xs
xsm
sm
md
lg

จับตา ม.44 “ลองของ” ดูปฏิกิริยาสังคม ลัดขั้นตอน “อีไอเอ” เดินหน้าเมกะโปรเจ็ก หวั่น! งดเว้นศึกษา EHIA บางโครงการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


จับตา ม.44 คำสั่ง 9/2559 ลัดขั้นตอน “อีไอเอ” เปิดช่องให้หน่วยงานรัฐเสนอ ครม.ไฟเขียวเดินหน้าโครงการที่ยังไม่ผ่านผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งของรัฐ-รัฐวิสาหกิจ “ศรีสุวรรณ” เชื่อแอบแฝง หนุน “เอกชน-ผู้รับเหมา” รับทำโครงการรัฐบาลได้รับประโยชน์จริง มากกว่าประชาชน “แกนนำเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาถ่านหิน” ชี้เหมือนคำสั่งลองของ ดูปฏิกิริยาสะท้อนจากสังคม หวั่น! งดเว้นการศึกษา EHIA ให้กับโครงการบางประเภท

วันนี้ (9 มี.ค.) มีรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ออกแถลงการณ์ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน STOP GLOBAL WARMING ASSOCIATION เรื่องคัดค้านคำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 ทำลายหลักการป้องกันล่วงหน้า-คืนความสุขให้กลุ่มทุน

มีใจความว่า ตามที่หัวหน้า คสช.ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 โดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อให้การดำเนินโครงการหรือกิจการของรัฐในการจัดให้มีสาธารณูปโภคอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะสามารถดำเนินการได้โดยรวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศในด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น โครงการหรือกิจการด้านการคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย โดยในระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการ อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้นั้น

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนขอคัดการการใช้อำนาจที่เกินความจำเป็น อันขัดต่อเจตนารมณ์ของมาตรา 4 และ 5 แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ประกอบ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 โดยชัดแจ้ง เนื่องจากคำสั่งดังกล่าว ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่างๆ แต่อย่างใด อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความขัดแย้งและแตกความสามัคคีของประชาชนในชาติ เพราะจะทำให้ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมทั่วประเทศออกมาคัดค้านกันอย่างมากมาย รวมทั้งเป็นการทำลาย “หลักการ” ของกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง ที่มุ่งเน้น “หลักการป้องกันไว้ล่วงหน้า” หรือ Precautionary Principle โดยการกำหนดให้โครงการหรือกิจกรรมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (36+11 ประเภท) จะต้องจัดทำ EIA/EHIA เพื่อให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเสียก่อนเท่านั้น

คำสั่ง คสช.ที่บัญญัติว่า “ระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการ อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้นั้น” จึงเป็นการทำลายหลักการหรือเจตนารมณ์ที่สำคัญของกฎหมายแห่งชาติ เป็นการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์หรือคืนความสุขให้กลุ่มทุนเท่านั้น และจะเป็นการบีบบังคับการทำหน้าที่ของ คชก.ให้จำต้องให้ความเห็นชอบรายงาน EIA/EHIA ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปก่อนล่วงหน้าแล้วเท่านั้น

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงใคร่ขอเรียกร้องมายังหัวหน้า คสช. ได้โปรดทบทวนการออกคำสั่งที่เกินความจำเป็นดังกล่าวเสีย และหาก คสช.ยังเดินหน้าต่อคำสั่งนี้สมาคมฯและเครือข่ายจะนำความนี้ขึ้นร้องเรียนต่อศาลปกครองสูงสุดและหรือศาลรัฐธรรมนูญตามความในมาตรา 5 ประกอบมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ต่อไป

ขณะที่เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญชั่ืวคราว ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2559 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2559 โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งรับผิดชอบโครงการหรือกิจการที่อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) สามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติให้ดำเนินโครงการไปพลางก่อนได้ เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดําเนินการ

สำหรับคำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 ได้บัญญัติข้อความเพิ่มเป็นวรรค 4 ของมาตรา 47 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ ข้อความระบุว่า ในกรณีที่มีความจําเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ในการดําเนินโครงการหรือกิจการด้านการคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย ในระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามวรรคหนึ่ง ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการนั้น อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดําเนินการ เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้รับดําเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้ แต่จะลงนามผูกพันในสัญญาหรือให้สิทธิกับเอกชนผู้รับดําเนินการตามโครงการหรือกิจการไม่ได้

สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม Green news ได้เผยแพร่คำสัมภาษณ์ของนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า คำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 อนุญาตให้เปิดประมูลโครงการต่างๆ ที่ยังไม่ผ่านอีไอเอได้ เพื่อที่จะให้ได้ตัวผู้รับเหมามาก่อน จากนั้นเมื่ออีไอเอผ่านก็ค่อยลงนามในสัญญา ซึ่งถือว่าผิดหลักการอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ ผลจากคำสั่งดังกล่าวจะทำให้โครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลได้รับผลประโยชน์ เช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟฟ้าหลากสี ก่อสร้างโรงไฟฟ้า การก่อสร้างเขื่อน รวมทั้งเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาสาธารณภัยเช่นภัยแล้งหรือน้ำท่วม

“การออกคำสั่งนี้มีการแอบแฝง เพราะคนที่ได้รับประโยชน์จริงๆ คือกลุ่มเอกชนและผู้รับเหมาที่จะมารับทำโครงการรัฐบาล” นายศรีสุวรรณกล่าว

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ แกนนำเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาถ่านหิน กล่าวว่า การออกคำสั่งดังกล่าวสะท้อนว่า คสช.กำลังตกอยู่ในอำนาจของทุนอุตสาหกรรม และคล้ายกับการลองของว่าจะมีปฏิกิริยาจากสังคมอย่างไรบ้าง โดยคำสั่งดังกล่าวส่งสัญญาณว่าไม่ว่าอีไอเอจะผ่านหรือไม่ก็ยินดีอนุมัติ และหากไม่มีการคัดค้านคำสั่งนี้ ในอนาคตอาจมีการออกคำสั่งให้ไม่ต้องทำอีไอเอเลยก็ได้

ขณะที่แอดมินเพจ “พลังพลเมืองร่วมสร้างภาคใต้น่าอยู่” ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นโยนหินก้อนใหญ่ถามทาง หากกระแสค้ดค้านน้อย เชื่อว่าของจริงคือ ประกาศ “งดเว้นการศึกษา EHIA ให้กับโครงการบางประเภท” หรือ “ไม่ผ่าน EHIA ก็อนุมัติได้” นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริง



กำลังโหลดความคิดเห็น