xs
xsm
sm
md
lg

“ปู-แม้ว” มากับประชานิยม กำลังจะพาคนไทยเจ๊งพร้อมประชานิยม!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผ่าประเด็นร้อน

อาจเป็นเพราะกาลเวลาได้เปิดโปง ประจานให้เห็นถึงความไม่เอาไหนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายใต้การบงการของ ทักษิณ ชินวัตร ออกมาให้เห็นเรื่อยๆ โดยที่ไม่อาจโทษใครได้อีกต่อไปแล้ว แม้ว่าเวลานี้ทั้งรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะพยายามโบ้ยอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นฝีมือของฝ่ายตรงข้ามว่ากำลัง “จ้องล้ม”รัฐบาลก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าน้ำหนักก็น้อยลงทุกที

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่ “จำนน” ต่อหลักฐานและความจริงที่ชาวบ้านเขาประสบอยู่ทุกวัน สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเป็นความล้มเหลวที่มาจาก “นโยบายประชานิยม” ที่สำคัญล้วนมาจาก “ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ”ทั้งสิ้น

เวลานี้ไม่ต้องมาเถียงกันแล้วว่า “ค่าครองชีพสูง” ของแพงหรือไม่ ชาวบ้านมีหนี้สินล้นพ้นตัว ชักหน้าไม่ถึงหลังหรือไม่ เชื่อว่าทุกคนรับรู้กันเป็นอย่างดี สิ่งที่เกิดขึนมันก็ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลไม่สามารถบริหารให้ชาวบ้านอยูดีกินดี หรือ “กระชากค่าครองชีพลงมา”ได้สมราคาคุยเมื่อครั้งที่ตอนหาเสียงเอาไว้

เวลานี้มีเสียงวิจารณ์หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ว่าสาเหตุที่ชาวบ้านกำลังเริ่มเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้านอกเหนือจากความ “ไร้สติปัญญา”ของผู้นำคือ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว หากระบุให้ตรงจุดก็ตองบอกว่ามาจาก “นโยบายประชานิยม”ทั้งสิ้น และที่สำคัญหน่วยงานและบุคคลที่ออกมาระบุถึงสาเหตุความล้มเหลวดังกล่าวล้วนแล้วมาจากหน่วยงานและบุคคลที่เป็นสถาบันภายนอกทั้งสิ้น ซึ่งถือว่ามีน้ำหนัก

ที่ผ่านมามีการกล่าวถึงนโยบายรถคันแรก ค่าแรงวันละ 300 บาท และล่าสุดก็คือนโยบายรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท ที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวสร้างความหายนะได้อย่างชัดเจนที่สุด แต่ขณะเดียวกัน แม้ว่ารัฐบาลกำลังรู้ว่ากำลังเดินไปสู่เส้นทางดังกล่าว แต่ก็ไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้มากนัก เพราะนั่นเท่ากับว่า “ฆ่าตัวตาย” ทางการเมืองชัดๆ ก็ต้องดิ้นรนซื้อเวลาไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าในที่สุดแล้วกำลังพาคนไทยลงนรกไปพร้อมกันก็ตามที

เวลานี้หากพิจารณาจากการคาดหมายภาวะการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของไทยในช่วงปลายนี้ออกมาจากหลายสำนักตรงกันว่ากำลังอยู่ใน “ถดถอย” โดยมีสารพัดปัจจัยรุมเร้าทังภายนอกและภายใน เริ่มจากภายนอกก่อนเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่กระเตื้อง ทั้งยุโรป อเมริกา และล่าสุดแม้กระทั่งจีนและอินเดียยังโตลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไทยอย่างจัง เพราะเราเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ คิดง่ายๆ หากเขาไม่มีกำลังซื้อเราก็ขายของไม่ได้ ก็ไม่มีรายได้

ขณะที่ปัจจัยภายในอันเนื่องมาจากความล้มเหลวของนโยบายประชานิยมดังกล่าวที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยระดมออกมา “เกทับ” พรรคการเมืองคู่แข่งจนชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย แต่เมื่อถึงคราวปฏิบัติจริงกลังสร้างภาระให้กับงบประมาณ สร้างภาระหนี้สินจนกระทบกับการจัดทำงบประมาณในปีถัดไป ซึ่งว่ากันเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวที่เพียงแค่สองฤดูกาลก็ขาดทุนไปแล้วเกือบ 3 แสนล้านบาท แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือไม่ว่าจะขาดทุนเท่าไหร่แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ กลายเป็นว่าเวลานี้ “จะเดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้” เพราะถ้าเปิดเผยก็จะยิ่งติดลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่อ้างว่าเป็นการขายข้าวแบบ “จีทูจี” นั้น หากเปิดเผยตามความเป็นจริงก็ต้อง “ขายต่ำกว่าราคาตลาด” ต้องยอมขายขาดทุน ซึ่งเท่ากับว่าเข้าข่าย “ทุ่มตลาด” ทำผิดกฎองค์การการค้าโลก และที่ผ่านมาก็ถูกสหรัฐฯ ร้องเรียนมาแล้ว แต่หากดันทุรังปกปิดข้อมูลต่อไปก็จะเสี่ยงต่อการถูกบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง “มูดี้ส์” ลดเครดิตของไทยในช่วงปลายปี ตามที่เคยขู่เอาไว้ก่อนหน้านี้มาแล้ว

นี่คือแนวโน้มความหายนะของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายใต้การชักใยของ ทักษิณ ชินวัตร จากนโยบายประชานิยมที่ทุ่มออกมาแบบไม่บันยะบันยัง ซึ่งล่าสุดแม้แต่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนแรกของรัฐบาลชุดนี้ อย่าง ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ยังออกมามาเตือนแบบเข้มๆ ให้ “เพลาๆ” นโยบายดังกล่าวลงบ้าง เพราะหากยังไม่ปรับปรุงหรือเลือกนำมาใช้ในบางเรื่องที่จำเป็นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ อย่างเช่น การสาธารณสุข การศึกษา เป็นต้น ส่วนเรื่องอื่นที่เป็นภาระไม่ก่อประโยชน์ก็น่าจะยกเลิกหรือแก้ไข แต่มาถึงขั้นนี้แล้วสำหรับรัฐบาลคงไม่มีทางถอยหลังได้อีกแล้ว เพราะนี่คือสัญญลักษณ์ของประชานิยม หากยกเลิกก็เท่ากับจบเห่ ดังนั้นมีทางเดียวก็คือต้องเดินหน้า แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะลงเหวก็ต้องเดินไป

แต่สำหรับคนไทยแล้วอีกไม่นานก็คงจะได้รับรู้รสชาติจากประชานิยมที่ถูกพวกนักการเมืองชั่วนำมาปรนเปรอจนเสพติดงอมแงมว่าเป็นอย่างไรอีกไม่นานคงได้เห็นกัน!!

กำลังโหลดความคิดเห็น