xs
xsm
sm
md
lg

อุปนายกสมาคมนักข่าวชี้แพร่คลิปพ่อซ้อมลูกละเมิดจริยธรรม จี้สื่อเอาใจใส่ แนะช่วยทางอื่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


โฆษกสมาคมนักข่าว นสพ.แจงการเผยแพร่คลิปพ่อทำร้ายลูก ละเมิดจริยธรรมสภาการ นสพ. ละเมิดศักดิ์ศรีซ้ำเติม จี้ผู้ประกอบการ-ผู้บริหารทุกสื่อ เอาใจใส่ ยุติแพร่ภาพสะเทือนใจ อย่าละเมิดกฎหมายจริยธรรม ติงสื่อหลักตัวดี ปลุกเจ้าหน้าที่ดูแล รับแชร์ผ่านเว็บเจตนาดีแต่มีช่องทางอื่นช่วย ย้ำอนุสัญญาเด็กต้องไม่เป็นสินค้ารูปแบบใด

วันนี้ (26 ก.ค.) นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและปฏิรูปสื่อ และโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงการเผยแพร่คลิปพ่อทำร้ายลูกชายระหว่างการสอนทำการบ้านในสื่อกระแสหลักและสังคมออนไลน์ว่า เป็นการละเมิดต่อจริยธรรมของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ที่ระบุว่าในการเสนอข่าวหรือภาพใดๆ หนังสือพิมพ์ต้องคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตกเป็นข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรีและผู้ด้อยโอกาส การเสนอข่าวต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังระบุว่า หนังสือพิมพ์จะต้องไม่เสนอภาพข่าวที่อุดจาด ลามกอนาจาร หรือน่าหวาดเสียวโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณชน ขณะเดียวกัน ข้อกำหนดทางจริยธรรมของสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ก็ได้ระบุไว้ในทำนองเดียวกัน และมีความมุ่งหมายครอบคลุมไปถึงสื่อทุกประเภทในยุคการหลอมรวมเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน

นายมานพกล่าวว่า ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวฯ ขอเรียกร้องผู้ประกอบกิจการสื่อ ผู้บริหารสื่อ ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ทุกประเภท ได้เอาใจใส่ต่อการผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่ตามช่องทางต่างๆ ในแต่ละกิจการ และขอให้ยุติการเผยแพร่เคลื่อนไหว ภาพนิ่ง ที่ก่อให้เกิดความโศกเศร้าสะเทือนใจต่อสังคมโดยรวม กิจการสื่อทุกประเภทควรเอาใจใส่ในข้อกฎหมายต่างๆ ที่บัญญัติไว้ และให้คำนึงถึงข้อกำหนดทางจริยธรรมของสภาวิชาชีพต่างๆ ซึ่งเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นที่จะไม่นำไปสู่การละเมิดกฎหมาย

“สังคมได้เดินทางมาไกล แต่สื่อกระแสหลักยังกลายเป็นผู้ละเมิดกฎหมายและจริยธรรมที่ได้ประกาศร่วมกันไว้มาต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง” โฆษกสมาคมนักข่าวฯ กล่าว และว่าพร้อมกันนี้ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติต่างๆ ได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ละเมิดต่อไป เพราะที่ผ่านมาสังคมนิ่งเฉยต่อการละเมิดกฎหมายของสื่อมาโดยตลอด

นายมานพกล่าวด้วยว่า ส่วนการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์อื่นๆ นั้นแม้มีเจตนาที่ดี แต่ก็เป็นการละเมิดกฎหมาย การปกป้องและช่วยเหลือเด็กมีช่องทางอื่นๆ ที่ไม่ละเมิดจริยธรรมและกฎหมาย เช่น การเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยตรง เพื่อดำเนินการ หากเข้าร้องเรียนสื่อๆ ก็ควรนำเสนอเฉพาะข้อมูลบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่ควรนำภาพมาเผยแพร่ ซึ่งผิดกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน 2546 มาตรา 27 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้โฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศเกี่ยวกับตัวเด็ก โดยเจตนาที่จะทําให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สําหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

นายมานพกล่าวว่า มาตรา 50 ห้ามเปิดชื่อตัว ชื่อสกุล ภาพหรือข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับตัวเด็กในลักษณะที่น่าจะเกิดความ เสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์ของเด็กหรือผู้ปกครอง โดยผู้ละเมิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับนอกจากนี้ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและพิธีสารเลือกรับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ที่ไทยได้ลงนามไว้เมื่อปี 2532 เพื่อการคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้พ้นจากความโหดร้ายทารุณและการถูกข่มเหงรังแกทุกชนิด เด็กจะต้องไม่กลายเป็นสินค้าไม่ว่าในรูปแบบใดๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น