ผลสำรวจโพลสวนดุสิต 9 แนวทางปฏิรูป คสช. ส่วนใหญ่ชี้การเมืองต้องโปร่งใส ผู้บริหารชาติมีจิตสำนึก ขบวนการยุติธรรมต้องเป็นกลาง บริหารราชการถูกต้องเป็นธรรม ให้รับการศึกษาเท่าเทียม คุมราคาสินค้าให้เหมาะ สื่อต้องเป็นกลาง ให้ทุกอาชีพเข้าถึงสิทธิที่ควรได้ กระจายรายได้ให้ทั่วถึง และลงโทษโกงเด็ดขาด
วันนี้ (29 มิ.ย.) “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 2,218 คน ระหว่างวันที่ 18 - 28 มิถุนายน 2557 เรื่อง 9 แนวทางการปฏิรูป ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ประชาชนอยากให้ปฏิบัติ ตามที่ คสช. ได้มีแนวทางการปฏิรูปทั้ง 9 ด้าน ซึ่งครอบคลุมการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาเพื่อที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการปฏิรูปดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติที่จะทำให้งานปฏิรูปสำเร็จลุล่วงสมดังจุดมุ่งหมายของ คสช. ที่กำหนดไว้ โดยสรุปผลได้ ดังนี้
เมื่อถามว่าประชาชนคิดว่า คสช. จะปฏิรูปสิ่งต่อไปนี้อย่างไร? จึงจะเห็นผลเป็นรูปธรรม 1. แนวทางการปฏิรูปการเมือง ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 จะต้องปฏิรูปการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใส เป็นระบบ พรรคการเมืองควรคัดเลือกผู้สมัคร ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด 88.86% อันดับ 2 มีมาตรการป้องกันปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ บทลงโทษต้องเด็ดขาด เช่น ยึดทรัพย์ ตัดสิทธิ์ทางการเมือง โดยติดตามและจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอย่างจริงจัง 82.18% อันดับ 3 สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ระบอบประชาธิปไตย สิทธิบทบาทหน้าที่ และการปฏิบัติตนตามกฎระเบียบต่างๆ 80.54% และอันดับ 4 ทำลายการผูกขาดอำนาจทางการเมืองของนักการเมืองรุ่นเก่า เปิดโอกาสให้นักการเมืองรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน 64.95%
2. แนวทางการสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารประเทศ ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 ผู้บริหารต้องมีจิตสำนึก ดำรงตนอยู่ในความดี ซื่อสัตย์ สุจริต 93.67% อันดับ 2 กำหนดวิธีการคัดเลือกและคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งบริหาร เช่น เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ ได้รับการยอมรับจากสังคม ประวัติดี มีภาวะผู้นำ 82.77% อันดับ 3 คำนึงถึงส่วนรวม ไม่ใช้ระบบเส้นสาย ไม่ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป มีการถ่วงดุลอำนาจ 82.53% และอันดับ 4 เปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการสรรหา ติดตาม ตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารประเทศ เมื่อพบการกระทำผิดต้องมีกฎหมายและบทลงโทษที่รุนแรง 71.51%
3. แนวทางการปฏิรูปขบวนการยุติธรรม ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่สองมาตรฐาน ไม่ให้อำนาจทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง 89.68% อันดับ 2 พัฒนาองค์กรให้เข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับ มีผลงานชัดเจน โดยเฉพาะคดีที่สังคมให้ความสนใจ 83.70% อันดับ 3 บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้กระทำผิดต้องได้รับการลงโทษอย่างจริงจัง 81.12% และอันดับ 4 พิจารณาปรับแก้กฎหมาย ป้องกันไม่ให้มีผู้อาศัยช่องโหว่กระทำผิดและทันสมัยอยู่เสมอ 66.70%
4. แนวทางการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 ยึดแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่ถูกต้อง เป็นธรรม 92.61% อันดับ 2 มีกระบวนการติดตามตรวจสอบที่เคร่งครัด ตรงไปตรงมา ทั้งในด้านการบริหารงาน งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการตรวจสอบทรัพย์สินข้าราชการ 83.35% อันดับ 3 ปรับปรุงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการให้โปร่งใส ปราศจากการวิ่งเต้น เส้นสาย 81.94% และอันดับ 4 ควรมีการบริหารราชการแบบกระจายอำนาจทุกภาคส่วน กำหนดโครงสร้างหน่วยงานที่ชัดเจน เหมาะสมเป็นปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความคล่องตัว 66.35%
5. แนวทางการปฏิรูปการศึกษา ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 สร้างโอกาสให้ทุกคนได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง จัดสรรงบประมาณ ด้านการศึกษาอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะเด็กที่มีฐานะยากจน 87.81% อันดับ 2 กระทรวงศึกษาธิการต้องมีนโยบายด้านการศึกษาที่ชัดเจน ต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย พัฒนาระบบการศึกษาให้ได้มาตรฐาน และพร้อมเข้าสู่อาเซียน 84.86% อันดับ 3 ผู้บริหาร ครูอาจารย์ ผู้ปกครอง และนักเรียน จะต้องมีความเข้าใจที่ชัดเจน ตรงกัน ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ร่วมกันพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้า 81.83% และอันดับ 4 ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้เด็กได้มีส่วนร่วม รู้จักคิดวิเคราะห์ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 70.34%
6. แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และค่าสาธารณูปโภคให้เหมาะสม 92.97% อันดับ 2 ส่งเสริมการจ้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและประชาชน 85.70% อันดับ 3 รณรงค์ให้คนไทยใช้ของไทย นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต 79.60% และอันดับ 4 พัฒนาการเกษตรที่เป็นรายได้หลักของประเทศให้เข้มแข็ง ดูแลเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี 69.05%
7. แนวทางการปฏิรูปด้านข่าวสาร ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 สื่อมวลชนจะต้องรักษาจรรยาบรรณของสื่อที่ดี เป็นกลาง ไม่เอนเอียง 86.75% อันดับ 2 ควรมีหน่วยงานเฝ้าระวังการนำเสนอข่าวของสื่อต่างๆ ที่สร้างความขัดแย้ง แตกแยก หรือไม่เหมาะสม 81.71% อันดับ 3 พูดคุย ทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างรัฐกับสื่อมวลชน เพื่อให้สื่อได้ทำงานอย่างเต็มที่ เป็นอิสระ 81.36% และอันดับ 4 ต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนกับสื่อที่มีการนำเสนอข้อมูลบิดเบือน ยั่วยุ เกินจริง หรือสร้างกระแสปลุกปั่นในสังคม 67.29%
8. แนวทางการปฏิรูปความเหลื่อมล้ำทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกชนชั้น ทุกอาชีพสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ควรจะได้รับ กระจายรายได้สู่ประชาชนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม 92.50% อันดับ 2 ประชาชนควรนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต รู้จักพึ่งตนเอง ไม่รอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ หรือนโยบายประชานิยมเพียงอย่างเดียว 83.24% อันดับ 3 จะต้องสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้นำ นักการเมือง และข้าราชการ 82.06% และอันดับ 4 กฎหมายจะต้องเป็นธรรม ใช้ได้สำหรับทุกกลุ่ม ไม่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 65.65%
9. แนวทางการปฏิรูปการทุจริตคอรัปชั่น ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 ควรมีการดำเนินคดี ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด บทลงโทษต้องรุนแรง ทำให้เห็นเป็นเยี่ยงอย่าง กำหนดระยะเวลาของอายุความให้เหมาะสม 91.56% อันดับ 2 บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่เลือกปฏิบัติ 84.17% อันดับ 3 ปลูกฝัง สร้างจิตสำนึก ค่านิยมของคนในชาติ ให้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมจริยธรรม 80.66% และอันดับ 4 มีการแต่งตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ 65.06%