xs
xsm
sm
md
lg

“วิลาศ” แฉ กทม.ส่อโกงเพียบ! จ่อฟ้อง ป.ป.ช.ฟัน รองผู้ว่าฯ งงงบสะสมเหลือแค่ 2 พันล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


อดีต ส.ส.กทม.ประชาธิปัตย์ ซัด อปท. ไม่ทุจริตก็อย่ากลัว สตง. แฉรองผู้ว่าฯ กทม.บินเฟิร์สคลาสทัวร์นอกทุกเดือน สงสัยเกี่ยวจัดซื้อรถดูดเลน ปูดย้าย ผอ.เขตใช้เงินถึง 7 หลัก เผยบางกอกใหญ่ทำเรื่องย้ายลูกน้องตนมาอยู่ให้ดูแล แถมเรียกค่าเซ็นใบอนุญาตทั้งที่ถูกกฎหมายแล้ว งงสร้างสวนเสร็จก่อนเซ็นสัญญา จ่อฟ้อง ป.ป.ช.และ ปปง. เล็งชงเรื่องให้ที่ประชุมพรรค เหน็บไม่เคยเห็น “สุขุมพันธุ์” ระบุงบสะสมเมืองหลวงเกลี้่ยง จาก 3 หมื่นล้านหรือแค่ 2 พันล้าน สับปราบโกงไม่ไปไหนเพราะยกเว้นฟันญาติ เพื่อน


วันนี้ (18 ต.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีสถาบันพระปกเกล้า จัดสัมมนารับฟังความเห็นของสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เรื่องแนวทางการนำเสนอเพื่อแก้ระเบียบกฎหมายของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณของ อปท.เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนว่า ในการสัมมนามีการระบุว่า สตง.ขัดขวางการทำงานของอปท. โดยมีการเสนอขอให้ตัดอำนาจการตรวจสอบการใช้งบประมาณของ สตง. ตนในฐานะคนกลางเห็นต่างจากเรื่องนี้ เพราะเห็นว่า สตง.ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว ซึ่งจากการแถลงผลงานครบ 9 ปีของ ป.ป.ช.ระบุว่าเรื่องทุจริตที่มีร้องเข้ามามากที่สุด คือ การทุจริตของ อปท.ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ รวมมูลค่าความเสียหายจาการทุจริต 1.68 แสนล้านบาท ซึ่งหาก อปท.ไม่ทุจริตก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบ

นายวิลาศกล่าวว่า ทั้งนี้ อปท.บางส่วนดีอยู่ แต่ก็มีบางส่วนที่มีการทุจริต เช่น กทม.ซึ่งเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นใหญ่ที่สุด มีข้าราชการและประชาชนมาร้องเรียนกับตนว่า มีรองผู้ว่าฯ กทม.คนหนึ่งเดินทางไปต่างประเทศทุกเดือน นั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส และต้องไปจบที่ประเทศฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยใช้เงินสดซื้อตั๋ว ตั้งข้อสงสัยว่าที่มาของเงินจะเกี่ยวข้องกับกรณีการทำหนังสือเวียนถึงเขตต่างๆ ที่ขอให้ตรวจสอบและทำเรื่องมาถึง กทม. เพื่อขอให้ซื้อรถต่างๆ เช่น รถดูดเลน รถดูดไขมันหรือไม่ ซึ่งเดิมแต่ละเขตจะมีอยู่แล้ว 1 คัน แต่มีการสั่งภายในให้ทำเรื่องเสนอมา พร้อมกำหนดสเปก เช่น รถดูดไขมันขนาด 8 คิว คันละ 24 ล้านบาท พอตนแถลงก็สั่งชะลอเรื่อง ที่ต้องสั่งให้เขตต่างๆทำเรื่องขึ้นมาเพื่อใช้อ้างกรณีถูกตรวจสอบว่าเป็นการเสนอขอซื้อจากเขตไม่ใช่เป็นคำสั่งจากรองผู้ว่าฯ

นายวิลาศกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีกรณีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม.โดยเฉพาะระดับสูง ปัจจุบันทำเพื่อผลประโยชน์ เช่น การย้าย ผอ.เขตต้องใช้เงินถึง 7 หลักไม่แพ้ในวงการตำรวจ อย่าง ผอ.เขตบางกอกใหญ่ในพื้นที่ตน มีการทำเรื่องย้ายลูกน้องตัวเองซึ่งเป็นนายช่างโยธาเขตจตุจักรมาอยู่เขตบางกอกใหญ่ โดยให้หัวหน้าฝ่ายโยธามีคำสั่งระบุให้ดูแลพื้นที่ฝั่งซ้ายของถนนจรัลสนิทวงศ์ และถนนเพชรเกษม ฝั่งที่มีคอนโดมิเนียมจำนวนมาก มีการเรียกค่าเซ็นใบอนุญาตก่อสร้างทั้งที่ถูกแบบกลางของ กทม.แล้ว

“ไม่ทราบว่า ผอ.ที่ย้ายมาใหม่เก็บกันขนาดนี้ต้องส่งเงินให้รองผู้ว่าฯ คนไหนหรือไม่ อย่างไร เพราะขนาดก่อสร้างถูกแบบแปลนก็ยังเสียค่าตวัดลายเซ็น” นายวิลาศกล่าว

นายวิลาศกล่าวว่า และยังมีการสร้างสวนเฉลิมพระเกียรติที่เขตธนบุรี โดยประมูลงานผ่านอีอ็อกชัน แต่ก็ได้บริษัทของคนสนิทของรองผู้ว่าฯ คนหนึ่ง ที่น่าแปลกใจคือมีการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญา โดยมีการระดมหรือสั่งข้าราชการ กทม.ให้อำนวยความสะดวกให้กับบริษัทดังกล่าวทุกอย่าง เมื่อสร้างสิ่งก่อสร้างเสร็จเพิ่งจะมาเร่งรัดกับทางเขตให้รีบเซ็นสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง โอยอ้างว่ารองผู้ว่าฯ สั่งมาให้รีบเซ็น

“เท่านั้นยังไม่พอ มีการขนทีมงานของรองผู้ว่าฯ รายนี้ไปฉลองเกษียณอายุราชการที่ญี่ปุ่น โดยมีการซื้อสินค้าจากบริษัท คิงเพาเวอร์ ในช่วงโปรโมชัน ซื้อครบ 5 หมื่นจะแจกตั๋วเครื่องบินไปกลับญี่ปุ่น 1 ใบ ปรากฏว่ามีการสั่งซื้อสินค้าลอตเดียว 5 ล้านบาท ได้ตั๋วไปกลับ 100 ใบ ถามว่าเอาเงินที่ไหนมาซื้อสินค้าดังกล่าว ใครเป็นผู้ดูแล และมีการขนข้าราชการ กทม.ในส่วนบริหารไปเที่ยวเป็นระลอก ล่าสุดกำลังไปเที่ยวสหรัฐฯ อีก 7 คน ถามว่าเอาเงินมาจากไหน” นายวิลาศกล่าว

นายวิลาศกล่าวว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าวตนจึงขอสนับสนุนให้ สตง.ยังมีอำนาจตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของ อปท. เพราะขนาด กทม.ที่อยู่ในส่วนกลางยังกล้าทำขนาดนี้ และตนจะนำเรื่องต่างๆ พร้อมพยานหลักฐานเอกสารและบุคคล เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ใช้จ่ายในเรื่องนี้ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการนำหลักฐานไปร้องต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ในฐานะผู้บริหารระดับสูงหรือไม่ นายวิลาศกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีคำสั่ง คสช.ห้ามพรรคจัดกิจกรรมทางการเมืองใดๆ หากทำได้ตนก็จะเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมพรรคให้พิจารณาด่วน และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นหน้าผู้ว่าฯ กทม.เลย และไม่รู้ว่าท่านจะเข้าศาลาว่าการเมืองไหร่ หรือย้ายไปอยู่ดอยแล้ว แต่ขอตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้งบว่าก่อนหน้านี้ กทม.มีเงินสะสมอยู่ 3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันลองไปขอตรวจสอบดูเหลือไม่ถึง 2 พันล้านบาท เพราะแต่ละคนมือฉกาจในการทำเรื่องของบประมาณทั้งนั้น

เมื่อถามต่อว่า จะนำเรื่องนี้ร้องขอ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และ คสช.หรือไม่ เพราะขัดกับนโยบายเรื่องการปราบปรามการทุจริต นายวิลาศกล่าวว่า ตนเชื่อมือและชื่นชมต่อการทำงานของ พล.อ.ไพบูลย์ แต่เรื่องการทุจริตและคดีต่างๆ แต่ที่ผ่านมาตนเคยร้องเรียนหลายเรื่องแต่ก็ยังเงียบหาย เช่นคดีอิทธิพลของ “เสธ.เจม” ที่เรียกเก็บค่าคุ้มครอง หรือกรณีผู้ว่าฯ ที่เป็น สนช.ทุจริตในการจัดซื้อยาปราบศัตรูพืชก็ยังไร้คำตอบ จึงเห็นว่าปัญหาการปราบปรามทุจริตของบ้านทุกวันนี้ที่ไปไม่ถึงไหนเพราะเข้าตำรา เอาจริง ยกเว้นญาติและเพื่อน แต่ตนก็จะคัดเรื่องที่สำคัญเพื่อยื่นต่อ คสช.อีกครั้ง





กำลังโหลดความคิดเห็น