xs
xsm
sm
md
lg

“มาร์ค” เชื่อ ปชช.โหวตหนุนร่าง รธน.อยากเดินหน้าประเทศ ชี้ผลโหวต 3 จว.ใต้เพราะข้องใจประเด็นศาสนา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (แฟ้มภาพ)
“อภิสิทธิ์” ระบุผลประชามติสะท้อนประชาชนต้องการเดินหน้าประเทศ ไม่ต้องการเห็นความวุ่นวาย แนะทุกฝ่ายต้องมองไปข้างหน้าถึงปัญหาประเทศทั้งเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง คอร์รัปชัน และการปฏิรูป ห่วงการร่าง กม.พรรคการเมือง ขอผู้มีอำนาจฟังเสียงข้างน้อยด้วย ไม่เชื่อภาคใต้รับร่าง รธน.ส่งผลความนิยม ปชป. คาดผลโหวต 3 จังหวัดชายแดนใต้ชาวบ้านข้องใจประเด็นศาสนา

นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการดำเนินการของพรรคฯ หลังผลประชามติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญว่าต้องดูว่า คสช.จะอนุญาตให้พรรคการเมืองประชุมได้หรือไม่ ส่วนการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนั้นตนไม่ทราบว่า ครม.จะมีนโยบายอย่างไร แต่ควรจะมองไปข้างหน้าถึงปัญหาของประเทศ เศรษฐกิจ ความขัดแย้ง การคอร์รัปชัน เรื่องปฏิรูป ที่ประชาชนเห็นชอบเพราะต้องการให้เรื่องเหล่านี้เดินไปข้างหน้า และเป็นโจทย์ที่พรรคการเมืองต้องรับไป

ส่วนที่ กรธ.เตรียมขอความเห็นในการร่างกฎหมายลูกนั้นก็ต้องรอว่าจะมีการขอความเห็นอย่างไร ซึ่งการร่างกฎหมายลูก ก็จะเป็นไปตามหลักของรัฐธรรมนูญ เพียงแต่หลายเรื่องตนไม่แน่ใจว่าจะสามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรมก่อนที่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ เช่น โครงสร้างพรรค แต่ก็พร้อมจะให้ข้อมูล

ผู้สื่อข่าวถามว่าผลที่ออกมา สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยอมรับให้ คสช.บริการประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิกล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนต้องการเดินหน้า และอาจมีความพอใจต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ต้องการเห็นความวุ่นวายความขัดแย้งอีก นักการเมืองทุกพรรคก็ต้องมองย้อนกลับไปและทบทวน สำหรับตนจุดยืนยังไม่เปลี่ยน แม้จะทราบผลการทำประชามติล่วงหน้า แต่จุดยืนที่ตนแสดงเป็นความเห็นที่สุจริตต่อร่างรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อประชาชนตัดสินใจเช่นนี้ก็ต้องยอมรับ

“เมื่อการจัดทำประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็อยากให้ทุกฝ่ายอมรับ แต่ฝ่ายที่ดูแลบ้านเมืองก็ต้องคิดด้วย เพราะประชาชนที่ไปใช้สิทธิยังต่ำกว่าเป้า แม้เสียงที่ไม่เห็นชอบจะเป็นเสียงข้างน้อย แต่ผู้มีอำนาจก็ต้องรับฟังด้วย และพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกคนเหล่านี้ด้วย”

ส่วนความขัดแย้งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะถูกกดโดยกติกาต่างๆ ของ คสช.จะทำให้เดินหน้าไปอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเมื่อ คสช.ได้เดินหน้าตามกติกานี้ พร้อมคำถามพ่วง คสช.ก็สามารถเดินตามแนวทางที่วางไว้ได้ แต่ที่ย้ำให้คิดถึงทุกคน เพราะในอดีตบ้านเมืองที่เกิดปัญหามากจากเสียงข้างมากไม่ยอมให้พื้นที่ หรือรับฟังเสียงข้างน้อย ถือเป็นบทเรียนสำคัญอันหนึ่ง ตนเชื่อว่าทุกคนจะประคับประครองสถานการณ์ไป และเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่การลงคะแนนจะมีแพ้ชนะ หรือมีอารมณ์ แต่การจะหลุดพ้นจากความขัดแย้งเดิมๆ ต้องมองไปข้างหน้า มองถึงอนาคตร่วมกัน

ส่วนที่เรียกร้องให้ฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ควรลงเลือกตั้งนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ก็แล้วแต่ความคิดเห็นของแต่ละคน ที่ผ่านมาการแสดงจุดยืนของตนเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่ห่วงใยต่อความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในโครงสร้าง และมาตรการการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น ไม่มีส่วนใดไปเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

“ในพื้นที่ภาคใต้มีคะแนนเห็นชอบมากนั้น ผมก็ไม่ได้กังวล เพราะเคารพทุกความเห็น เข้าใจในความรู้สึกของประชาชนที่ตัดสินใจ ความจริงผลที่ออกมา หากดูในรายจังหวัดจะพบว่าคะแนนต่อคำถามพ่วงจะใกล้เคียงกับการทำประชามติปี 2550 ชัดเจนมาก หากวิเคราะห์ถึงผลคะแนน จึงไม่แปลกอะไร เพราะภาคใต้เองก็มีผลคะแนนคล้ายกับประชามติปี 2550 เพียงแต่คะแนนที่รับร่างรัฐธรรมนูญจะลดลงมา มีที่พลิกไปเลยก็คือในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะเท่าที่ติดตาม ปัญหาในพื้นที่อาจสะท้อนถึงความข้องใจ ในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งเป็นเรืองที่ละเอียดอ่อน”

ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์จะลดลงน้อยกว่าคะแนนนิยม กปปส.นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าเรื่องการลงคะแนนประชามติ จะเป็นเรื่องของพรรคหรือกลุ่มการเมือง เพราะประชาชนตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานความต้องการว่าจะเดินหน้าประเทศอย่างไร หากไปสรุปเช่นนั้นเหมือนกับจะไม่จดจำการทำประชามติปี 2550 เดือน ส.ค. ฝ่ายที่รับชนะ 57% ต่อ 43% แต่ในอีก 3 เดือนต่อมาพรรคการเมืองที่ไม่รับก็ชนะการเลือกตั้ง ตนเข้าใจในการตัดสินใจลงคะแนนในแต่ละครั้งว่ามีปัจจัยเฉพาะ ซึ่งตนก็รับฟังความรู้สึกและอารมณ์ เพื่อปรับแนวทางของพรรคเช่นกัน ยืนยันว่าอุดมการณ์ของพรรคยังมีจุดยืนเหมือนเดิม

เมื่อถามความเห็นต่างของสมาชิกพรรคบางส่วนจะทำให้จะทำให้พรรคแตกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคการเมืองและนักการเมืองจะต้องยึดถืออุดมการณ์ ถ้าเราไปสนับสนุนพรรคหรือนักการเมืองที่ไม่สนใจอุดมการณ์ใดๆ เลย ส่วนตัวมองว่าอันตรายมากกว่า ดังนั้นจึงเคารพจุดยืนและความเห็นต่าง เพราะไม่ได้ขัดแย้งหรือต่อสู้กับใคร และไม่ได้รณรงค์ใดๆ ด้วยซ้ำ แต่เป็นสิ่งที่เราแสดงไป ถึงแม้ตนจะทราบผลล่วงหน้า แต่ก็ต้องแสดงจุดยืนเช่นนี้ และเคารพ น้อมรับการตัดสินใจของประชาชน

เมื่อถามย้ำว่าในพรรคที่มีสมาชิกเป็นแกนนำ กปปส.ร่วมอยู่ด้วยจะสามารถเดินหน้าพรรคต่อไปได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในส่วนของพรรคก็เป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรคทุกคนที่มีส่วนต้องช่วยกันทำให้พรรคเป็นที่ยอมรับ เป็นที่พึ่งหวังขอประชาชน โดยรับฟังเสียงของประชาชนเป็นสิ่งที่ต้องทำ


กำลังโหลดความคิดเห็น...