xs
xsm
sm
md
lg

นักวิชาการฉะลดจำนำข้าวเฉือนเนื้อชาวนา “ณรงค์” ซัดหยิบข้าวทำประชานิยมผิด รธน.

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ภาพจากแฟ้ม)
เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จัดเสวนาโครงการรับจำนำข้าว นักวิชาการทีดีอาร์ไอ ชี้รัฐลดราคาจำนำลงเฉือนเนื้อชาวนา แต่ปล่อยกลุ่มอื่นหากินต่อ ระบายข้าวแบบลับๆ ช่วยชาวนาเพื่อนบ้าน เสียคุณภาพข้าวไทย ด้าน ดร.ณรงค์ ชี้แค่ประชานิยมเอาข้าวเป็นเครื่องมือ มีรูรั่วตลอดเวลา แถมผูกขาดซื้อข้าวผิดรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (เอสวีเอ็น) จัดเสวนา “ความจริงข้าวประเทศไทย ใครล่มจม ใครร่ำรวย” โดยมี ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ), ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายวิชัย ศรีประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

โดย นายวิชัย ศรีประเสริฐ นายกกิติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การขายข้าวก่อนมีโครงการจำนำนั้นอาศัยกลไกตลาด ไทยครองการส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในโลกหลายปีติดต่อกัน แต่ในปี 2555 ประเทศไทยกลับตกอันดับ เพราะขายราคาสูงทำให้ขายได้น้อย ทำให้รายได้การขายข้าวลดลง เพราะรัฐบาลมีโครงการจำนำข้าวโดยไม่ใช้กลไกตลาด และในปี 2556 ก็มีแนวโน้มไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้ทุกประเทศรู้ดีว่าการใช้กลไกตลาดนั้น แม้จะมีการแข่งขันกันรุนแรงแต่เป็นแนวทางที่สร้างความเติบโตของตลาด

“การผูกขาดการขายข้าวทำให้ประเทศมีรายได้จากการขายข้าวลด 4-5 หมื่นล้าน และยังต้องมาเสียเงินค่าบริหารโครงการ อาทิ ค่าเช่าโกดังต่างๆ อีก 4-5 หมื่นล้าน ซึ่งทันทีที่ทำโครงการนี้จะขาดทุนทันที 1 แสนล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลอยากสนับสนุนเกษตรกรควรเอาเงิน 1 แสนล้านไปแจกชาวนาที่ยากจน และหลังจากนั้นก็หันกลับมาใช้กลไกตลาดเหมือนเดิมจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

ด้าน ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า รัฐบาลทำโครงการจำนำข้าวไปแล้ว 4 ฤดูกาล ซึ่งมีข้าวทั้งหมด 40 ล้านตัน ซื้อข้าวไปแล้ว 6.2 แสนล้านบาท และค่าบริหารจัดการ 5-6 หมื่นล้านบาท แต่การที่รัฐบาลขายข้าวไม่ได้ ก็จะยิ่งทำให้มีการขาดทุนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ตนคำนวณจากตัวเลขกระทรวงพาณิชย์ พบว่ารัฐบาลมีการขายข้าว 5 ล้านตัน โดยขาย 1 กิโลกรัม ในราคา 10.21 บาท แต่มีต้นทุน 33 บาท ซึ่งการที่มีต้นทุนสูง เพราะมีการทุจริตคอร์รัปชัน มีข้าวหายกว่า 3 ล้านตัน แต่ท้ายสุดกลับมีการบอกว่าลืมลงบัญชี 2.5 ล้านตัน ซึ่งการที่รัฐบาลขายข้าวได้ 10 บาท โดยมีต้นทุน 33 บาทก็เจ๊งแบบไม่มีทางเถียง เพราะแค่ข้าว 5 ล้านตัน ขาดทุนไปแล้ว 1.1 แสนล้านบาท ซึ่ง 33% ในเงินดังกล่าวเป็นการนำไปแจกพ่อค้าพรรคพวก ทั้งนี้ปัจจุบันมีภาวะข้าวเปลือกแพง ข้าวสารถูก เป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก หลังจากที่คณะราษฎรต้องการทำนโยบายดังกล่าวแต่ก็ไม่สำเร็จ แต่รัฐบาลนี้ทำได้ ซึ่งต้องใช้รายจ่ายมหาศาล เพราะรัฐบาลต้องขายข้าวสารในราคาต่ำ เพื่อให้ราคาข้าวขายปลีกถูกลง ซึ่งต้องชมคนทำว่ารู้เรื่องข้าวดีมาก แต่กลับไม่รู้เรื่องส่งออกเลย

“หากรัฐบาลปรับลดราคาจำนำข้าวลง จะเป็นการเฉือนเนื้อชาวนา เพราะหากลดราคาลง ปริมาณการจำนำนาปีจะลดลงร้อยละ 21 นาปรัง ร้อยละ 24 ซึ่งส่งผลให้มีการขาดทุนลดลง 9 หมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลกลับทำแบบเฉือนเนื้อชาวนา แต่ปล่อยให้กลุ่มอื่นหากินต่อไป เพราะค่าใช้จ่ายโครงการลดเพียงร้อยละ 18 และรัฐบาลยังไม่เปลี่ยนวิธีระบายข้าวแบบลับๆ โดยเมื่อ 2-3 วันก่อน ยังมีการเรียกผู้ส่งออกข้าวไปให้คำแนะนำพ่อค้าพรรคพวก 3-4 ราย”

ดร.นิพนธ์ กล่าวว่า การทุจริตที่มากที่สุด คือขั้นตอนการระบายข้าว ที่มีการระบายข้าวแบบลับๆ โดยขายให้นายหน้าในราคาถูก และปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนกฎเกณฑ์การชะลอการส่งข้าวให้โกดังรัฐบาล จากเดิมที่ต้องส่งภายใน 7 วัน ก็มีการขยายเวลาว่าหากโรงสีใดมีข้าวปริมาณมากก็ไม่ต้องส่งภายใน 7 วัน ซึ่งส่งผลให้มีการนำข้าวเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ์ และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลฯกรมการค้าต่างประเทศก็อนุญาตให้นำเข้าข้าวสารราคาถูกจากต่างประเทศนำเข้าได้ทุกเดือน รวมทั้งเดือนที่มีการจำนำข้าว ซึ่งมีเอกสารราชการชัดเจน ทั้งที่แต่ก่อนอนุญาตนำเข้าแค่เดือนที่ขาดแคลนเท่านั้น ซึ่งก็เป็นการยืนยันว่าเป็นการทุจริตระดับสูง ไม่ใช่ทุจรติระดับโกดัง หรือโรงสี แต่เป็นทุจริตนโยบาย

“เรากำลังทำนโยบายช่วยเหลือชาวนาในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะหลังจากมีโครงการรับจำนำก็ทำให้ราคาข้าวในประเทศเพื่อนบ้านสูงขึ้น ซึ่งหากรัฐบาลทำโครงการอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะเสียคุณภาพข้าวไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำลายโดยโครงการรับจำนำข้าว นอกจากนั้นหากทำโครงการเรื่อยๆ ก็จะเป็นการทำลายระบบการค้าข้าวที่มีประสิทธิภาพของประเทศ และทำลายเศรษฐกิจข้าวให้สิ้นซาก โดยหวังเพียงคะแนนเสียง และประโยชน์ของตนเอง” ดร.นิพนธ์ กล่าว

ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อ.ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการจำนำข้าวเป็นการทำโครงการประชานิยม ที่ทำให้ประชาชนมานิยมใครคนใดคนหนึ่ง โดยอาศัยข้าวเป็นเครื่องมือ ทั้งนี้นโยบายและกระบวนการนั้นจะแตกต่างกัน เพราะการประกาศนโยบายจะเป็นการทำดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ แต่กระบวนการทำนโยบายนั้นจะเป็นการทำประโยชน์เพื่อคนส่วนน้อย โดยมีการทำให้มีรูรั่วตลอดเวลา พอจับได้ก็บอกว่านโยบายดีแต่ปัญหาอยู่ที่ผู้ปฏิบัติ

“รัฐบาลกำลังผูกขาดการซื้อข้าว และคิดว่าจะใช้บทบาทของรัฐค้าขายแข่งกับเอกชน ซึ่งถือว่าผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 86 ที่ระบุว่าการขายข้าวต้องให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม ทั้งนี้หากรัฐบาลอยากช่วยชาวนาแบบยั่งยืนควรลดต้นทุนการทำนา โดยการพยุงราคาปุ๋ย และยาฆ่าแมลง เปลี่ยนโครงการกองทุนหมู่บ้าน เป็น 1 หมู่บ้าน 1 รถไถ หรือ รถเกี่ยว และควรเก็บภาษีพ่อค้าปุ๋ยเคมีเพิ่มเพื่อนำมาเป็นกองทุนให้ชาวนา” ดร.ณรงค์ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น