาแต่อ้างสะเปะสะปะไปเรื่อย เป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่บ้าง เป็นดุลพินิจเจ้าหน้าที่บ้าง .. โดยเฉพาะที่อ้างความซับซ้อนซ่อนเงื่อนของข้อมูลหลักฐาน ต้องละเอียด - รอบคอบ - ครบถ้วน ทุกประเด็น ส่วนนี้บอกไปแล้วว่า “สังคมไทย - สังคมโซเชียล” ร่วมกันขุดคุ้ยจนได้ “ข้อมูลกึ่งสำเร็จรูป” เอาไปเติมอำนาจ ป.ป.ช. หน่อยเดียว ก็ได้เรื่องแล้ว .. มิพักต้องพูดถึงสุ่มเสียงของ “ประธานกุ้ย” ที่ว่า ไม่มีอำนาจขอให้ “เสี่ยป้อม” ยุติการทำหน้าที่ นั้น .. เอาเข้าจริง ไม่มีใครไปกะเกณฑ์ให้ ป.ป.ช. ชักใบแดงไล่ “ท่านรองฯป้อม” ออกจากตำแหน่งอะไรดอก แค่ให้ “ทำตามหน้าที่” ใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะช่องทางใด แล้วเอาความผิดปกติที่ “คนทั้งโลก” เห็นตำตา มีแต่ ป.ป.ช. ที่ยังทำท่าระคนสงสัย ตั้งเรื่องเป็นคดี หรือชี้มูลความผิด “ท่านป้อม” ..เท่านี้ก็เป็นการชงให้

“นายป้อม” จำเป็นต้องแสดงสปิริต หรือไม่งั้นก็เป็นคิว “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจที่มี เชือด “พี่ชายที่แสนดี” เสีย .. ให้มันเป็นไปตามบรรทัดฐานเดียวกับ “ข้าราชการ - พนักงานรัฐ” ที่มีแค่ “เรื่องร้องเรียน” ก็โดนอาญาสิทธิ์ มาตรา 44 กระเด็นตกเก้าอี้นับครึ่งพันชีวิตในยุค “รัฐบาลลายพราง” ชุดนี้ ..

หรือถ้า ป.ป.ช. จะเอาให้เบ็ดเสร็จจบในตัว ก็ไม่ต้องไปสืบเสาะทั้ง 20 กว่าเรือน ที่เป็นข่าวหรอก .. เอาแค่ “จุดตาย” อย่าง Rolex Day-Date 36 รหัส 118205 ราคา 1.2 ล้านบาท ที่ถูกระบุว่า “ป๋าป้อม” สวมใส่เมื่อเดือน ต.ค. 53 สมัยเป็น รมว.กลาโหม ใน “รัฐบาลอภิสิทธิ์” นู่นแล้ว .. หลังจากนั้น “ป๋าป้อม” มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. อย่างน้อยๆ 3 ครั้ง ก็ไม่เคยปรากฏว่าจะมีการยื่นนาฬิกาเรือนที่ว่า เข้ามาในบัญชีทรัพย์สิน แค่นี้ก็ฟันเปรี้ยง “ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน” ได้แบบไม่ยากเย็นอะไรแล้ว
พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร และ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม
** ศึกชิงอาณาจักรสายลม!! สมัครชิงชัย 7 เก้าอี้ กสทช. สุดคึกคัก “บิ๊กเนม - ไฮโปรไฟล์” มากันอื้อ แจมด้วยประเภท “ไฮโปรฟิต” ที่มี “ขาใหญ่” ส่งมาประกวดด้วย จับตาโค้งสุดท้าย ตกสเปกเพียบ ก่อนไปวัดฝีเท้า “นักวิ่ง” ช่วงเข้าสู่ทางตรง

ปิดกล่องเรียบร้อยแล้ว!! สำหรับการรับสมัครผู้เข้ารับการสรรหาเป็น กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชุดใหม่ .. ที่จะได้เข้ามาเป็นผู้ครอง “อาณาจักรสายลม” ที่ดูแลผลประโยชน์ประเทศหลักแสนล้านบาท .. งวดนี้มีเพียง 7 ที่นั่งให้ช่วงชิง จากเดิมรุ่นบุกเบิกที่มีถึง 11 ที่นั่ง มียอดผู้เข้ารับการสรรหาทั้งสิ้น 86 ราย กระจายไปในด้านต่างๆ ทั้ง 7 ด้าน แต่ละด้านจะมี “ผู้ได้รับเลือก” เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ที่จะได้เข้าไปเป็นบอร์ด กสทช. ชุดใหม่ .. สำรวจตรวจสอบรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหา ต้องยอมรับว่า แต่ละด้านมีประเภท “บิ๊กเนม - ไฮโปรไฟล์” หรือ “บิ๊กคนมีสี” ทั้งสีเขียว -
สีกากี มากันอย่างคลาคล่ำ .. ประสมกับประเภท “ไฮโปรฟิต” ที่มี “ขาใหญ่” ส่งมาประกวดอีกบางส่วน .. ส่องผู้สมัครที่น่าสนใจ ไล่เรียงตั้งแต่ ด้านกิจการกระจายเสียง โดดเด้งสุด หนีไม่พ้น พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่มีบทบาทสำคัญในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลายเรื่อง และยังเป็นหน้าห้อง “ประธานเจี๊ยบ” พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี อดีตประธาน กสทช. คนเก่า มาอีกด้วย .. ด้านกิจการโทรทัศน์ ด้านนี้ยกให้ พล.ต.วิเศษศักดิ์ สุนทรเกส ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน ททบ.5 แต่ก็ต้องจับตาคิวที่ “คน อสมท” มาชนกันหลายราย ที่วางตาไม่ได้ รายของ สุระ เกนทะนะศิล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท. ที่ว่ากันว่า มี “แบ็ก” ดี .. ด้านกิจการโทรคมนาคม น่าสนใจหลายราย ทั้ง กิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท หรือ พล.ท.มณฑล ปราการสมุทร เจ้ากรมการทหารสื่อสาร เป็นต้น .. ด้านวิศวกรรม มีทั้ง พล.อ.ต.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการ กสทช. ชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ พล.อ.อ.เอกรัฐ ษรานุรักษ์ อดีตเจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทหารอากาศ ชิงกัน ..

ด้านกฎหมาย มีผู้ร่วมสมัครถึง 18 ราย น่าสนใจหลายราย ทั้ง ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการสำนักงาน กสทช. “นวยนิ่ม” พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ .. แล้วก็ยังมีประเภท “ไฮโปรฟิต” เข้าจอยในด้านนี้หลายคน ทั้ง ณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ผู้ตรวจการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด สรจักร เกษมสุวรรณ อดีตกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ตลอดจน “มาดามแอน” สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA .. ด้านเศรษฐศาสตร์ เด่นสุดหนีไม่พ้น อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน อดีตแคนดิเดต รัฐมนตรีหลายกระทรวง .. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ร่วมสรรหาถึง 18 ราย นาทีนี้ยกให้ จิรชัย มูลทองโร่ย อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านสื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ของ คสช. ไปก่อน .. กะเก็งไปตามเนื้อผ้า เชื่อว่า ช่วงโค้งสุดท้ายคงหลุดกันไปเยอะ ด้วยหลายรายมีปัญหาคุณสมับัติตกสเปกอยู่ .. ท้ายที่สุดอยู่ที่ช่วงทางตรงว่า ฝีเท้าใครจะดีที่สุด.
วิโรฒ สำรวล
** วงจรอุบาทว์!! จ่อฟัน “ผอ.ร.ร.สามเสน” ผิดวินัยร้ายแรง เรียก “แปะเจี๊ยะ” เข้ากระเป๋าตัวเอง เชียร์ “หมอธี” เจ้าของตำแหน่ง “เสมา 1” ลุยกวาดล้างให้สิ้นซาก ปล่อยไว้ก็เลวร้ายไม่ต่าง “ส่วยอาบอบนวด” ที่รู้เต็มอกว่ามี แต่ก็ต้องทำเหมือนว่าไม่มีอยู่จริง

เงี้อง่าราคาแพงมานาน .. เพิ่งมีความคืบหน้า กรณีสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง “วิโรฒ สำรวล” ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพฯ .. จากกรณีที่ถูกแฉผ่านคลิป “บิ๊ก ร.ร.สามเสนฯ” เรียกรับ “แปะเจี๊ยะ” จำนวน 4 แสนบาท เพื่อรับเด็กเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เมื่อปีการศึกษา 2560 .. โดยมีข่าวกระเซ้าตามมา ว่า ความผิดที่เกิด เป็นแค่กรณีเดียวที่มีหลักฐาน แต่ยังมีที่ไม่เป็นข่าว อีกนับร้อยกรณี ที่ว่ากันว่า “แก๊งแปะเจี๊ยะ” จอง ร.ร.สามเสนฯ มีเงินหมุนมากถึง 7 - 8 ล้านบาท ต่อปีการศึกษา .. ล่าสุด พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ อัปเดตว่า คณะกรรมการได้สรุปผลสอบสวนออกมาแล้ว ปรากฏว่า “ผอ.วิโรฒ” โดนข้อหาหนักสุด “มีความผิดทางวินัยร้ายแรง” โทษฐานรับเงินแล้วไม่นำเข้าคลัง .. แล้วก็ยังมี “ผู้ร่วมขบวนการ” ที่ถูกสอบในคราวเดียวกัน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยผลออกมา .. กรณีของ “ผอ.วิโรฒ” น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีให้แก่เหล่าบรรดา “บิ๊กโรงเรียนรัฐ” ที่จะทำอะไร ต้องไม่ลืมว่า “หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง” ..และยังถือเป็น “นิมิตหมายที่ดี” อันสะท้อนได้ว่า “กระทรวงเสมา” ภายใต้การนำของ “หมอธี” นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาฯ เอาจริงเอาจังกับการเรียกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทน เพื่อแลกเปลี่ยนกับโอกาสทางการศึกษา ที่ตอกย้ำให้เห็นถึง “ปัญหาความเหลื่อมล้ำ” ในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี ..

คนละเรื่องเดียวกัน หาก “อาบอบนวด” มี “ส่วย” เป็นใบเบิกทางในการทำผิดกฎหมาย วงการ “โรงเรียนรัฐ” ก็มี “แปะเจี๊ยะ - เงินกินเปล่า” ที่เลวร้ายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า “ส่วยอาบอบนวด” เช่นกัน .. แต่กลายเป็นว่า เรื่องพรรค์นี้ต้อง “ละไว้ในฐานที่เข้าใจ” เหมือน “หวย ซ่อง บ่อน ยา” ที่เป็นอบายมุขผิดกฎหมาย ที่อยู่คู่สังคมไทย มาช้านานนั่นแหละ .. ปัจจุบัน “แปะเจี๊ยะโรงเรียน” พัฒนามาหลายปี แปรเปลี่ยน “แปะเจี๊ยะ” ให้กลายเป็น “เงื่อนไขพิเศษ” ให้ดูดีมีชาติตระกูลขึ้น .. กลายเป็นวัฒนธรรม “เลี่ยงบาลี” ทำให้เห็นว่ามีการนำเงินไปทำประโยชน์สืบกันมา ตามคอนเซปต์ “ใครๆ ก็ทำกัน” .. กลายเป็น “วงจรอุบาทว์” เป็นวัฒนธรรมที่มีราคา แถมราคาสูงขึ้นทุกๆ ปี จน “โรงเรียนรัฐเกรดเอ” บางแห่ง ราคา “แปะเจี๊ยะ” ทะยานทะลุหลักล้าน ไปจนถึงหลักหลายล้านมาหลายปีแล้วด้วยซ้ำ .. หากแต่เป็นการเรียกรับ “ในระบบ” ไม่หลุดโค้งไปพักในกระเป๋า ผอ. อย่างที่ “ผอ.วิโรฒ” เพิ่งโดนไปจังเบอร์ตามผลกรรมที่ก่อขึ้น ..

ช.ชฎา


กำลังโหลดความคิดเห็น...