xs
xsm
sm
md
lg

สนช.เห็นชอบ 3 วาระรวดโยกงบฯ 2 หมื่นล้านเข้างบกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สนช.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.โยกงบประมาณ 2 หมื่นล้านข้ามหน่วยงาน ขณะที่สมาชิกท้วงติงหวั่นเป็นตัวอย่างให้รัฐบาลอื่นทำตาม เร่งใช้งบค้างท่อไร้ประสิทธิภาพ แนะสำนักงบฯ ย้อนประวัติใช้งบไร้ประสิทธิภาพติด 3 ปี ประกอบการจัดสรรงบใหม่ ด้าน “วิษณุ” ยันเงินเปลี่ยนมือไม่กระทบโครงการใหญ่

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้ (26 พ.ค.) มีมติเอกฉันท์ 155 คะแนนเห็นชอบให้ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมาย

ทั้งนี้ ที่ประชุม สนช.วันนี้ได้พิจารณาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ... ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็ ผู้เสนอ โดยมีสาระสำคัญ คือ เป็นการโอนงบประมาณจากหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ 25 หน่วยงานจำนวน 22,106,555,000 บาท มาเป็นงบประมาณใน 3 รายการ ประกอบด้วย 1. งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 21,885,555,000 บาท 2. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แผนงานการสนับสนุนการจัดการของรัฐสภา ศาล และหน่วยงานอิสระของรัฐจำนวน 21,000,000 บาท และ 3. เงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืช จำนวน 200,000,000 บาท

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณในแต่ละปีจะกำหนดไว้ว่าให้หน่วยราชการใด กระทรวงใดได้งบประมาณเท่าไหร่ แต่เมื่อพบว่าหน่วยงานเจ้าของงบประมาณนั้น ไม่สามารถปฏิบัติได้ หรือปฏิบัติภารกิจนั้นทำแล้วเสร็จ หรือมีเหตุจำเป็นต้องโอนงบประมาณจากหน่วยหนึ่งไปยังหน่วยงานหนึ่ง แต่การโอนงบข้ามหน่วยงาน ไม่สามารถกระทำด้วยคำสั่งของใครก็ได้ เพราะมีการระบุว่า การโอนงบข้ามหน่วยงานจะต้องออกเป็น พ.ร.บ.เท่านั้น

นายวิษณุกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลเห็นว่าจะต้องโอนงบข้ามกรม เพราะหน่วยงานนั้นไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้แล้วเสร็จ โดยรัฐบาลได้ขอให้หน่วยงานต่างๆ ได้จัดการกับงบประมาณของหน่วยงานตนเอง โดยดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายในวันที่ 31 มี.ค. 59 และหากมีการลงนาม ต้องกระทำให้เสร็จภายใน 31 พ.ค. 59 หากไม่สามารถทำได้ก็ต้องโอนงบประมาณ โดยโอนงบในส่วนนี้มาเป็นงบกลาง เพื่อสำรองจ่ายที่จำเป็นอีกหลายหลายรายการ

“ยืนยันว่าการโอนงบครั้งนี้ไม่กระทบกับโครงการที่ดีและแผนงานที่ดำเนินการเป็นปกติ เพราะหากโครงการใดที่ทำไปแล้ว ก็สามารถทำต่อได้”

ทั้งนี้ ในขั้นรับหลักการ สมาชิกได้อภิปรายเห็นด้วยและสนับสนุนในการโอนงบประมาณ แต่ก็แสดงความเป็นห่วงว่าหากมีการสามารถโยกงบเช่นนี้ได้อาจจะทำให้รัฐบาลยุคอื่นๆ เอาอย่าง และหน่วยงานต่างๆ ก็จะเร่งใช้จ่ายงบอย่างไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ ควรหาทางแก้ไขที่วิธีการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพและ โปร่งใส พร้อมมีข้อเสนอว่า สำนักงบประมาณควรจะนำงบประมาณปกติตั้งแต่ปี 2557-2559 มาประกอบการพิจารณาจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 หากพบว่าหน่วยงานใดใช้จ่ายเงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปี เพราะเชื่อว่าในปีต่อไป ก็จะมีการโอนงบในลักษณะนี้อีก ดังนั้นควรจัดสรรงบให้เหมาะสมกับหน่วยงานนั้นๆ ตั้งแต่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ด้านนายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมีการปรับโอนงบประมาณในครั้งนี้ เพราะว่ามีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแล้วปรากฎว่ามีเงินเหลือจ่าย 7,416 ล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำที่ดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์แล้วเป็นจำนวนเงิน 2,431 ล้านบาท และเป็นรายการที่ไม่สามารถลงนามตามสัญญาได้ภายในกำหนดวันที่ 31 พ.ค. 2559 จำนวน 12,273 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่เมื่อประกาศจัดซื้อจัดจ้างไปแล้วแต่ไม่มีผู้เข้ามา เสนอราคาและไม่มีผู้มีคุณสมบัติพอจะเข้ามาเสนอราคา จึงจำเป็นต้องปรับรายการงบประมาณ

“คณะรัฐมนตรีได้มีมติตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2558 และ 29 ธ.ค. 2558 เพื่อกำหนดเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของส่วนราชการประจำปี 2559 ต้องมีการกำหนดเป้าหมายในการเบิกจ่ายของทุกหน่วยงานว่าต้องเบิกจ่ายให้ได้ ไม่น้อยกว่า 96% เมื่อได้ดำเนินการตามแผนผลปรากฏว่าสามารถบรรลุเป้าหมายได้พอสมควรเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

จากนั้นที่ประชุมได้มีมติรับหลักการวาระแรกด้วยคะแนนเสียง 158 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาเพื่อพิจารณา 3 วาระ ก่อนที่จะมีมติเห็นชอบในวาระ 2 และ 3 ด้วยคะแนน 155 ต่อ 0 เสียง โดยจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมายต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น