xs
xsm
sm
md
lg

“จิตตนาถ” ชี้อย่าประเมินสถาบันฯ ต่ำไป มีการปรับตัวตลอดอยู่แล้ว เผยยินดีจิบน้ำชา “ภิญโญ”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“จิตตนาถ” ลั่นอย่าประเมินสถาบันฯ ต่ำเกินไป ชี้มีการปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทยตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นปัญหาต่อประชาธิปไตยแต่อย่างใด เพียงแต่พวกล้มเจ้าไม่ยอมรับความจริง ลั่นยากที่จะเชื่อ “ภิญโญ” รอยัลลิสต์ เพราะจากพฤติกรรมที่ผ่านมาก็เป็นคำตอบอยู่แล้ว พร้อมเผยยินดีจิบน้ำชาด้วย ไม่ได้โกรธกัน


วันนี้ (19 มี.ค.) เมื่อเวลา 20.30 น. นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ กล่าวในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ถึงประเด็นรายการ “ตอบโจทย์ประเทศไทย” ว่า เนื้อหาของรายการดังกล่าวไม่ได้มีอะไรเลย เป็นเพียงการตอบสนองแนวคิดในการจำกัดบทบาทของสถาบันฯ ต้องการทำให้เป็นเพียงสัญลักษณ์ เราจะเห็นได้ว่ารายการตอบโจทย์เอาประเด็นของสถาบันฯ มาพูดบ่อยมาก แล้วก็เอานักวิชาการที่จะเสนอให้มีการเปลี่ยนหรือแก้ไขมาตรา 112 มาออกบ่อยมากเมื่อเทียบกับประเด็นการเมืองประเด็นอื่นๆ

นายจิตตนาถกล่าวต่อว่า ตนเป็นเพื่อนเก่าของนายภิญโญ จะรู้ว่าแวดวงของนายภิญโญประกอบไปด้วยใครบ้าง และเขาจะสนิทกับนักคิดนักเขียนมากหน้าหลายคน ซึ่งนายภิญโญก็ออกมาแก้ตัวผ่านทางเฟซบุ๊กว่านักคิดนักเขียนก้าวหน้าทั้งหลายมองนายคุณภิญโญเป็นรอยัลลิสต์ แต่ตนไม่กล้าที่จะเชื่อสิ่งที่พูด เพราะว่าแนวคิด วิธีคิดของกลุ่มเพื่อนนายภิญโญค่อนข้างที่จะสนับสนุนการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 รวมถึงคอนเนกชันที่มีกับสำนักพิมพ์สายมติชน ฉะนั้นแวดวงของนายภิญโญเป็นกลุ่มที่มีความคิดซ้ายค่อนข้างเยอะพอสมควร

การที่บอกว่าพวกหัวก้าวหน้ามองว่าเขาเป็นรอยัลลิสต์ อาจจะเพราะพวกหัวก้าวหน้าไม่ต้องการให้มีสถาบันกษัตริย์เลย แต่ของนายภิญโญอาจจะเป็นในลักษณะที่ต้องการให้ลดบทบาทลง เหลือเป็นแค่สัญลักษณ์ อีกทั้งความสัมพันธ์ของนายภิญโญ กับนายสมชัย สุวรรณบรรณ ผอ.ไทยพีบีเอส ว่ามีความคิดใกล้เคียงกัน ชอบไปดูงานกันที่ประเทศอังกฤษ เรื่องของราชวงศ์ จนกระทั่งมีข่าวมาว่าถูกอกถูกใจกัน ขนาดที่ว่าให้งบถึงเดือนละประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อมาทำรายการเองเลย

และสุดท้ายเนื้อหาของรายการตอบโจทย์มันไม่ใช่การดีเบต แต่มันคือการเสวนาที่มีธงเดียวกัน ระหว่างนายสมศักดิ์ เจียมธีรสุกล กับ อาจารย์ ส. ศิวรักษ์

นายจิตตนาถกล่าวอีกว่า รายการตอบโจทย์พยายามบอกว่าประเทศไทยไม่มีพื้นที่สำหรับการวิจารณ์สถาบันฯ ถือเป็นการทำลายสถาบันฯ ในทางอ้อม ตนไม่เห็นด้วย ถึงขั้นรายการออกอากาศได้ถึง 5 เทปในฟรีทีวีที่คนดูได้ทั้งประะทศ แบบนี้เรียกว่าไม่มีพื้นที่ได้อย่างไร อีกทั้งการดีเบตแบบไม่เป็นทางการก็เกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว อย่างในเฟซบุ๊กก็มีเต็มไปหมด ส่วนที่เป็นสาธารณะและอย่างเป็นทางการ ก็คือคำตัดสินของศาล

ส่วนวาทกรรมที่ตนไม่เห็นด้วย คือ เขามองว่าถ้าจะปฏิรูปประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปสถาบันฯ ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ ประเทศไม่เคยมีปัญหาเพราะสถาบันฯ แล้วการที่บอกว่าควรโอนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้รัฐบาลดูแล ทำไมคุณไม่เอาทรัพย์สินของตัวเองไปให้คนอื่นดูแลบ้าง แบบนี้เวลาสถาบันฯ จะทำอะไรก็ต้องให้การเมืองอนุมัติหรือ แบบนี้มันไม่แฟร์ และที่น่ากลัวที่สุดเขามองว่าสถาบันฯ เป็นปัญหาของประชาธิปไตย ทั้งที่จริงๆ แล้วปัญหาคือคนไทยยังไม่พร้อมกับระบอบประชาธิปไตย และตัวนักการเมืองเอง ควรแก้ที่ตรงจุดนี้มากกว่า พระองค์ท่านไม่เคยไปยุ่มย่าม แต่เกิดการแปดเปื้อนก็เพราะโดนวังวนของการเมืองทำให้ท่านโดนเข้าใจแบบผิดๆ และการที่ไม่ต้องการให้มีพระราชดำรัสโดยตรงต่อประชาชน ตนขอถามว่าแบบนี้ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของสถาบันฯ หรือ

แต่ตนเห็นด้วยกับที่ ส.ศิวลักษณ์ เคยพูดไว้ว่าพวกโหนเจ้าเป็นคนทำให้สถาบันฯ เสียหาย ซึ่งฝ่ายการเมืองทุกวันนี้มีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการล้มเจ้าชัดเจน อีกฝ่ายหนึ่งก็โหนเจ้า ชอบปล่อยข่าวลือต่างๆ นานาว่าเจ้าสนับสนุน แต่ไม่รู้หรอกว่ามันมีผลกระทบกลับมายังสถาบันฯ ถ้าพรรคการเมืองนั้นทำงานไม่ดี

เมื่อถามถึงการข้อเขียนของนายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ในหัวข้อ “จิตตนาถ ลิ้มทองกุล ที่ผมรู้จัก” นายจิตตนาถได้กล่าวว่า ตนนับถือนายภิญโญและขอบคุณที่มีจิตไมตรีให้ตน ที่บอกว่าหวังจะได้จิบชากัน ตนก็ไม่ได้ข้องใจ ขอยืนยันไม่ได้โกรธ ยินดีเจอ เพราะเราไม่ได้จะฆ่ากัน แต่เรื่องชาติบ้านเมืองมีความจำเป็นที่ตนต้องพูด ส่วนเจตนาของนายภิญโญก็ให้สังคมดูเอาเองจากข้อเขียนที่ผ่านมา หรือการที่รายการเชิญนายสมศักดิ์มาถึง 3 ครั้ง ทุกอย่างมีคำตอบในตัวของมันเองอยู่แล้ว แล้วที่บอกว่าไม่เคยพาดพิงผู้จัดการ นายภิญโญยังเคยเตือนสตินายสนธิเลย ตอนที่หนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะยังไม่เห็นธาตุแท้ แม้จะเป็นลูกน้องแต่นายภิญโญทำขึ้นปกหนังสือโอเพ่นเลยว่า “ผู้จัดการเปลี่ยนไป หรือสนธิเปลี่ยนไป” ซึ่งตนก็มองว่าเป็นสิทธิ์ที่สามารถเตือนกันได้ แต่วันนี้กลับกัน นายภิญโญถึงขั้นไปสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณถึงเมืองนอก มันสมควรหรือที่เอานักโทษหนีคดีมาออกทีวีสาธารณะ เท่ากับว่านายภิญโญไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง จะเขียนอะไรหวานๆ ก็เขียนได้ แต่อยากให้ดูที่พฤติกรรม ถ้านายภิญโญต้องการหาทางออกให้สังคมจริงอย่างที่ว่า ตนมองว่ามันไม่เหมาะสมด้วยกาลและเวลา

ส่วนพวกที่เรียกตัวเองว่าหัวคิดก้าวหน้า คุณกำลังประเมินสถาบันฯ ต่ำไปหรือเปล่า สถาบันฯ ปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทยตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแต่คุณไม่ยอมรับความจริง วันหนึ่งเมื่อสังคมพร้อมมากขึ้น เมื่อไม่ได้มีสถานการณ์แบบทุกวันนี้ จะเห็นว่าสถาบันฯ ก็ปรับตัวให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น



คำต่อคำ “คนเคาะข่าว” วันที่ 19 มีนาคม 2556

เติมศักดิ์- สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการคนเคาะข่าว วันอังคารที่ 19 มีนาคม 2556 นะครับ วันนี้คำถามที่รายการตอบโจทย์ต้องตอบจากคนทำสื่อถึงคนทำสื่อ วันนี้เราสนทนากับประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ คุณจิตตนาถ ลิ้มทองกุล สวัสดีครับคุณจิตตนาถ

จิตตนาถ- สวัสดีครับ คุณเติม

เติมศักดิ์- ในฐานะคนทำสื่อเหมือนกัน คุณจิตตนาถมองเนื้อหาของรายการตอบโจทย์ ที่ดำเนินรายการโดยคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ตอนสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ 5 ตอนที่ผ่านมา คุณจิตตนาถมองอย่างไรครับ

จิตตนาถ- ผมมองในภาพรวมนะครับ คือผมไม่ได้มอง 5 ตอน คือผมดูความเคลื่อนไหวของรายการตอบโจทย์มาตลอด และอย่างที่ผมคิด ผมมองว่าใจความเนื้อหาไม่ได้มีอะไรเลยคือ การตอบสนองแนวคิดของตัวเอง ในการที่จะทำให้จำกัดบทบาทของสถาบัน และทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้นเองครับ

เติมศักดิ์- คือต้องการตอบสนองเป้าหมาย

จิตตนาถ- ใช่

เติมศักดิ์- เป้าหมายนั้นเป็นยังไง มันมีร่องรอยยังไงที่เกิด คุณจิตตนาถเชื่อว่ารายการตอบโจทย์ต้องการตอบสนองแนวคิด ต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเพียงแค่สมมติ ขยายความหน่อยครับ

จิตตนาถ- ร่องรอยนะ ถ้าเราดูจากรายการตอบโจทย์เรื่อยมาตั้งแต่มีรายการเราจะเห็นเลยว่า เอาประเด็นของสถาบันมาพูดบ่อยมาก แล้วก็เอานักวิชาการที่จะเสนอให้มีการเปลี่ยนหรือแก้ไขมาตรา 112 มาออกบ่อยมาก เมื่อเทียบกับประเด็นการเมืองประเด็นอื่นๆ เหมือนกับเริ่มจากตรงนี้ซักพักจะไหลไปทางอื่น พออีกอันหนึ่งจะแถกลับมาอีกมาเรื่อยๆ เป็นสเต็ปแต่ว่าถ้าเราดูจากตามไทม์ไลน์เหมือนเฟซบุ๊ก เราจะเห็นเลยว่ามาเรื่อยๆ มาเป็นชุด จนกระทั่งมารุกหนักก็ตอน 5 ตอน

เติมศักดิ์- อย่างที่ในบทความ คุณจิตตนาถใช้คำว่า การจับประเด็นอื่นๆ มาออกอากาศ เป็นเพียงแค่การแวะพักผ่อนข้างทาง แต่จริงๆ จุดหมายปลายทางอยู่ที่เรื่องนี้เรื่องเดียว

จิตตนาถ- เพราะว่านอกจากนี้คือผมเป็นสหายเก่ากับแก เป็นเพื่อนรุ่นน้องของคุณภิญโญ จะรู้ว่าแวดวงของคุณภิญโญจะประกอบไปด้วยใครบ้างใช่ไหมครับ และคุณภิญโญจะสนิทกับนักคิดนักเขียนมากหน้าหลายคน ซึ่งคุณภิญโญเองออกมาแก้ตัวผ่านทางเพจของคุณภิญโญว่า นักคิดนักเขียนก้าวหน้าที่เรามองว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่ ห้าวเป้ง ล้มเจ้าอะไรพวกนี้ มองว่าคุณภิญโญเป็น Royalist แต่ว่าผมไม่กล้าที่จะเชื่อที่คุณภิญโญพูด เพราะว่าแนวคิด วิธีคิดของกลุ่มเพื่อนคุณภิญโญค่อนข้างที่จะสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 หรือจะให้มีการยกเลิกไปตลอดเวลา รวมถึง Article ที่คุณภิญโญพยายามมาตลอดในหนังสือมา สื่ออย่างเครือมติชนอย่างมติชนรายสัปดาห์ สุดสัปดาห์ ที่เดี๋ยวเราจะพูดกันต่อไป แล้วก็รวมถึง Connection ของคุณภิญโญกับสำนักพิมพ์อย่างสายมติชนจะมีอยู่ ฉะนั้นแวดวงของคุณภิญโญจะเป็นแวดวงของกลุ่มที่มีความคิดซ้ายค่อนข้างเยอะพอสมควร

เติมศักดิ์- เท้าความอย่างที่คุณภิญโญเขียนอะไรนะ จดหมายน้อยมาถึงคุณจิตตนาถ คุณภิญโญใช้คำว่า ผมอยากบอกคุณจิตตนาถง่ายๆ ว่า ในหมู่ปัญญาชนหัวก้าวหน้า โดยเนื้อแท้แล้วไม่มีใครนับถือผมเป็นพวกเดียวกับเขาหรอกครับ เขาคิดว่าผมเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมผสม Royalist ด้วยซ้ำไป จะมาเป็นฝ่ายก้าวหน้าได้ เพราะผู้จัดการช่วยจัดให้บ่อยๆ ตามเนื้อข่าวเท่านั้น จริงๆ แล้วมันเป็นอย่างไร

จิตตนาถ- ผมคิดว่า มันต้องเป็น Level นะ อาจจะมีประมาณว่า หัวก้าวหน้าอาจจะ ถ้าพูดแบบตรงๆ ให้ผมอ่านใจเขา เขาคงต้องการไม่ให้มีเลย เขาคงต้องการให้เหมือนประเทศจีนใช่ไหมครับ หรือว่าประเทศยุโรปที่ไม่ต้องมีเลย ทุกอย่างเป็นประชาธิปไตยเบ่งบานทุกคนเท่ากันหมด มีอันนี้คือหัวก้าวหน้าแบบ Extreme แต่ว่าการแก้ไข มาตรา 112 อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเขา แต่ของคุณภิญโญอาจจะเป็นในลักษณะที่ต้องการให้ลดบทบาทตัวเองลง แล้วเหลือเป็นแค่สัญลักษณ์ เพื่อจะได้ไม่โดน Eliminate ไป เพราะฉะนั้นอาจจะมีเรื่องของความแตกต่าง

เติมศักดิ์- มีเฉด

จิตตนาถ- มีเฉดตรงนี้อยู่ ซึ่งถือว่าถ้าโทนเบาถือว่า เป็น Royalist ในสายตาของคนพวกนั้น

เติมศักดิ์- จะบอกว่าในเครือข่ายที่คุณภิญโญคบหาสมาคมด้วยมีเฉดของการ หรือแนวคิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ลดหลั่นกันไป มีหลายๆ เฉด คุณภิญโญอาจจะอยู่ในเฉด ผมใช้คำอาจจะ เดี๋ยวเราจะมาดูหลักฐานกันว่าอาจจะต้องการให้แค่ลดบทบาทให้เหลือเป็นเพียงสัญลักษณ์ อะไรทำให้คุณจิตตนาถเชื่อว่า คุณภิญโญมีแนวคิดไปทางนั้นครับ

จิตตนาถ- ทั้งข้อเขียนของคุณภิญโญ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาพูดกันภายหลัง แล้วก็ในเรื่องของโทนของลักษณะของรายการตอบโจทย์ที่ดึงคนที่มาออกรายการ รวมถึงความสัมพันธ์ของทั้งกับคุณภิญโญกับคุณสมชัย สุวรรณบรรณ ผอ.ไทยพีบีเอสด้วย มีความคิดใกล้เคียงกัน ชอบไปดูงานกันที่ประเทศอังกฤษ เรื่องของราชวงศ์ประเทศอังกฤษ ชอบไปดูงานกัน จนกระทั่งมีข่าวมาว่าถูกอกถูกใจกัน ขณะที่ว่าให้รายการของคุณภิญโญออกมาจากฝ่ายข่าว แต่ก่อนคุณภิญโญรับอยู่ตอนละ 3,000 ก็ว่ากันว่าให้ Budget มาทำเองเลย เป็น Outsource ซึ่งก็เป็นทีมของคุณภิญโญ ก็ว่ากันว่า Outsource ได้ถึงเดือนละประมาณ 3 ล้านบาท อันนี้เป็นเครือข่ายของแก มันมีแนวคิดของคนรอบตัวให้คิดได้ แล้วคนที่มาออกและเนื้อหาใกล้เคียงมันก็เลยหนีไม่พ้น

เติมศักดิ์- ทำให้เราสันนิษฐานได้ว่าแกคิดอย่างไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์

จิตตนาถ- แล้วก็รวมไปถึงเนื้อหาของรายการตอบโจทย์ด้วย มันไม่ใช่การดีเบต อย่างเมื่อวานเขาบอกว่าจะเป็นการดีเบต มันคือการเสวนาเลย มันไม่ใช่ดีเบตละ มันจะเหมือนกับเป็นโทนระหว่างจะเอาให้ตาย กับเอาไว้ก่อน มันแค่นั้นเองแต่ว่าธงก็คือธงเดียวกัน

เติมศักดิ์- เป็นธงเดียวกันแต่ว่าน้ำหนักของการรุกไม่เท่ากัน แต่มีเป้าหมายคือธงเดียวกัน ระหว่างอาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสุกล กับอาจารย์ ส.ศิวรักษ์

จิตตนาถ- ใช่ครับ เราจะพูดภายหลัง

เติมศักดิ์- รวมทั้งจดหมายน้อยของคุณภิญโญถึงคุณจิตตนาถด้วย ในบทความของคุณจิตตนาถที่ตั้งคำถามถึง THAI PBS ที่ตั้งคำถามถึงตอบโจทย์ คุณจิตตนาถบอกว่า เรื่องที่ตอบโจทย์พยายามมาชี้แจงว่า การจัดรายการนี้เพื่อเป็นการพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ภายในระยะยาว ประมาณว่าถ้าสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเสรี จะทำให้ลดแรงกดดันนื้สังคมมีต่อสถาบันได้ เป็นการเอาคำพูดในที่มืดมาถกเหตุผลกันในที่สว่าง แนวคิดดังกว่าวของคุณภิญโญ และพรรคพวกแม้จะอ้างว่าเป็นการประสงค์ดี แต่ไม่ต่างอะไรกับการหลอกเด็กให้กินขนมหวานที่มีแต่สารพิษ อะไรทำให้คุณจิตตนาถสรุปแบบนั้นครับ ขยายความหน่อยครับ

จิตตนาถ- ครับ มันเหมือนกับว่าถ้าเรายังไม่มีความพร้อมที่เราจะ ที่สังคมไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะไปถึงจุดตรงนั้นแล้วเราไปทำอะไร ที่มันข้ามสเต็ปไป ซึ่งบางที่มันอาจไม่จำเป็นต้องมีสเต็ปนั้นเลยด้วยซ้ำไปนะครับ มันก็เป็นผลเสียมากกว่าผลดี ยกตัวอย่างเช่นอะไรครับ ผมจะพูดเป็นข้อๆ ผมให้มา 5 ข้อ ถูกไหมครับ ข้อแรกเลยคือว่าคุณอยากจะให้สถาบันกับสังคมไทยเป็นเหมือนอังกฤษ หรือประเทศตะวันตก คุณก็ต้องดูคุณภาพของประชากรก่อน แม้แต่ญี่ปุ่นเอง ผมไม่ได้ดูถูกนะ แต่เป็นความจริง คุณภาพของคนไทยกับคนญี่ปุ่นกับคนอังกฤษ หรือทางคนตะวันตก แค่การเข้าถึงการศึกษา หรือว่าระดับการศึกษาก็ต่างกันแล้ว คนไทยเองอ่านหนังสือปีละแค่ 4 บรรทัดเท่านั้นเอง คนไทยยังไปไหว้ลูกแมวในแหนมอยู่เลย มันยังไม่พร้อมแม้กระทั่งไม่ใช่เรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันนะ แม้แต่กระทั่งเรื่องของประชาธิปไตย คนไทยยังไม่พร้อม คนไทยก็แค่กำนันมาบอกว่า เลือกคนนี้ไปแล้วกันเขาว่าดี เดี๋ยวเขาก็จะมาทำอะไรให้ทีหลัง แห่กันไป คนไทยไม่ได้มีแนวคิดที่เป็นตัวของตัวเอง หรือแม้แต่การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ แบบนี้คือโอเค นั้นคือเป็นเรื่องการรับไม่ได้ของคนกรุงที่ไม่ต้องการคนเผาบ้านเผาเมือง

ในที่สุดเนื้อหาสาระของการเลือกตั้ง มันก็ไปอีกแบบ คนกรุงไม่ได้ผิดอะไรนะครับ ผมเคารพทุกอย่างก็เห็นด้วย ว่าคนกรุงตัดสินเพียงเห็นว่า ชนบทเป็นแบบนี้ คนกรุงเทพฯ ก็จะโดนปั่นแบบนี้ เทียบกับที่คุณสนธิพูดตลอดว่า สังคมในสหรัฐอเมริกา สังคมยุโรป คนจะสู้เพื่อสิทธิของตัวเอง แต่คนไทยไม่มีตรงนี้ พอคนไทยไม่มีตรงนี้ มันก็เลยเกิดการปลุกปั่นได้ ถ้าเกิดว่ามันจะมีการปลุกปั่น แล้วปัจจุบันมันก็มีการปลุกปั่นอยู่แล้ว ซึ่งเดี๋ยวจะท้าวต่อไปว่า โอเคมันปลุกปั่นกันยังไง อันนี้คือข้อแรก

เติมศักดิ์- คือหมายความว่า ด้วยคุณภาพของประชากร ด้วยคุณภาพของประชาชน โดยส่วนใหญ่เราไม่ได้บอกทั้งหมดนะ แต่โดยส่วนใหญ่เป็นปัจจัยที่ทำให้เราจะเอาไปเปรียบเทียบกับประชาธิปไตยแบบ

จิตตนาถ- ด้วยคุณภาพของประชากร ด้วยคุณภาพของประชาชน โดยส่วนใหญ่นะ เราไม่ได้บอกทั้งหมด แต่โดยส่วนใหญ่เป็นปัจจัยที่ทำให้เราจะเอาไปเปรียบเทียบกับประชาธิปไตยแบบตะวันตก อย่างอังกฤษเปรียบเทียบกันไม่ได้

เติมศักดิ์- ไม่ได้

จิตตนาถ- มุมมองที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์แบบอังกฤษ จะเอามาใช้กับสังคมไทยแบบที่ไม่ได้มีการกลั่นกรองไม่ได้ เพราะสังคมไม่เหมือนกัน วัฒนธรรมไม่เหมือนกัน คุณภาพของประชากรไม่เหมือนกัน

เติมศักดิ์- ใช่ครับ

จิตตนาถ- อันนี้รวมทั้งระบบประชาธิปไตยด้วยนะครับ ที่เรามีอยู่ เพราะฉะนั้นอันนี้คือบรรทัดฐานข้อแรกก่อน ข้อที่สองเลยคือว่า สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยในทุกภาคส่วนมานาน คนไทยจะเห็นตลอดเลยครับว่า ทรงงานด้วยความยากลำบากใช่ไหมครับ ผมเขียน Article ไว้เลยบอกว่า คอมมิวนิสต์หรือประเทศจีนเองในรุ่นก่อนๆ เขายังบอกเลยว่า เหตุผลที่พรรคคอมมิวนิสต์ไม่สามารถชนะ ไม่สามารถครอบครองประเทศไทยได้เป็นเพราะว่า ในหลวง เหมา เจ๋อตง ไปที่ไหนเทียบกันนะครับ ในหลวงไปที่ที่กันดารกว่า และไปอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า แล้วไปสร้างงานไปพัฒนาอาชีพให้ตลอด เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ในหลวงได้ใจของคนไทย

เพราะฉะนั้นถึงแม้จะมีการพยายามแบบว่า ในยุคนี้เนื่องจากว่า ท่านทรงมีพระชนม์ชีพเยอะแล้ว ท่านก็ป่วยท่านไม่ได้ไป อาจจะมีแนวคิดใหม่ๆ ว่าเจ้าไม่ได้ทำอะไร จริงๆ ไม่ใช่ ทั้งในหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกท่าน ทรงออกไซต์งานกับประชาชนตลอด ใช่ไหมครับ และที่สำคัญเวลาบ้านเมืองมันเกิดความขัดแย้ง เติมศักดิ์นึกดูสิครับ อย่างตอน 14 หรือ 16 ตุลาฯ ผมเกิดไม่ทัน ผมยังเด็กน้อยอยู่ ถ้าไม่มีในหลวงเป็นอย่างไร ใช่ไหมครับ ตอนพฤษภาทมิฬ ถ้าไม่มีในหลวงเกิดอะไรขึ้น ใช่ไหมครับ หรือความขัดแย้งทางการเมืองอาจจะไม่ใช่เสื้อแดงกับเสื้อเหลืองนะครับ เสื้อแดงกับเสื้อฟ้าแบบนี้ โดนล้างสมองด้วยกันทั้งคู่แบบนี้ ถ้าเกิดว่ายกมาตีกันแบบนี้ เราไม่มี หรือพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปไตย เล่นใต้ดินกันแบบแรงๆ ถ้าไม่มีสถาบันที่เป็นศูนย์รวมใจ สถาบันเป็นเหมือนพระพุทธองค์ปางห้ามญาติ ใช่ไหมครับ ถ้าไม่มีตรงนี้ประเทศไทยสามารถเกิด Civil War ได้เลยนะ เพราะประเทศไทยมันมีคนพยายามหนุน คนพยายามที่จะปลุกปั่นโดยตลอดเวลา

เพราะฉะนั้น จุดนี้จุดที่ทั้งทางรายการตอบโจทย์ไม่เคยจะมองในจุดตรงนี้ เขาจะอ้างอยู่อย่างเดียวเลยว่า สูตรสำเร็จของวาทกรรมของคนที่ปกป้องเจ้า จะพูดถึงเฉพาะเรื่องของพระราชกรณียกิจ อันนั้นก็แน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งคุณสมศักดิ์ เจียมฯ ยิ่งหนักใหญ่เลย บอกว่าโดนปลูกฝังมาตั้งแต่อนุบาล คือมันไม่ใช่ เราเห็นด้วยตาของเราเองถูกไหมครับ ทุกคนสัมผัสได้จริงๆ แต่เหนือกว่าพระราชกรณียกิจคืออะไร คือเรื่องของเวลามันเกิดความขัดแย้ง เวลามันเกิดวิกฤตนี่แหละ สถาบันสำคัญมาก และสถาบันสามารถเตือนสติคนได้ อย่างอันนี้คือข้อสองใช่ไหมครับ

เติมศักดิ์- คือคุณสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ความชั่วร้ายที่สังคมไทยรับไม่ได้พยายามจะบอกว่า

จิตตนาถ- อันนึงครับ ประเด็นนึงครับที่สังคมไทยรับคุณสมศักดิ์ เจียมฯ ไม่ได้คือว่า พยายามจะบอกว่า พระราชกรณียกิจเป็นเพียงแค่การประชาสัมพันธ์จากฝ่ายราชสำนัก ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่

เติมศักดิ์- ไม่ใช่

จิตตนาถ- คนไทยได้เห็นว่า พระองค์ท่านทรงตรากตรำทำงานหนักจริงๆ ไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์อย่างที่คุณสมศักดิ์ว่า ประชาชนเห็นมาโดยตลอด เห็นมาอย่างยาวนานว่า ท่านทรงตรากตรำเพื่อให้ประชาชนของท่านมีความสุข

เติมศักดิ์- ใช่ครับ

จิตตนาถ- เพราะท่านคิดถึงประชาชนก่อนนะครับ ไม่เหมือนนักการเมือง นักการเมืองจะมาสร้างภาพกัน น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทยบอกน้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ คุณชายสุขุมพันธุ์บอกน้ำไม่ท่วม แต่ในหลวง ผมพูดหลายครั้ง ในหลวงบอกว่าไม่ต้องเอากระสอบทรายมาอุดวังฉัน ถ้าน้ำจะท่วมปล่อยให้มันท่วมผ่านไปเลย มันจะได้ความทุกข์โศกมันจะได้หายเร็วๆ ประชาชนได้ลืมตาอ้าปากได้ เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งในยุคนี้ท่านยังคิดถึงประชาชนมาก่อน ท่านไม่ได้ต้องการคะแนนเสียงทางด้านการเมือง เวลาเกิดอุทกภัยแบบนี้ ท่านก็พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเยียวยา ใช่ไหมครับ

เติมศักดิ์- เพราะฉะนั้น มุมมองของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่มีต่อพระราชกรณียกิจอย่างที่เขาแสดงออก เป็นมุมมองที่มันบิดเบือน

จิตตนาถ- ใช่

เติมศักดิ์- บิดเบือนความจริงที่คนไทยทุกคนได้เห็นอยู่

จิตตนาถ- อันนี้ก็คือข้อสองเป็นศูนย์รวมใจ และก็ทรงเตือนสติคนไทยตลอดเวลา ใช่ไหมครับ อย่างเวลาเราเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะเราอย่างเติบโต เราอยากเป็นเหมือนเมืองนอก เราก็กู้ๆ อันนี้คือวิกฤต 2540 ท่านก็เตือนคนไทยด้วยวิธีเศรษฐกิจพอเพียง เห็นไหมครับ เพียงแต่ว่ารัฐ หรือว่าคนที่เอาไปขยายว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือการปลูกผัก เลี้ยงปลากันเฉพาะในครัวเรือน ซึ่งมันไม่ใช่ครับ มันสามารถ Applied ได้ในทุกอันคือว่า นอกจากจะเป็นศูนย์รวมที่ห้ามคนไทยไม่ให้ทะเลาะกันได้แล้ว ยังเตือนสติคนไทยได้อีก อันนี้คือจุดที่ถ้าไม่มีในหลวง คุณจะให้ใครมาเตือนล่ะ คุณจะให้อภิสิทธิ์มาเตือนคุณยิ่งลักษณ์ หรือคุณยิ่งลักษณ์เตือนอภิสิทธิ์หรือ รบการตายชักเลย

เติมศักดิ์- หรือถ้าเป็นไปอย่างที่ขบวนการล้มเจ้าพยายามจะทำ คือทำให้สถาบันอ่อนแอ เป็นแค่สัญลักษณ์ ประเทศไทยหนีไม่พ้นสงครามกลางเมือง อย่างที่คุณจิตตนาถว่า

จิตตนาถ- ใช่ครับ แล้วข้อสามเป็นข้อที่ไม่ใครเคยพูดถึงเลย คุณสนธิได้ให้ความรู้เราแล้วนะครับคือ เวลามองต้องมองป่าทั้งป่า เรื่องนี้คุณสนธิเป็นคนจุดออกมา แล้วมันถ้าเกิดว่า Message นี้ไปสู่วงกว้าง เราจะตื่นกันมากเลยก็คือว่า ถ้าเรามองจุดพิกัดในเมืองไทย ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศด้อยพัฒนา หรือประเทศที่อยู่ในเอเชียที่ไม่เจริญอย่างอเมริกา หรือยุโรปนะครับ พิกัดอย่างประเทศไทยคือศูนย์กลางของโลกเลย ผมกล้าพูดเลยว่า ณ ตอนนี้ศูนย์กลางของโลกเลย เป็นพิกัดที่มหาอำนาจต้องการทั้งในเรื่องของการทหาร และในเรื่องของการขนส่ง จีนก็ต้องการลอจิสติกส์จากเมืองไทย ผ่านเมืองไทย จะมาลงทุนไฮสปีดเทรน อยากจะลงทุนที่ส่งน้ำมัน อเมริกาเองด้านการทหารต้องการที่จะปิดล้อมจีน ต้องการจะปิดทางเดินเรือ มีที่ทางของตัวเองอยู่ ทั้งทหารและการขนส่ง ตอนนี้เหลือแค่อเมริกากับจีนแล้ว ที่เหลือยุโรปจบ ทุกที่จบหมดแล้ว เหลือเฉพาะตรงนี้อย่างเดียว ถ้ามองยุทธศาสตร์ดินแดนสุวรรณภูมิ หรือว่าอาเซียน เมืองไทยนี่คือจุดศูนย์กลางของอาเซียนเลย

เติมศักดิ์- เป็นจุดยุทธศาสตร์ทั้งในเชิงพลังงาน การขนส่ง และความมั่นคงในภูมิภาค ที่มหาอำนาจต้องเข้ามาแย่งชิง

จิตตนาถ- พลังงานสังเกตไหมละครับว่า ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันของเรามันมีมากมายมหาศาล วันนี้ความจริงเริ่มปรากฏแล้วว่าพื้นที่ของไทยกับเขมรถ้าเกิดว่าใช้แผนที่ของเรา เราจะได้ครองพลังงาน 2 ใน 3 แต่ถ้าใช้แผนที่เขมร ของเราจะเหลือ 1 ใน 3 อันนี้ในฝั่งเขมรนะครับ หรือว่าในฝั่งของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลากเส้นออกไปทางทะเล จะมีเขาเรียกว่าบ่ออะไรนะครับ ที่คุณสนธิพูด แอ่งปัตตานี ก็ยังมีทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติมหาศาลอยู่ ซึ่งยังไม่มีใครได้ทำจริงจัง แต่มีการสำรวจแล้ว ถ้าไม่งั้นคุณทักษิณไม่รีบลงทุนหรอก นอกจากน้ำมันแล้ว เรายังมีทองอีกนะ อย่างที่คุณสนธิได้พูด ไอ้คำโบราณอย่าไปคิดว่าเขาพูดไม่มีความหมายนะครับ สุวรรณภูมิคืออะไร แผ่นดินทอง สมัยก่อนยังเคยส่งคุณสมศักดิ์ไปสำรวจทองเลย ผมเชื่อว่าถ้าสำรวจทรัพยากรจริงๆ อาจจะเจอทองในเมืองไทยมหาศาล แล้วตอนนี้ยิ่งเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเรื่อยๆ อีกหน่อยทองจะมีความสำคัญมาก เพราะคนจะต้องยึดถือทองเป็นหลัก

ฉะนั้นการที่ราคาทองไม่ขึ้น อันนี้นอกเรื่องหน่อยนะครับ ผมเชื่อว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด ถ้าทองขึ้นเมื่อไหร่แสดงว่าดอลลาร์หมดความศักดิ์สิทธิ์เมื่อนั้น คือมันล่มแล้ว มันจะกู่ไม่กลับแล้ว จะเห็นได้ว่าอเมริกา จอร์จ โซรอส จะต้องเล่นอะไรเกี่ยวกับทอง ทำให้คนรู้สึกทองยัง Fluctuate อยู่แบบนี้ ตกอยู่ ดังนั้นทองเมืองไทยก็สันนิษฐานว่าน่าจะมีเยอะ ทรัพยากรธรรมชาติทางฝั่งเขมร และฝั่งนี้ก็มีเยอะ ก็เลยมีความพยายามในการที่จะแบ่งพื้นที่ออก ทั้งกรณีของเขรมและกรณีของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชัดเจน ซึ่งพวกนี้มันจะเป็นเรียกว่าทุนมหาอำนาจ พยายามที่จะเข้ามาแล้วคนที่รับใช้ทุนมหาอำนาจก็คือ ทุนในประเทศไทยนี่แหละ เป็นนายหน้า รับใช้ และกลุ่มการเมืองด้วย ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยมีส่วนเป็นดีลเลอร์ให้มหาอำนาจหมด ถ้าเราดูแบบแฟร์ๆ นะครับ เรื่องพวกนี้มันดีลกันหมดเลย เป็นสายพานลำเลียง เช่น แปรรูป ปตท. มีการร่างในสมัยพรรคประชาธิปัตย์ สมัยนั้นคุณทักษิณยังวุ้นอยู่เลยมั้ง ยังไม่สามารถยังไม่เกิด ยังไม่ได้มีแนวโน้มที่จะมาได้เลย เขาร่างที่จะเตรียมการแปรรูป หรือว่าเอ็มโอยู 43 ที่เราไปใช้แผนที่ของเขมร คนยังคิดอยู่ถึงทุกวันนี้ว่า ทำไมเราไม่ใช้แผนที่ของเขรม เพราะว่าข้าราชการ ใช่ไหมครับ ได้รับสินบน ได้รับและก็คือไปหลงฝรั่ง อาจจะด้วยความไม่รู้ และด้วยความรับสินบน เลยไปทำอย่างนั้น ทั้งเรื่องพลังงาน และเรื่องเขตแดน ซึ่งมันก็มีเทนด้าของการตักตวงพลังงาน มันก็เริ่มจากพรรคประชาธิปปัตย์ พอทักษิณมา ก็มาสวมรอยต่อ อภิสิทธิ์มาเดินหน้าต่อใช้ประเทศไทยเข้าศาลโลกของทางคุณยิ่งลักษณ์มา ก็เข้าทางเลย พรรคประชาธิปัตย์ทำทางก็ทำแบบนี้ต่อ ปตท.เป็นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นเลยว่า ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องนโยบาย ปตท.ไม่เคยมีความคิดที่จะเอาคืนหมดเลย เพราะว่าจริงๆ แล้ว มันมาจากการร่างนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ผลัดกันสวมต่อ ฉะนั้นเรื่องของพลังงาน มันเลยโยงมาที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างที่จิ๊กซอว์มันเห็น จู่ๆ ช่อง 3 จู่ๆ ข่าวกิตติ มาออกข่าว ของแบบนี้ได้อย่างไร มันเป็นทฤษฎีสมคบคิด สมคบคิดเสร็จไม่นาน คุณยิ่งลักษณ์ไป สมทบต่อ มันเลยก็เคใช่ไหมครับ นายกมาเลย์บอกต้องขอบคุณทักษิณ แล้วอยู่ๆ มีการพูดถึงนครรัฐปัตตานี ซึ่งย้อนกลับไป ตอนเลือกตั้ง จะมีรูปของพรรคเพื่อไทยเป็นนโยบายเลยหรือว่าจะทำให้นครรัฐปัตตานี

เติมศักดิ์- มีหน้าบิ๊กจิ๋วอยู่

จิตตนาถ- ฉะนั้นมีความ มีความพยายามที่จะแบ่งแยกเมืองไทยออกไป ด้วยเหตุผลทางด้านยุทธศาสตร์ และพลังงานล้วนๆ เลย คราวนี้ถามว่า เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร สถาบันพระกษัตริย์จากข้อที่แล้ว บอกว่าเป็นศูนย์รวมใจ การที่สถาบัน และประชาชนเข้มแข็ง ทำให้คนไทยเกิดความเป็นชาตินิยม มันไม่เคยมียุคสมัยไหนที่คนไทยบอกว่า เหมือนยุคสมัยนี้เลยว่าที่คนไทยบางคนบอกพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ของเขมร ถือว่า ทำไมต้องมาแย่งด้วยพื้นที่เท่านี้ ใช่ไหมครับ จะรบกับเขาทำไม ยกให้เขาไปซิ ปราสาทเป็นของเขมร คือจะเห็นใช่ไหมครับว่า กลุ่มที่ไปติดกับดักของทุนสามานย์ของชาตินิยมในการรักษาผลประโยชน์ชาติมันจะน้อย แล้วก็จะน้อยลงไป เวลาเราดูหนังพระนเรศวรเรารักชาติไหม เรารักชาติ เหมือนกันครับ เวลาเราเห็นในหลวง เรารู้สึกปลาบปลื้ม เรารักชาติไหม เรารักชาติ

เพราะฉะนั้นการที่จะแบ่งดินแดนไทยมันจะทำไม่สำเร็จ ถ้าเกิดว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ยังมีอยู่แล้วเข้มแข็งด้วยไม่ใช่โดยลดบทบาทลง อันนี้พอข้อ 3 มันจะโยงกับข้อ 4 เมื่อมันมีความพยายามจจากชาติมหาอำนาจในการที่จะทำต้องไม่ให้เกิดอุปสรรค มันเลยมีขบวนการใต้ดินขึ้นมา ที่จะพยายามล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือที่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยอ่อนแอ

ง่ายๆ ในประวัติศาสตร์โลก คุณสนธิพูดหลายครั้งแล้ว เกิดอะไรขึ้นในอิหร่าน เกิดอะไรขึ้นในอัฟกานิสถาน เกิดอะไรขึ้นในหลายๆ ประเทศ ที่เขาเปลี่ยนหัวผู้นำ อยู่ๆ เปลี่ยนระบอบแบบฉับพลันเลย เพียงแต่ว่าเมืองไทยนะ สถานการณ์ยังไม่สุกงอมขนาดนั้น แต่เอาเป็นว่าสถานกาณ์ของสถาบันเมืองไทย ไม่อยู่ในสภาวะปกติ เพราะมีการปลุกขบวนการล้มเจ้ากลับขึ้นมาใหม่ ผ่านทางพวกนี้ หรือแม้แต่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ CIA ก็มี แต่ CIA ไม่ใช่เป็นฝรั่ง CIA เป็นแขกก็มี เคยดูเรื่อง Zero Dark Thirty ที่ไปปลิดชีพบิน ลาเดนนะครับ นั่นละครับ คนเป็นแขกทั้งนั้นเลย CIA มีหมด ถึงบอกว่าสถาบัน อยู่ในภาวะที่อันตราย เราไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ แล้วข้อ 5 คือแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงสำคัญนัก เพราะว่าเขาเชื่อกันว่าจะมีกลุ่มทุนมหาอำนาจที่มันชักใยอยู่ในประเทศมหาอำนาจ จะรุกโลกอยู่ 2 ทาง ใช้กำลังทหาร ดูดเรื่องน้ำมัน และใช้เรื่องการเงินเข้ามา ใช้เรื่องของความโลภเข้ามาเปิดเสรีทุกอย่าง เปิดกติกา

เติมศักดิ์ – Military Money

จิตตนาถ – ใช่ อันนี้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของ Money การเปิดเสรีการเงินตามแบบฉบับตะวันตก ผมก็เรียนเมืองนอกมาถูกสอนมาทุกอย่าง โอเค เราเล่นกติกาเดียวกันได้ แต่ถ้าต่อยมวย คุณเติมศักดิ์รุ่น Straw weight น้ำหนักอยู่ที่ 40 กว่าโล ผมเป็น Heavy weight ร้อยโล ผมต่อยอย่างไรก็ไม่น็อก คุณเติมศักดิ์ครับ แบบนี้ถึงกติกาเดียวกันแต่ไซส์ อย่างไรมันก็สู้ไม่ได้ จะทำยังไงมันก็สู้ไม่ได้ แต่แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่ทำให้คนไทยเกิดสติกลับมาว่า อย่าไปเล่นเกมเดียวกับเขาสิ คือไม่ใช่ไม่อยู่กติกาเดียวกันเลยนะ แต่อย่าไปเล่นกติกาที่มันไม่แฟร์แบบนี้ ดูตัวเองว่าชกกับเขาไหวไหม ถ้าไม่ไหว ก็อยู่ในลีกของเราไป ไม่เห็นต้องชกกับเขา สังเกตเลยครับทุนของฝั่งอเมริกา และฝั่งยุโรปมันกำลังเกิดอะไรขึ้น กำลังพังละ ยุโรปล่ม กำลังล่มสลาย อเมริกาก็ล่มสลาย ด้วยเรื่องของทุนนิยม ฉะนั้นมันก็มีการ steal wealth คือการขโมยความมั่งคั่ง ในที่สุดยุโรปอเมริกาความมั่งคั่งหมด มันก็ต้องมาขโมยที่นี้ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงก็จะเป็นตัวที่หยุดตรงนี้ ต้านทาน เพราะฉะนั้นกลุ่มทุนมหาอำนาจก็ไม่ชอบทฤษฎีนี้

เติมศักดิ์- ไม่ชอบทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เพราะทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงไม่สามารถทำให้ทุนนิยมสามานย์มันมาตักตวงผลประโยชน์ หรือว่า steal wealth จากประเทศไทยได้

จิตตนาถ- ฉะนั้นเรื่องไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน มันมาเซ็นเตอร์อยู่ที่ประเทศไทย จู่ๆ มันมาเกี่ยวข้องกับสถาบันของเราโดยที่ไม่ได้นัดหมาย แล้วสถาบันของเรา ก็ไม่ได้เหมือนอังกฤษกับญี่ปุ่นด้วย อยู่ใน Position ที่เหมือนอังกฤษกับญี่ปุ่น โอเคคุณเป็น Positionสถาบันเป็นกษัตริย์เหมือนกัน แต่อังกฤษ อย่าลืมว่าเป็นหนึ่งในประเทศตัวพ่อตัวแม่พอๆ กับอเมริกา ที่ใช้ทั้งยุทธศาสตร์ทางทหาร ยุทธศาสตร์ทางทุนล่าอาณานิคมประเทศอื่น โอเคสถาบันอังกฤษได้รับความนิยมในหมู่อังกฤษ แต่สถาบันอังกฤษไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายของตรงนี้ เพราะประเทศอังกฤษเขาอยู่ในขบวนการนี้อยู่แล้ว เข้าใจไหมครับ เจ้าชายแฮร์รียังไปรบในอัฟกานิสถานเลย อัฟกานิสถานมีเรื่องของพลังงานถูกไหมครับ เราก็จะเห็น หรือว่าญี่ปุ่นเองก็ อเมริกาไม่รู้จะไปตักตวงอะไรจากญี่ปุ่นแล้ว ก็ใช่ญี่ปุ่นเป็นฐานไม่มีความจำเป็นต้องไปล้มเจ้าญี่ปุ่น ญี่ปุ่นก็เจ้าเป็นสัญลักษณ์อยู่แบบนั้นก็ดีอยู่ เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็ตามนโยบายอเมริกาญี่ปุ่นไม่สามารถ EDIT ประเด็นได้ ยังไงก็ต้องตามอเมริกา ฉะนั้น Position ของสถาบันของอังกฤษและญี่ปุ่นถ้าจะให้ดูมั่นคงในแบบฉบับของเขา เพราะมันไม่มีปัจจัยภายนอกเขามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้น 5 ข้อที่ผมกล่าวมาทั้งเรื่องคุณภาพประชาชน และสังคมในเรื่องของสถาบันเป็นศูนย์รวมใจในเรื่องของพิกัดของประเทศไทย แล้วเรื่องของเศรษฐศาสตร์ของพระเจ้าอยู่หัว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมันเป็นจุดที่รายการตอบโจทย์หรือคุณภิญโญไม่เคยเอามามองตรงนี้เลย จะพูดถึงแต่แบบมองอยู่แค่กรอบแค่นี้ฉันจะเอาแต่เรื่องจำกัดบทบาทสถาบัน เอาแต่เรื่องสามารถวิพากษ์สถาบันได้ สถาบันก็จะอยู่อย่างยาวนานโดยแนวคิดเขาก็จะเหมือนว่า จะเหมือนประเทศฝรั่งเศส จะโดนขนาดล้มล้างไปซึ่งมันไม่ใช่ครับ โลก ปัจจุบันนี้มันยุคไหนแล้ว ก็สถาบันเป็นจุดศูนย์รวมใจ คือคนอย่างพวกนี้ จะไม่มีแผ่นดินอยู่มากกว่าด้วยซ้ำ

เติมศักดิ์- น่าสังเกตว่าฉากหน้าของเขาคือการ เรียกร้องเสรีภาพในการวิจารณ์ และเขาพยายามใช้ตรรกะว่าเสรีภาพในการวิจารณ์ จะนำมาซึ่งการลดแรงกดดันที่เคยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พยายามถือว่า ถ้ามีเสรีภาพในการวิจารณ์ ถ้าไม่มีมาตรา 112 จะทำให้สถาบันมั่นคง ถาวรในระยะยาว แต่ถ้าที่เราลืม มองข้ามข้อเท็จจริงไว้ว่า วันนี้มันมีขบวนการอย่างไร ขบวนการนี้ไม่ต้องการมีเสรีภาพในการวิจารณ์ แต่ขบวนการนี้ต้องการเสรีภาพในการใส่ร้ายพระมหากษัตริย์ ได้โดยไม่มีความผิด ใช่ไหมครับ

จิตตนาถ- ถูกครับ ถ้าในการวิจารณ์ทำไมถึงจะไม่มีละครับ อย่างรายการตอบโจทย์ เมื่อวาน เทปนี้วิจารณ์เต็มๆ เลย ผมถือว่าเป็นการวิจารณ์เต็มๆ เลย แต่เป็นการวิจารณ์ที่ไม่เปิดโอกาสให้สถาบัน หรือว่าคนที่มีความรู้ มาแก้ต่างด้วย นี้คือการวิจารณ์เต็มๆ แล้วคุณก็ไม่ได้ คุณเข้าข่ายที่คนไทยไม่ชอบ แต่ถือว่าคุณวิพากษ์วิจารณ์โดยความเชื่อของคุณ แต่ไม่ได้ถือว่าคุณกล่าวให้ร้าย เข้าใจไหมครับ เราไม่ชอบ เราไม่แฮปปี้ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่ผมก็ไม่ได้ถือขนาดว่าเขาอาฆาตมาดร้าย

เติมศักดิ์- คือหลายคนที่ดูเขาบอกว่า มันเป็นความเจ้าเล่ห์

จิตตนาถ- ใช่เป็นความเจ้าเล่ห์

เติมศักดิ์- เจ้าเล่ห์ที่จะใส่ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยที่ไม่ต้องเข้าข่ายกฎหมายมาตรา 112

จิตตนาถ- ถ้าอย่างนั้น ตอนผมถามเนื้อหารายการเมื่อวาน ก็วิพากษ์วิจารณ์อยู่แล้ว เนื้อหาเกินกว่ารายการที่ออก แสดงว่าคุณอาฆาตมาดร้าย คุณต้องการกำจัดเรียบร้อยแล้วนะ อย่างเมื่อวานสังคมไทย คิดว่าสังคมไทยได้ดูทั้งประเทศ ยังไม่แฟร์พออีกเหรอ นี่ยังไม่เกิดความแฟร์สำหรับพวกคุณพออีกเหรอ ที่คุณได้พูดประเด็นเหล่านี้ ซึ่งหลายๆประเด็นก็ไม่ได้ถูกต้องด้วยซ้ำ

เติมศักดิ์- ประโยคหนึ่งที่สะท้อนความเจ้าเล่ห์ ความสามานย์ของเขา เขาพยายามบอกว่า ยกเลิกมาตรา 112 ก่อนสิ แล้วผมจะพูดในสิ่งที่ผมอยากจะพูด นี่คือหนึ่งประโยคที่จะสะท้อนความสามารถความเจ้าเล่ห์ได้ว่า ประโยคแบบนี้มันไม่ผิดหรอกครับ ตามมาตรา 112 แต่มันทำให้สังคมไทยไม่สามารถรับได้ว่าคุณจะพูดอะไร ถ้าไม่มีมาตรา 112 แล้วคุณจะพูดอะไรหรือ คุณจะใส่ร้ายพระมหากษัตริย์ได้อย่างเสรีอย่างนั้นหรือ ใช่ไหมครับ

จิตตนาถ- แล้วอีกอย่างเรา ที่ผมเขียนใน Article อยากจะขยายความอยู่ อย่างที่พูดไปแล้ว เนื้อหาในรายการเมื่อวาน คุณจะให้พระบรมวงศานุวงศ์องค์ไหนออกมาพูด เมื่อคุณพูดไปแบบนี้ แล้วมันขั้นถึงต้องมานั่งออกรายการชี้แจงทีละข้อหรือเปล่า มันไม่ใช่และมันไม่ใช่ความจริง คุณก็เห็นอยู่แล้ว ฉะนั้นเท่ากับว่าขณะวิพากษ์วิจารณ์ คุณยังวิพากษ์วิจารณ์ ท่านได้อยู่แค่ฝั่งเดียวอยู่เลย เทียบกันเลยนะครับในบท Article ผมจะบอกว่าเทียบกับระหว่างสถาบันคุณทักษิณ คุณทักษิณเป็นนักโทษหนีคดีแท้ๆ ใช่ไหมครับ ไม่เชื่อปฏิเสธระบบศาลไทย ในพระปรมาภิไธยแท้ๆ แต่ยังเที่ยวส่งทนายความไปฟ้องหมิ่นประมาท ผมนี่โดนกับคุณสนธิ ไม่รู้กี่คดี เที่ยวฟ้องหมิ่นประมาทชาวบ้าน แล้วสถาบัน ผมถามหน่อย สถาบันจะให้ไปฟ้องหมิ่นประมาทใคร สถาบันจะให้ไปฟ้องหมิ่นประมาทพสกนิกรของท่านเหรอ ใช่ไหมครับ

เติมศักดิ์- ไม่อยู่ในสถานะ

จิตตนาถ - ใช่ มันเกิดความไม่แฟร์กับสถาบันมากเลยในเรื่องแบบนี้ ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ กับคุณสมศักดิ์ หรือคุณภิญโญไม่เสนอกฎหมายข้อนี้มาก่อน ข้ออะไรรู้ไหม นักการเมืองหรือข้าราชการ กฎหมายหมิ่นประมาทไม่มีผลกับคนพวกนี้

เติมศักดิ์- คนสาธารณะพวกนี้ที่ใช้อำนาจของประชาชน

จิตตนาถ- เรายกเลิกกฎหมายหมิ่นประมาทกับนักการเมือง แล้วก็ข้าราชการและบริษัทที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับสัมปทานทั้งหมดไปเลยดีไหมล่ะ ตรงนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการขอให้ยกเลิกมาตรา 112 ไง แล้วผมว่าตัวนี้คนไทยจะตอบรับแบบมหาศาลด้วยซ้ำ นี่ไง ควรจะเป็นมุมนี้มากกว่า

เติมศักดิ์- อย่างที่คุณจิตตนาถว่ามา และก็อ้างอิงถึงบทความที่ลงในเอเสทีวีผู้จัดการก็คือว่า มันมีขบวนการที่ทั้งในและนอกประเทศสมคบกันทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยที่มีมาอย่างยาวนานฝังรากลึกที่มั่นคง และเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของคนไทย พยายามทำให้สถาบันของเราอ่อนแอ ให้สถาบันของเราถูกใส่ร้ายป้ายสีได้โดยง่าย โดยไม่มีความผิด ต้องการให้สถาบันของเราเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ แล้วมายืมมือสื่อสาธารณะ เอาสื่อสาธารณะซึ่งจริงๆ แล้วควรจะตอบโจทย์ที่เป็นสาธารณะที่เป็นปัญหาของคนไทยจริงๆ แต่กลับเอาสื่อสาธารณะมารับใช้รายการที่มีเป้าหมายทางการเมืองที่ต้องการทำให้สถาบันของเราอ่อนแอ นี่คือสิ่งที่คนทำสื่ออย่างคุณจิตตนาถมีข้อสงสัยต่อสื่อสาธารณะอย่างไทยพีบีเอส ต่อรายการตอบโจทย์ ต่อคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

จิตตนาถ- ไม่คิดสงสัย ฟันธงเลยครับ

เติมศักดิ์- ตรงนี้อยากจะให้คุณจิตตนาถได้พูดถึงคุณภิญโญหน่อย ที่คุณภิญโญเขียนจดหมายน้อยมาว่า รู้จักกันมานาน เป็นอย่างไร

จิตตนาถ- เดี๋ยวคุณภิญโญเอาไว้ท้ายสุดเลย โอเค มันก็เกี่ยวข้องกับจดหมายคุณภิญโญนั่นแหละ แต่ว่าเป็นเรื่องของเพจของคุณภิญโญก่อน ก่อนที่จะเขียนจดหมายถึงผม เป็นตัวที่ตัวเองโชว์หล่อผ่านสื่อก่อนว่า โดนแทรกแซงรายการตอบโจทย์ออกไม่ได้ตอนนั้น ใช่ไหมครับ เลยจะขอยุติบทบาทตัวเองลง ยอมโดนด่า มีคนเอาไปเทียบเคียงกับละครเหนือเมฆ คือมันต่างกันคือ ละครเหนือเมฆผู้จัดเขาไม่อยากที่จะหยุด ผู้จัดเขาอยากที่จะฉายต่อไป แต่ช่องไม่ให้ฉาย ช่องมันเซ็นเซอร์ตัวเอง แต่ของไทยพีบีเอสช่องเขาบอกว่า ขอระงับก่อน ไอ้นี่ตัวเองอยู่ๆ ก็มาใช้ลูกนี้ ยุติบทบาทตัวเอง คือมันไม่เหมือนกับละครเหนือเมฆ และจุดที่มันคล้ายกันแต่ว่า มันไม่เหมือนกันเลยโดนสิ้นเชิงคือว่า ละครเหนือเมฆที่อ้างว่า กระทบความมั่นคง มันไม่ได้กระทบความมั่นคงอะไรเลย มันแค่ไปกระทบใจของเจ้าของทุน กับเจ้าของพรรคการเมืองใช่ไหมครับ และลูกชายแกแค่นั้นเอง และญาติพี่น้องเห็นแล้วรับไม่ได้ แต่ว่ารายการตอบโจทย์ไม่เคยที่จะ ชอบอ้างเรื่องเสรีภาพสื่อ ทำแบบนี้เป็นการประชดประชัน เรียก Rating ให้ตัวเอง แต่ทีกรณีเหนือเมฆไม่เห็น ตอบโจทย์จะเอามาตอบโจทย์เลยว่า ให้คนไทยหายคาใจเลยว่า เกิดอะไรขึ้นกับละครเหนือเมฆ ใช่ไหมครับ

แต่ในทางกลับกัน รายการตอบโจทย์กระทบความมั่นคงเต็มๆ นะ ถ้าเรื่องนี้มองด้วยยุทธศาสตร์ของความมั่นคง กระทบความมั่นคงเต็มๆ และถือเป็นการใส่ร้ายสถาบันถือว่า ทำความเข้าใจผิดกับบางเรื่องที่เป็นประเด็นออกมาก็ได้นะ ถ้าจะมองในอีกมุมนึง และกระทบจิตใจของคนไทยทั้งประเทศด้วย ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ตลกอ่ะ รัฐบาลอย่างคุณสุรนันทน์เขาบอก สามารถวิจารณ์ได้ สามารถพูดได้ แต่ทีเหนือเมฆทุกคนใบ้กินกันหมดเลย ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมถือว่า ประเทศไทย นี่หรือคือประชาธิปไตย ใช่ไหมครับ เสรีภาพสื่อมีจริงหรือ นี่ไม่ใช่เสรีภาพสื่อเลย เมื่อวานคุณยังเอาตรงนี้มาออกเลย เพราะถ้าพูดถึงเรื่องประชาธิปไตย เราต้องพูดถึงเรื่องอะไรคุณเติม เราต้องพูดถึงเรื่องเสียงส่วนใหญ่ใช่ไหม

ประชาชนไทยฉันทามติของเรามีอยู่แล้วว่า เราไม่ต้องการให้ และมันก็อยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่ด้วยว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ควรที่จะถูกละเมิด ใช่ไหมครับ มาตรา 112 ที่เขียนเอาไว้เป็นกฎหมายก็มาจากรัฐธรรมนูญบอกว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ควรจะโดนกล่าวอาฆาตมาดร้าย เป็นการปกป้องไม่ให้โดนกล่าวอาฆาตมาดร้าย มันคือฉันทามติของคนไทยอยู่แล้ว เราเห็นเลยไปที่ไหนในหลวง ในหลวงไปที่ไหน ทรงพระเจริญ วันเฉลิมที่ออกสีหมหาบัญชรอย่างนี้ คนมานั่งกางเต็นท์กันตั้งแต่กี่โมง ออกมาคนน้ำหูน้ำตาไหล คนรักในหลวงทุกภาคส่วน ไม่ต้องเกณฑ์คน ไม่ต้องเอาอะไรมาล่อเลย มาเอง ผมถามนี่คือฉันทามติหรือยัง นี่คือประชาธิปไตยหรือยัง และมันอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ฉะนั้นประชาธิปไตยเอาเสียงส่วนมาก มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า เขาไม่ต้องการตรงนี้ แล้วอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ หรือคุณสมศักดิ์ จะมาอ้างทำแป๊ะอะไรอย่างนี้ ก็ประชาธิปไตยเขาบอกแล้ว เขาไม่ต้องอย่างนี้ ถ้าคุณบ้าประชาธิปไตยนัก เห็นไหมครับ

เติมศักดิ์- คือเขาพยายามจะบอกว่าเขายอมยุติรายการ เพื่อพิสูจน์หลักการเสรีภาพของสื่อมวลชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ตรงนี้ในฐานะคนทำสื่อเหมือนกัน มองเรื่องเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างไร

จิตตนาถ- เสรีภาพของสื่อมวลชน มันก็ต้องมีขอบเขต และต้องมีความแฟร์ด้วย ผมเขียน Article ถึงคุณภิญโญ คุณภิญโญเขียนจดหมายกลับมาถึงผมบอกว่าไม่โต้ตอบผม แต่ว่ามารื้อฟื้นความหลัง ต้องการบรรยากาศที่ดี ผมก็แฟร์ในการที่ผมลงให้ ใช่ไหมครับ รายการตอบโจทย์ Refer ถึงสถาบัน พูดบางเรื่องที่แบบฟังแล้วแบบ โอ้โห แย่มาก เป็นการที่ทำให้คนมีทัศนคติผิดๆ เกี่ยวกับสถาบัน ผมคำถามว่าแล้วคุณจะให้ใครมาของสถาบันมาแก้ข่าวหรอ นี่ไงครับ สื่อมวลชนขอบเขตมีแต่คุณต้องมีพื้นที่ให้คนมาอธิบายมาแก้ด้วย ตอบโจทย์นี่หรอ ไม่ได้เชิญ ไม่ต้องสถาบันหรอกครับ ไม่ได้เชิญแม้กระทั่งคนอย่างผม คนอย่างอาจารย์ปานเทพ ที่ไม่ใช่แบบโอ้โห Royalist หรือว่าอะไรขนาดนั้น พูดกันด้วยเหตุด้วยผล ตอบโจทย์ ไม่มีตอบโจทย์ก็ทุบอยู่ฝั่งเดียวกับวาทกรรมของตนเอง แล้วสถาบันไม่มีโอกาสที่จะออกมาแก้ตัว นี่หรือคือ เขาเรียกว่าอะไร เสรีภาพของสื่อ

เติมศักดิ์- ช่วงท้ายก่อนจะพักกันก่อนนะครับ เดี๋ยวเรามาดูร่องรอยความคิดของพิธีกร คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ซึ่งมันจะเป็นหลักฐานช่วยสนับสนุนที่ว่า ทำไมเขาต้องทำรายการตอบโจทย์ ในลักษณะที่เราว่ามานี่แหละครับ แต่ผมอยากจะพูดถึงคุณภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง ได้เขียนไว้เป็นหลักฐานเลยนะครับ เขียนไว้เลยว่า มันมีความพยายามของขบวนการล้มเจ้าทั้งในและนอกประเทศอย่างไร เพื่อเสริมกับสิ่งที่คุณจิตตนาถได้เล่ามานะครับว่า ไทยเป็นโดยภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ไทยเป็นจุดศูนย์กลางของมหาอำนาจที่ต้องการแย่งชิง ทั้งในเรื่องของพลังงาน ทั้งในเรื่องของความมั่นคงการทหารในภูมิภาคนี้ คุณภุมรัตน์บอกว่า ฝ่ายที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์ไทยในสหรัฐฯ ทวีความเข้มแข็งมากขึ้น มีการสร้างเว็บไซต์ในรูปแบบหลากหลาย เขียนบทความภาษาต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากข้อเขียนของคนอเมริกัน 2 คน คนหนึ่งคือ เจ.เค. แห่งคณะกรรมการวิเทศสัมพันธ์ Council for Foreign Relations อันทรงอิทธิพลในสหรัฐฯ ที่ เจ.เค.ได้เขียนบทความโจมตีสถาบันกษัตริย์ และยกย่องเชิดชูฝ่ายตรงข้ามกษัตริย์ สลับกันมาหลายปีแล้ว เอ.เอ็ม.เอ็ม.ที่ยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างให้มาทำงานด้านนี้ และเป็นคนที่เอาคัมภีร์ของ โจ กอร์ดอน และอำพล ตั้งนพกุล หรืออากง มาเขียนโจมตีมาตรา 112 เพื่อให้พาดพิงไปถึงพระมหากษัตริย์ไทย ในความเป็นจริงคนพวกนี้ ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย แต่ได้รับข้อมูลจากนักประวัติศาสตร์ชาวไทย สายสาธารณรัฐที่คนไทยรู้จักดี

คุณภุมรัตน์ให้ข้อมูลด้วยนะครับคุณจิตตนาถ ว่าในกลางปีนี้ ในกลางปี 2556 นักล็อบบี้พวกนี้วางแผนผลักดันให้มีการอภิปรายเชิงวิชาการในที่ประชุมประจำปีของสมาคมเอเชียศึกษา Association Of Asian Studies ซึ่งมีคนไทยที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์มีอิทธิพลอยู่ในสมาคมนี้ การอภิปรายนี้มีเป้าหมายมุ่งโจมตีสถาบันกษัตริย์ไทยเป็นการเฉพาะ รวมทั้งมีแผนตีพิมพ์หนังสืออีกเล่มหนึ่ง โดยสถาบันมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ ที่ผู้เขียนอ้างหลักฐานจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยรัฐสภาของสหรัฐฯ ที่ดูเผินๆ แล้วน่าเชื่อถือ หรือเลือกเฉพาะส่วนที่สนับสนุนความคิดของตน เพื่อหาทางทำลายความเชื่อถือของพระมหากษัตริย์ไทยองค์ปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้น สถาบันบางแห่งของสหรัฐฯ เช่น กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย National Endowment for Democracy ยังจัดสรรเงินงบประมาณของรัฐคิดเป็นเงินไทยกว่า 1,500 ล้านบาท และอีกโครงการเป็นเงิน 200-300 ล้านบาท ให้แก่กลุ่มต่อต้านสถาบันกษัตริย์ตามที่กลุ่มพวกนี้ร้องขอมา โดยอ้างว่าเพื่อนำไปใช้ในการให้ความรู้ประชาชน ในการพัฒนาประชาธิปไตย แต่จริงๆ กลับนำไปสร้างสื่อ และเว็บไซต์ปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อให้คนไทยบางกลุ่มต่อต้านสถาบันสูงสุด

นักล็อบบี้เหล่านี้ได้สร้างข้อมูลขึ้นมาชุดหนึ่ง หรือหลายชุด เพื่อไปเคลื่อนไหวชักจูงชี้นำโน้มน้าวให้สมาชิกรัฐสภา และสถาบันอื่นของสหรัฐฯ เชื่อในวาทกรรมที่ว่า สถาบันสูงสุดเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตย สถาบันทำลายสิทธิมนุษยชน อ้างว่าปัญหาของการเมืองไทยไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นปัญหาของการสืบราชสมบัติ เพื่อจะเสนอให้ใครบางคนเป็นทางออกของชาติ พวกนี้พยายามป้อนข้อมูลให้รัฐสภาอเมริกันเชื่อว่า สถาบันไม่สู้แล้ว เพราะถ้าสถาบันไม่สู้สหรัฐฯ ไม่มีทางเป็นอื่น นอกจากจะยืนข้างฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามสถาบัน และเป็นการส่งสัญญาณไปยังประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น รวมทั้งจีนที่สนับสนุนสถาบันสูงสุดของเราตลอดมา ว่าหากสหรัฐฯ และประเทศเหล่านี้สรุปว่า ฝ่ายสถาบันแพ้แน่ สหรัฐฯ และประเทศเหล่านี้ ซึ่งคิดถึงผลประโยชน์ของประเทศเขาเป็นสำคัญ ก็ต้องเข้าข้างฝ่ายชนะ

นี่คือสิ่งที่คุณภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองที่ย่อมมีเครือข่าย Network ในการได้รับข้อมูลข่าวสาร ตีแผ่ให้เห็นว่ามันมีขบวนการล้มเจ้าอยู่นอกประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทำเป็นขบวนการ เพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์ของเราอ่อนแอ เพื่อให้เขามา steal wealth ของเราได้ ประเทศเราได้

จิตตนาถ- จริงๆ นะครับหลักฐานนี่ ดี จริงๆ เราเห็นโดยที่ไม่ต้อง trace อะไรเลย ดูอย่างยัยคริสตี ทูตสหรัฐอเมริกาสิ หรืออย่างที่คราวที่แล้วที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสมา ทุกคนพูดเรื่องมาตรา 112 ว่าไง ก็นี่ไง ก็ตัวคนที่เป็นตัวแทนของแต่ละประเทศ มันก็พูดออกมาชัดเจนหมดทัศนคติของเขาเป็นยังไง

เติมศักดิ์- อย่างที่คุณจิตตนาถได้เขียนบทความไว้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นศูนย์รวมใจให้คนไทยรักษาสถาบันชาตินิยม เป็นอุปสรรคของขบวนการเหล่านี้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอุปสรรคของขบวนการทุนสามานย์ที่จะเข้ามาฮุบประเทศ เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องทำลายความผูกพันระหว่างสถาบันกับประชาชน เพราะว่าความผูกพันระหว่างสถาบันกับประชาชนก่อให้เกิดการหวงแหนประเทศชาติ มีจิตสำนึกรักษาประเทศชาติ ตราบใดยังมีการหวงแหนนี้อยู่ เอาเข้ามาไม่ได้ เขาเลยต้องทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันและประชาชน นี้คือเป้าหมายที่ยืมมือสื่อสาธารณะมาใช้ เพื่อเป้าหมายของการเมืองในวันนี้ พักก่อนครับในช่วงหน้าเรากลับมาสนทนา กลับมาตั้งคำถามถึงคนทำสื่อ อย่างทีวีสาธารณะกันต่อนะครับ สักครู่ครับ

เติมศักดิ์- กลับมาตั้งคำถามที่ตอบโจทย์ต้องตอบทีวีสาธารณะต้องตอบ คำถามจากคนทำสื่อถึงคนทำสื่อด้วยกัน คุณจิตตนาถครับ ตอบโจทย์พยายามจะสรุป พยายามจะชี้นำ หรือพยายามจะสรุปว่า ประเทศไทยไร้พื้นที่ หรือไม่มีพื้นที่สำหรับการวิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างเพียงพอ ซึ่งเขาอ้าง การที่ไม่มีพื้นที่สำหรับการวิจารณ์ได้อย่างตรงไปตรงมาเป็นการทำร้ายสถาบันกษัตริย์ในทางอ้อม วาทกรรมเขาเป็นอย่างนั้น คุณจิตตนาถเห็นด้วยไหมครับ

จิตตนาถ- ไม่เห็นด้วยครับ ดูง่ายๆเลยนะครับ อย่างรายการตอบโจทย์นี่แหล่ะ คือพื้นที่ที่คุณก็ทำออก Public มาตั้ง 5 เทปแล้ว แล้วก็ทำมาเรื่อยๆ คุณก็วิพากษ์วิจารณ์สถาบันโดยตรง ออกในทีวีสาธารณะในช่อง ฟรีทีวีที่คนสามารถดูได้ทั้งประเทศ คุณจะมาบอกว่า อย่างนี้คุณไม่มีพื้นที่ได้อย่างไร อันนี้คือออกผ่านสื่อสาธารณะนะ หรือในการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เป็นทางการ หรือว่าแนวคิดในการดีเบตอย่างไม่เป็นทางการแต่สาธารณะเหมือนกัน ก็มีในเฟซบุ๊กคุณจะเห็นเต็มไปหมดเลย ก็จะมีทั้งรอยัลลิสต์และฝ่ายหัวก้าวหน้าที่มานั่งดีเบตกัน แต่เขาก็ไม่ได้พูดถึงขนาดอาฆาตมาดร้าย มีอยู่ชัดเจนเลย ส่วนที่เป็นทั้งสาธารณะและอย่างเป็นทางการก็คือการตัดสินของศาล คุณไปอ่านสิ คุณจะเห็นเลยว่า Article ผมก็เขียน ศาลจะตัดสินจากเจตนา

อย่างกรณีคุณสนธิขึ้นศาลก็พิสูจน์ออกมาแล้วว่าเจตนาเป็นการปกป้องสถาบัน เอาเนื้อหาที่คนใส่ร้ายป้ายสีออกมา ศาลท่านก็ยกฟ้อง แต่คุณสมยศไม่ เพราะคุณสมยศเขามีหลักฐานเชื่อมโยงกันหมด คนอื่นๆก็ไม่ ไอ้เนื้อความว่าทำไมศาลถึงเป็นแบบนั้นทำไมถึงตัดสินแบบนั้นมันก็มีอยู่แล้ว มันไม่เกี่ยวกับใครเอาเจ้า ใครไม่เอาเจ้า มันอยู่ที่เจตนา หรือว่าคุณโกหกเหรอว่าคุณเอาเจ้า คุณกำลังหลอกตัวเองหรือเปล่า เพราะจิตใจคุณเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว คุณจะมาโกหกตัวเองอย่างไร ก็เท่ากับคุณโกหกมวลชนของคุณ คุณก็ยอมรับมาตรงๆ ฉะนั้นศาลก็ตีแผ่เจตนาทุกอย่างหมดแล้ว การที่รายการตอบโจทย์บอกเมืองไทยไม่มีพื้นที่ มีมาตั้งนานแล้ว และล่าสุดก็ยังเพิ่งมีอยู่ด้วยซ้ำ ไม่จริงเลย

เติมศักดิ์- ที่บอกว่าประเทศไทยไม่มีพื้นที่สำหรับการวิจารณ์พระมหากษัตริย์อย่างที่เขาพยายามจะอ้างก็ไม่จริง เพียงแต่ว่าเมื่อคุณใส่ร้ายป้ายสีสถาบันโดยข้อมูลที่บิดเบือน โดยข้อมูลที่เป็นอคติแล้วคุณได้รับปฏิกิริยาจากคนที่รักเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิกิริยาที่พวกเขามีต่อคุณที่ใส่ร้าย ไม่ได้หมายว่าเขาปิดกั้นเสรีภาพของคุณนะ เพราะเสรีภาพของคุณคือเสรีภาพที่จะวิจารณ์อย่างมีเหตุมีผล ถูกต้องไหมครับ และการวิจารณ์อย่างมีเหตุมีผลมาตรา 112 ก็ไม่ได้ห้าม มาตรา 112 ห้ามเฉพาะการอาฆาตมาดร้าย ดูหมิ่น ฉะนั้นคุณจะมาเหมาว่าปฏิกิริยาที่พวกเรามีต่อคุณที่มีอคติและต้องการล้มเจ้าเป็นปฏิกิริยาของการปิดกั้นเสรีภาพ ไม่จริง

จิตตนาถ- เผลอๆ เนื้อหาในรายการตอบโจทย์ที่หลายอย่างพูดแบบไม่เป็นจริงเกี่ยวกับการบริหารของเรื่องภายใน ถ้ามีคนเอาไปฟ้องร้องเผลอหลุดด้วยซ้ำ อาจจะถือว่าเป็นเจตนาในการวิพากษ์โดยบริสุทธิ์ก็ได้ สามารถสู้ในจุดมุ่งหมายแบบี้ก็ได้ มันไม่เหมือนในกรณีของคุณสมยศที่ โอ้โห นั่นอาฆาตมาดร้ายเลย ไม่เหมือนกัน

เติมศักดิ์- ใช้ถ้อยคำหยาบคาย

จิตตนาถ- นี่ไง ม.112 ให้ความแฟร์กับคุณ คุณก็ไปสู้ในศาลสิ เวลาที่คุณออฟไซด์คุณก็ต้องพร้อมที่จะสู้ เหมือนกัน ผมเขียนพาดพิงถึงใคร คุณสนธิไปพาดพิงถึงคนโน้นคนนี้ ทุกคนก็โดนกฎหมายหมิ่นประมาท ฟ้องอยู่แล้ว ก็เหมือนกัน ม.112 คุณก็ไปสู้สิ

เติมศักดิ์- มีวาทกรรมอะไรอีกบ้างในรายการตอบโจทย์ที่คุณจิตตนาถไม่เห็นด้วย ทั้งจากตัววิทยากรเอง ทั้งจากวิธีดำเนินรายการของคุณภิญโญ

จิตตนาถ- วาทกรรมคือ เขาพยายามที่จะมองว่า ถ้าจะปฏิรูปประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปสถาบัน ใช่ไหมครับผมว่า ปฏิรูปสถาบันมันไม่ใช่ Point เราไม่เคยมีปัญหาเรื่องสถาบันจนกระทั่ง คุณทักษิณ ชินวัตร นี้มา อยู่กันตั้งกี่ปี ใช่ไหมครับ อยู่กันมาไม่เคยมีปัญหาอะไรสักอย่างเลย ผมว่าอันนี้คือจุดหนึ่งที่ผมเห็นด้วย กับอีกอันหนึ่งผมเห็นว่า ต้องการให้เกิดการตรวจสอบได้เหลือความเท่าเทียม คือเป็นแนวคิดที่ตลกมาก ยกตัวอย่าง เช่น บอกว่าสำนักพระมหากษัตริย์ให้รัฐบาลดูแล เวลาจะมีอะไรรัฐบาลจะได้เป็นคนดูแล แล้วทำไมคุณไม่เอาทักษิณของคุณให้รัฐบาลดูแลเอง อย่างนี้ไม่เท่ากับว่า สถาบันจะอะไร อย่างไร ต้องให้การเมืองเป็นคนอนุมัติเหรอ อย่างนี้มันก็ไม่แฟร์ หรือเขาอาจจะพูดในแง่มุมของเขาประมาณว่า องคมนตรีหรือว่าไม่ควรที่จะ หรือว่าแม้แต่ทางสถาบันเองไม่ควรที่จะรับเวลา เขาเรียกอะไรนะ ถวายเงินหรือว่าอะไรอย่างนั้น ตามเสด็จพระราชกุศล ตามเสด็จพระราชอัชฌาสัย เขาก็บอกได้อย่างนี้มันอาจจะทำให้ คนที่ถวายได้หน้าได้ตาอะไร มันดูไม่เท่าเทียมกัน แต่ในความทำไมคุณไม่มองอีกมุมหนึ่งละว่า การที่เขาลงข่าวว่าใครไปใครมา ที่มาที่ไปมันก็มีแค่คนดู ใช่ไหมครับ เหล่านี้พูดอยู่อย่างเดียว แต่กลับมาที่จุดที่น่ากลัวที่สุด ก็คือว่า เขากลับมองว่าสถาบันเป็นปัญหาของประชาธิปไตย จริงๆสถาบันไม่ได้เป็นปัญหาของประชาธิปไตยเลย ปัญหาของประชาธิปไตย คือ ก็อย่างที่บอกไว้แล้ว คนไทยยังไม่พร้อมระบบนี้ ผมบอกเลยนะว่าระบบคนไทยแต่ก็ยังไม่พร้อม ปัญหาของประชาธิปไตยจริงๆ ก็คือ นักการเมืองมากกว่า ซึ่งเขาควรที่จะแก้ตรงจุดนี้มากกว่า สถาบันไม่ได้ทำให้ประชาธิปไตยมีปัญหา เพราะว่าท่านไม่เคยไปยุ่งเลย ไปยุ่มย่ามอะไรทั้งนั้น แต่ถ้าเกิดว่าท่านจะแปดเปื้อน ท่านจะโดนโคลนสาด ก็คือโดนโคลนสาดด้วยวังวนของการเมือง ทำให้ท่านโดนเข้าใจผิดๆ นักการเมืองและพรรคการเมือง ซึ่งที่คุณเติมศักดิ์หลังเบรกถามผมว่ามีเรื่องอะไรที่ผมเห็นด้วยกับคนพวกนี้ ในเนื้อหารายการเมื่อวานไม่มีหรอก แต่ว่าเนื้อหาก่อนหน้านี้คุณศิวรักษ์ ก็บอกว่า คนที่ทำให้ปัญหาที่ทำให้เจ้าเสื่อมด้วยคือ พวกที่โหน ฉะนั้นผมบอกว่า นักการเมือง จะแบ่งออกกเป็น 2 ฝั่ง ตามที่เรารู้อยู่แล้วก่อนว่า ฝั่งหนึ่งมีแนวทางคิดปฏิญญาฟินแลนด์ พรรคการเมืองเดียว ทำสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นสัญลักษณ์ใช่ไหมครับ แปรรูปรัฐวิสาหกิจนี้คือเป็นการเปิดให้กับเมืองนอกหมดเลย ก็ตรงกับที่พูด คนพวกนี้แน่นอนต้องการที่จะล้มเจ้าอยู่แล้ว และอัดฉีดแนวความคิดไปสู่มวลชนของตน อีกประเภทหนึ่ง ที่ทำให้สถาบันมัวหมอง เขาเรียกว่าคุกโหนเจ้า คือด้วยความเคารพนะครับ ผมมองว่าแน่นอนครับ พรรคการเมืองบางพรรคชอบโหนเจ้า ชอบปล่อยข่าวลือว่าเจ้าสนับสนุนอย่างนู้นอย่างนี้ ชอบขึ้นคัทเอาท์ หาเสียงตัวเอง แล้วก็เอาไปเกี่ยวกับการสนับสนุน หรือว่า อะไรเกี่ยวกับพระองค์ท่าน อะไรประมาณอย่างนี้ คุณไม่รู้หรอกว่ามันเอฟเฟกต์กลับมายังไง มันมีเอฟเฟกต์กลับมาคือถ้าคุณทำงานดี นั่นว่าไปอย่าง แต่มันพิสูจน์แล้วว่า พรรคการเมืองอีกพรรคการเมืองทำงานห่วย พรรคการเมืองทำงานห่วยก็ไม่ได้ต่างกับพรรคที่มันไม่ชอบกันเลย ใช่ไหมครับ โกงน้ำมันปาล์มเป็นอย่างไร บริหาร กทม.ยังไร เป็นอย่างไร คอร์รัปชันอะไรเป็นอย่างไร คือทำทุกอย่างไม่ได้ต่างกับพรคคเพื่อไทยเลยดีกว่า ทักษิณหลบภาษี ไอ้นี้ก็โกงบุหรี่ โกงภาษีบุหรี่ให้กับชาวต่างชาติเป็นหมื่นล้าน เท่ากัน ไอ้เรื่องขายชาติมันทุกอย่าง แล้วเวลาที่คอร์รัปชันไปจนถึง เตือนถึงระดับรากหญ้าทุกครัวเรือนที่มา ตัวเองก็ทำพอตัวเองทำ พอตัวเองทำปุ๊บไอ้ฝั่งตรงข้ามที่ต้องการจะล้มสถาบันอยู่แล้ว เอาไปบอกอีกว่า นี่ไงเจ้าหนุนพรรคนี้อยู่ สถาบันหนุนพรรคนี้อยู่เห็นไหม สถาบัน เนี้ยะเป็นแบบนี้เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นพวกโหนเจ้าน่ากลัวกว่า น่ากลัวพอๆ กับพวกล้มเจ้า พวกล้มเจ้าอะไรก็โทษอยู่แล้ว น้ำมันแพงเพราะอำมาตย์ อันนี้ไม่ได้พูดถึงสถาบันนะครับ แต่ว่าพูดถึงที่เขาพยายามจะขี่ม้าเลียบค่าย ปตท.ราคาน้ำมันแพงเพราะอำมาตย์นี่แหละที่อย่างนี้แหละ ใช่ไหมครับ สรุปว่านักการเมืองทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ทั้งหมด ไอ้พวกมติชนสำหรับพวกที่โหนเจ้า มติชนมันก็ถึงไปเอาวาทกรรมไงครับว่า ที่จะไปเอาเรื่องของหม่อมเต่านาขึ้นมา ที่บอกว่าอะไรนะ รักที่สุดคือในหลวง แต่

เติมศักดิ์- ห่วงที่สุดคือ รักในหลวงจนเสียสติ อันนี้คือ ที่เต่านาเขาเขียนนะ

จิตตนาถ- นี่แหละมันเป็นวาทกรรมที่ฝั่งตรงข้าม พยายามที่จะให้เห็นว่า เห็นไหมไอ้พวกนี้หลับหูหลับตา มันทำให้มันดูไม่ดี เพราะฉะนั้นล้มเจ้า กับโหนเจ้าเรียกว่าพอกัน ถ้าคุณเป็นนักการเมือง แล้วคุณเป็นพรรคการเมือง คุณต้องคิดถึงประชาชนเป็นใหญ่ ใช่ไหมครับ เพราะว่าถ้าคุณไปปล่อยข่าวอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วคุณไปทำทุเรศเสียเองแบบนี้ มันเสียนี่มันเสียหมด ฉะนั้นคุณไม่ควรจะไปเล่นเกมใต้ดินหรือว่า ไปเที่ยวทำคัตเอาต์อะไรบ้าบอแล้วเป็นแบบนี้อยู่ กับพอมีคนที่หมิ่นสถาบันคุณก็เงียบหมด คุณไม่เคยทำอะไรที่มันเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา อันนี้คือจุดที่ผมคิดว่า น่ากลัวที่สุด ในบทความผมๆ จะบอกเลยว่า ประเทศจะเข้มแข็ง และอันนี้มันก็มาตรงกับ Point ที่ทางรายการตอบโจทย์พยายามพูดว่า ไม่ควรที่จะให้พระราชดำรัสพระองค์กับประชาชน

เติมศักดิ์- ถ้าจะมีต้องผ่านการกลั่นกรองจากรัฐบาลก่อน พูดตามประสาชาวบ้านคือ ต้องถูกเซ็นเซอร์ก่อน

จิตตนาถ- ใช่

เติมศักดิ์- นี่คือความคิดของสมศักดิ์

จิตตนาถ- คืออย่างนี้ผมถามว่า คุณไม่ละเมิดสิทธิคนหรอ คุณไม่ละเมิดสิทธิของสถาบันหรอ สถาบันเขาอยากจะ Say อะไรกับประชาชน ท่านมีสิทธิที่ท่านจะพูดออกมา ท่านอยากจะสอนประชาชนเรื่องอะไร ท่านก็พูดออกมา นี่ไงคุณต้องการประชาธิปไตย คุณต้องการสิทธิและเสรีภาพ แต่คุณไม่แฟร์กับคนอื่นเองไม่ใช่หรอ แต่ในความเป็นจริงประเทศจะเข้มแข็ง สถาบันกับประชาชนต้องอยู่ใกล้ชิดกัน คุณสนธิเคยเรียกแนวคิดนี่ว่า ราชประชาสมาสัย ใช่ไหมครับ ประชาชนกับสถาบันอยู่ใกล้กัน เพราะฉะนั้นจะเกิดความเป็นชาตินิยม การยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก คนที่ทำ ไอ้ตัวที่มันขนาบกลางระหว่างประชาชนกับสถาบันนี่แหละ คือปัญหาทั้งนั้นเลย อันนี้ผมพูดรวมทุกฝ่ายเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นทุน ใช่ไหมครับ ทุนบางทุนก็ต่อหน้าสถาบันก็อย่าง ไปทำกับประชาชนก็อีกอย่างนึง ทุนเกษตรบางทุนใช่ไหมครับ หรือพรรคการเมืองก็เหมือนกัน พรรคการเมืองโหนเจ้าก็ทำแบบนั้น พรรคการเมืองล้มเจ้าก็ไปสร้างวาทกรรมแบบนี้ และตัวเองทั้งโหนเจ้า ล้มเจ้าก็ขายชาติหมด คือตัวเองทำให้สังคมไทยบ้านเมืองอ่อนแอ รวมถึงเทคโนแครต ข้าราชการที่มีวาทกรรมพยายามที่จะยัดเยียดให้คนเหล่านี้ บอกว่าเป็นอำมาตย์ คือคนที่หากินกับพระองค์ท่านเยอะแยะไปหมดเลย นี่แหละคนพวกนี้เป็นคนที่ทำให้มันเกิดช่องว่างหรือว่า ความเข้าใจผิดๆ เกิดขึ้น

เติมศักดิ์- สุดท้ายนะครับ เรื่องวาทกรรมเรื่องความเหลื่อมล้ำ วาทกรรมเรื่องความไม่เสมอภาค วาทกรรมเรื่องความไม่เท่าเทียมมักจะถูกอ้างเสมอสำหรับคนที่อยู่ในขบวนการนี้ ราวกับว่าถ้ามีการแก้ไขมาตรา 112 ราวกับว่าถ้าทำให้สถาบันอ่อนแอ แล้วมันจะเกิดความเท่าเทียม มันจะเกิดความเสมอภาค ความเหลื่อมล้ำจะหายไป คุณจิตตนาทไม่เห็นด้วยกับวาทกรรมนี้

จิตตนาถ- ผมว่าคนพวกนี้ ไม่รู้จักชอบอ้างปรัญชาพุทธศาสนา ชอบอ้างปรัญชาความเท่าเทียมภราดรภาพ ไม่เข้าใจอะไรเลย คนเราเกิดมามันก็ไม่เท่าเทียมกันอยู่แล้วแหละครับ ถูกไหมครับ หรือเวลาเราเกิดเป็นสิ่งมีชีวิต เราเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน ผมเป็นคน ผมมีหมาชื่อก๊วยเจ๋ง ไอ้ก๊วยเจ๋งเป็นหมาของผม มันจะไปเท่าเทียมกันได้อย่างไร ผมเป็นคน ไอ้นี่มันเป็นหมามันก็ไม่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว เราเกิดมาเป็นคนเหมือนกัน เราอาจจะเกิดมาไม่เท่าเทียม คนที่เกิดมาในสังคมที่สูง คนที่เกิดมาในสังคมที่ไม่ค่อยมีโอกาส คนที่เกิดมายากจน แต่ทุกคนมีเวลาบนโลก มีโอกาสของชีวิตเท่าๆ กัน เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่า เรียกร้องหาความเท่าเทียมมันบ้า คุณไปดูสิบางคนจบ ป.4 ยังเป็นเจ้าสัวที่รวย ใช่ไหมครับ บางคนเกิดมาในตระกูลใหญ่โต ไม่ขยันทำมาหากิน ตัวเองก็โดนลดลงมา

เพราะฉะนั้นไอ้เรื่องพวกนี้อย่ามาพูดให้มันๆ เป็นเรื่องทุเรศ เป็นเรื่องแอบอ้าง แต่การลดช่องว่างระหว่างคนสำคัญ เพราะจริงๆ สถาบันต่างหากที่ช่วยลดช่องว่างให้กับประชาชนตลอด ยกตัวอย่างนะครับชัดๆ เลย ร.5 ท่านเลิกทาส แล้วคิดดูสิเป็นการลดช่องว่างหรือเปล่า เป็นการลดช่องว่างระหว่างคนธรรมดากับทาสให้ไม่หนี เห็นไหมครับ นี่ ร.5 ท่านเลิกทาส ร.7 ท่านพระราชทานรัฐธรรมนูญก็เห็น ลดช่องว่างให้มีการเลือกการปกครองกันขึ้นมาใหม่ ร.9 ท่านใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าคนเราอยู่อย่างพอเพียงไม่โลภ มันก็จะไม่ทำอะไรเกินตัว ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่ใช่ว่าไม่ให้ใช้ ไอ้ความเหลื่อมล้ำที่คนรู้สึกว่าไม่แฟร์ไม่อะไร มันก็จะค่อยๆลดลง เพราะในที่สุดปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่ารายได้คุณเพิ่มขึ้น หรือน้อยเท่าไหร่ มันอยู่ที่คนรู้จักบริหารสมดุลมากกว่าของรายรับ และรายจ่าย ที่สำคัญปัญหามันอยู่ที่การบริหารสมดุลจิตใจคน ร.9 มีคุณูปการมาก ท่านสอนในเรื่องของจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เงินทองเพิ่มขึ้นก็ลดลง แต่จิตใจคนที่มีความพอเพียงมันจะทำให้เรามีความสุข ดังนั้นเห็นได้ว่า ลดช่องว่างในเรื่องของชนชั้นวรรณะ สถาบันก็ทำให้คุณมานาน ลดช่องว่างในเรื่องของการเมืองการปกครอง สถาบันก็ช่วย ลดช่องว่างในเรื่องของการหารายได้ สถาบันก็ช่วยลดช่องว่างของจิตใจ สถาบันก็ช่วย แล้วคุณจะมาบอกว่ามันมีช่องว่างได้อย่างไร ก็สถาบันท่านทำอย่างนั้นให้มาตลอดอยู่แล้ว

เติมศักดิ์- จดหมายน้อยที่คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา คล้ายๆจะตอบโจทย์คุณจิตตนาถ เนื้อหาที่เขียนมาทั้งหมดมีตรงไหนที่คุณจิตตนาถอยากจะชี้แจงต่อคุณภิญโญ และต่อสังคมบ้างครับ

จิตตนาถ- อันแรกเลยนะครับ ผมนับถือคุณภิญโญและผมถือว่าผมก็เป็นคนที่เข้าใจคุณภิญโญคนหนึ่งพอสมควร ผมขอบคุณที่คุณภิญโญมีจิตไมตรีให้ผม และผมก็เชื่อว่าคุณสนธิก็เป็นไอดอลของคุณภิญโญลึกๆแล้วนะครับ อันนี้ผมก็ขอบคุณในจิตไมตรีตรงนี้ โอเคครับ ไอ้การจิบชา จิบอะไรกัน ผมไม่ได้มายด์หรอก เพราะว่าเราไม่ได้ฆ่ากัน แต่ว่าผมกำลังจะบอกว่า แต่ผมกำลังจะบอกว่าเรื่องของชาติบ้านเมือง ผมมีความจำเป็นที่ผมต้องพูด เรื่องของชาติบ้านเมืองมันไม่มีเพื่อน ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง เราไม่จำเป็นต้องฆ่ากัน แต่ว่าเรื่องอะไรที่ต้องพูดเราก็ต้องพูด ผมไม่ใช่คนที่เอาพวกพ้องเป็นหลัก ผมเอาชาติบ้านเมืองเป็นหลัก ซึ่งมันก็จะต่างกับเครือข่ายของจุดอื่นๆ ส่วนที่คุณภิญโญบอกว่าไม่เคยโต้ตอบผู้จัดการ หรือผู้จัดการโยนไอ้ตรงนี้มาให้ เอาเป็นว่าก็ให้สังคมดูเอาเองแล้วกันจากงานเขียนของคุณภิญโญ เช่น คำพยากรณ์จากกษัตริย์ถึงกษัตริย์ หรืองานเก่าๆ ของเครือมติชน หรือตอบโจทย์ในการเชิญคุณสมศักดิ์ เจียมฯ มาตั้ง 3 ครั้ง ไม่รู้เชิญมาทำป๊ะอะไรตั้ง 3 ครั้ง ทุกอย่างมันมีคำตอบในตัวอยู่แล้ว มันก็ชัดเจนของมัน หรือคุณภิญโญบอกว่าไม่เคยพาดพิงถึงผู้จัดการ ผมยังจำได้นะครับ คุณภิญโญยังเคยเตือนสติคุณสนธิเลย เชื่อไหม ตอนนั้นที่คุณทักษิณขึ้นมาใหม่ๆ ทุกคนก็สนับสนุนคุณทักษิณ เพราะว่าทุกคนบอบช้ำมาจากพรรคประชาธิปัตย์จากกรณี ปรส. คุณสนธิเห็นว่าคุณทักษิณในยุคนั้นกำลังทำทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนที่แกจะแสดงสันดานตัวเองออกมา คุณภิญโญก็เตือนคุณสนธิขึ้นปก ขนาดแกเป็นลูกน้องนะ แกก็ขึ้นปกหนังสือ Open เลย ตอนนั้นผู้จัดการเพิ่งเปลี่ยนไป คือทำแคมเปญโฆษณาเพื่อการเปลี่ยนแปลง จำได้ไหมครับ ผมเป็นคนรับผิดชอบแคมเปญโฆษณานี้ คุณภิญโญก็ทำหนังสือ Open แล้วขึ้นปก ผู้จัดการเปลี่ยนไป หรือสนธิเปลี่ยนไปนี่แหละ พาดหัวคุณสนธิเลย ก็เป็นการเตือนออกมา ก็แสดงว่าคุณภิญโญก็เคยวิจารณ์คุณสนธิ ซึ่งผมมองว่าเป็นสิทธิ์ ไม่ใช่ว่าคุณจะวิพากษ์วิจารณ์ใครไม่ได้ หรือว่าไม่ใช่คุณไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์เลย อยากวิจารณ์ก็วิจารณ์มา คุณก็เตือนสติ แล้วเป็นอย่างไรครับวันนี้ คุณสนธิได้สู้เพื่ออะไร คุณสนธิไม่ได้สู้เพื่อตัวเองเลย สู้เพื่อสังคมไทย สู้เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ในขณะเดียวกัน คุณสนธิรู้จักกาลเทศะ แต่ผมถามคุณภิญโญอันนี้ผมก็เตือนคุณภิญโญเหมือนกันว่า คุณภิญโญเป็นคนที่เก่ง แต่คุณภิญโญต้องรู้เรื่องของความเหมาะสมด้วย คุณภิญโญเป็นคอมเมนเตเตอร์ที่มีคนติดตามเยอะ คุณภิญโญทำรายการออกทีวีสาธารณะ แต่คุณภิญโญบินไปสัมภาษณ์ทักษิณแบบนี้ มันไม่ควรนะครับ ถึงคุณจะมองว่าเรตติ้งดี เราโชว์เหนือ มาสัมภาษณ์คุณทักษิณได้ มันไม่ใช่ในทีวีสาธารณะ ที่บ้านเมืองมีกฎระเบียบของมันอยู่ แต่คุณบินไปทำอย่างนั้น เท่ากับคุณเองไม่เคารพประชาธิปไตย กฎหมายของบ้านเมืองใช่ไหม อันนี้ก็เป็นอีกมุมมองที่อยากจะฝากว่าใครอยากจะเขียนอะไร หวานยังไงเขียนได้ อยากให้ดูที่การกระทำที่ออกมาส่วนตัวผม คิดว่าคุณภิญโญ อยากให้ทุกอย่างคลี่คลายด้วยดี เห็นว่ามันอาจเกิดวาระหรือภัยบางอย่างในสังคมแล้ว คุณภิญโญอาจต้องการหาทางออก แต่ผมก็มองว่ามันไม่เหมาะสมด้วยกาลและเวลา และอีกอย่างพวกคุณกำลัง Under estimate ประเมินสถาบันต่ำไปเปล่า ผมเชื่อว่าสถาบัน ปัจจุบันตั้งนานมาแล้ว ก็มีการปรับตัวในเข้ากับสังคมไทยตั้งนานมาแล้ว ไปดูสิครับพระราชาธิบดีจิกมี่ท่านประธานประชาธิปไตยชาวภูฏาน พระราชาธิบดีจิกมีศึกษาเศรษฐกิจพอเพียง พระราชาธิบดีจิกมีมีแนวคิด GHP - Gross Happiness Product ออกมาวัด เมื่อสังคมไทยมันพร้อมมากขึ้นเมื่อมันไม่มีสถานการณ์อะไรบางอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้ เมื่อทุกอย่างมันถึงจุดที่พร้อมมากขึ้น คุณก็จะเห็นว่าสถาบันจะมีการปรับตัวที่ใกล้ชิดมากขึ้น โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งเรียกร้องอะไรที่มันงี่เง่าแบบนี้เลย

เติมศักดิ์- เขามักจะใช้คำว่าสถาบันต้องปรับตัวให้เข้ากับประชาธิปไตยแต่เขาลืมมองไปว่าประชาธิปไตยก็ไม่ได้ปรับตัวก็ไม่ได้ปรับตัวให้เข้ากับสถาบันอันเป็นที่รักอันเป็นศูนย์รวมจิตใจประชาชนเช่นกัน คำว่าสถาบันประชาธิปไตยนี่หมายความว่าตัวนักการเมืองที่ใช้อำนาจผ่านสถาบันประชาธิปไตยไม่ได้ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่ประชาชนไว้วางใจมอบความไว้วางใจมอบความไว้วางใจให้เขาและไม่ได้ปรับตัวให้เขากับสิ่งที่ประชาชนมีความรักความศรัทธาของสถาบันสูงสุด

จิตตนาถ- สถาบันเป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องของประชาชนมากกว่านักการเมืองอีก ผมคอนเฟิร์มเลยไปดูสิเรื่องคลองลัดโพธิ์ ฟลัดเวย์ แพลนอะไรไว้ต่างๆ นานา นักการเมืองแคร์แต่เรื่องของตัวเอง อย่าไปพื้นที่ฝั่งตะวันออก เดี๋ยวจะไปท่วมพื้นที่ที่ชั้นซื้อเอาไว้เยอะ เอาบิ๊กแบ็กออกมา ไอ้นี่ก็อย่าให้น้ำเข้ากรุงเทพฯ เดี๋ยวชั้นเสียคะแนน นักการเมืองแคร์แต่เรื่องของตัวเอง สถาบันไม่เคยแคร์เรื่องของตัวเองเลย และสถาบันคิดแต่เรื่องของประชาชน สถาบันท่านรู้อยู่แล้วว่าประชาชนก็เป็นเหมือนเรือ ท่านทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ต้องให้ความแฟร์กับท่านด้วย

เติมศักดิ์- ผมเห็นหลังๆ มันมีปรากฏการณ์ อาจจะเป็นมานานแล้วแต่ว่า พอพูดถึงคุณภิญโญ คุณปราบดา ก็นึกถึงปรากฏการณ์ที่คนหนุ่มสาวบางคนหรือหลายคนก็ตามพยายามจะสร้างที่ยืนในสังคมด้วยความที่พยายามจะแอ๊คว่าเป็นคนหัวก้าวหน้า เสรีนิยม เป็นแองกรี้ยังแมน เป็นพวกแอนตี้เอสเตอร์บลิส สร้างที่ยืนด้วยวิธีการแบบนี้ คือบางคนมีอุดมการณ์จริง และบางคนแสดงออกถึงอุดมการณ์พวกนี้อย่างนอบน้อมอย่างสุภาพ เข้ากับกาละเทศะ แต่บางคนแสดงออกถึงความก้าวหน้าแบบไร้กาละเทศะและด้วยความก้าวร้าวฟูมฟาย คุณจิตตนาถที่เป็นคนหนุ่มเหมือนกันอยากจะฝากถึงคนหนุ่มสาวพวกนี้อย่างไรบ้าง

จิตตนาถ- ผมไม่ฝากหรอกครับเพราะว่ามันคงไม่มีประโยชน์ ก็ไม่ฝากอะไรทั้งนั้น เพียงแต่ว่าสำหรับผม ผมไม่ต้องการที่ยืนในสังคม ผมไม่ต้องการเป็น Somebody ในสังคม ฉะนั้นเวลาผมคิดอะไรผมคิดออกมาจากใจ และวิเคราะห์จากเหตุจากผล ผมก็จบเมืองนอกและผมก็ได้เห็นจากประสบการณ์ว่า สิ่งที่ตะวันตกสอนมาความเป็นจริงเป็นอย่างไร ไม่ใช่สักอย่าง เรื่องเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่สักอย่าง ผมได้มารับทราบปัญหาจริงๆของบ้านเมือง เลยรู้ว่ามันควรจะเป็นอย่างนี้นะ ไอ้พวกเป็นหัวก้าวหน้า อยากจะเปลี่ยน คือเขาเรียกว่าปัญญาชนพ็อกเกตบุ๊ก เขามีฉายา ปัญญาชนพ็อกเกตบุ๊ก คือจิ้นอย่างเดียว จินตนาการ แต่ว่าไม่เคยจะไปดูความเป็นจริง ไม่เคยดูในมิติต่างๆ นี่ผมบอกว่ามันยังมีมิติตั้งกี่มิติ พวกนี้ก็คิดว่าเป็นแบบนี้แบบเดียว

เติมศักดิ์- คือกอดคัมภีร์กอดตำรา

จิตตนาถ- และก็อยากจะสร้างทฤษฎีใหม่ๆแต่ไม่ดูความเป็นจริง และไม่เข้าใจด้วยว่าทุกอย่างต้องมีสเต็บ อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ บางทีก็ยังปรามคุณสมศักดิ์ เจียมฯ ว่ามันเร็วเกินไป ผมก็อยากจะปรามของอาจารย์เหมือนกัน อาจารย์ก็เร็วเกินไปครับ อาจารย์ก็อยู่ในโลกของความฝันจนเกินไป มันไม่ใช่อย่างนั้น และเราก็อย่าไป Under estimate อย่าไปดูถูก หรือประเมินคนอื่นต่ำจนเกินไป ทุกอย่างมีการปรับตัว ทุกอย่างพัฒนา และเราก็เห็นมาตลอดเวลา เพียงแต่คุณก็แค่ไม่ยอมรับความจริงแค่นั้น

เติมศักดิ์- สุดท้ายอยากจะฝากอะไรกับเรื่องสื่อสาธารณะ และกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทยบ้าง จากที่เราได้คุยกันมาทั้งหมด

จิตตนาถ- ผมว่าเรื่องของสถาบันเราก็พูดมาค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว และจะเห็นเลยว่า ผมพูดในแง่มุมที่ค่อนข้างจะ Open พอสมควร ไม่ใช่ว่าผมเป็น Royalist แบบอันนี้แตะไม่ได้ อันนี้แตะไม่ได้ ผมก็ชี้แจงว่า วิพากษ์วิจารณ์ปัจจุบันมีอยู่แล้ว คือผมพยายามที่จะแก้วาทกรรมพวกนี้อยู่ใช่ไหมครับ เรื่องสถาบันจบเรียบร้อยแล้ว เรารู้แล้วว่าทำไม แต่เรื่องของสื่อสาธารณะควรที่จะเอาเรื่องของที่มันเป็นเรื่องหลักๆ ของประเทศที่มันกำลังจะล่มสลาย คุณรู้หรือเปล่าเมืองไทยกำลังจะล่มสลายจากอะไรบ้าง ทำไมน้ำมันแพง ฝรั่งหัวดำคนไหนถือหุ้นอยู่ คุณไม่ได้ Test คุณไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องน้ำมันแพง ทำไมค่าครองชีพเมืองไทยถูกกว่าอเมริกา ทำไมเราต้องใช้น้ำมันแพงกว่าอเมริกา ค่าครองชีพไทยถูกกว่าสิงคโปร์ ทำไมได้ใช้น้ำมันแพงกว่าสิงคโปร์ ทั้งๆ ที่เราก็มีโรงกลั่นเหมือนกับเขา คุณไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องนี้ ปตท.กำไรจริงหรือเปล่า บริษัทลูกมันผ่องใครไปอะไรอย่างไรถูกไหมครับ จะทำอย่างไร ปตท.ถึงได้ ถ้า ปตท.กลับมาน้ำมันควรจะถูกลงหรือไม่ หรือว่าถ้าเกิดว่าเราเจรจาเรื่องสัมปทานน้ำมันใหม่ เราควรจะแบ่งสัดส่วนกันใหม่เหมือนที่ลาตินอเมริกามา แล้วเอาเงินตรงนี้จะมาประชานิยม จะมาจำนำข้าว จะมาทำอะไรที่อยากทำ คุณควรที่จะทำเรื่องแบบนี้ไหม หรือคุณควรจะทำเรื่องของยุทธศาสตร์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มันกำลังลิงก์อยู่กับเขมรในเรื่องของมหาอำนาจทางตะวันตก พยายามที่จะเข้ามาแบบนี้ไหมหรือคุณควรจะทำเรื่องของขบวนการล้มเจ้าที่มันมีที่มาที่ไปแบบนี้ไหม

นั้นคือปัญหาหลักของประเทศในแต่ละเรื่องใช่ไหมครับ ทั้งปากท้อง ทั้งเรื่องของอธิปไตย และความมั่นคง ใช่ไหมครับ และเรื่องของเศรษฐกิจด้วย เศรษฐกิจโลกตอนนี้มันกำลังจะล้มแล้วนะ คุณรู้หรือเปล่าว่า ทองมันมีคนแอบควบคุมมันอยู่ ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นคุณเป็นสื่อสาธารณะควรจะเอาเรื่องเร่งด่วนพวกอย่างนี้มาพูด ไม่ใช่เอาเรื่องแบบนี้ เอาเรื่องในร้านกาแฟ ร้านจิบน้ำชาแบบนี้มาพูด ซึ่งถ้าเกิดวันไหนผมได้เจอคุณภิญโญ หรือแกมาจิบน้ำชากับผม คงจะได้ถกกันเรื่องแบบนี้ พี่มีคำตอบให้ผมเรื่องพวกนี้ไหม พี่ตอบโจทย์ให้ผมเรื่องพวกนี้หน่อยได้ไหม

เติมศักดิ์- จะมีโอกาสไหม

จิตตนาถ- แล้วแต่เขาครับ เขามาผมก็คุยด้วยอยู่แล้ว ผมยืนยันนะครับ ผมไม่ได้โกรธไม่ได้อะไรเขา

เติมศักดิ์- นี่คือมุมมองจากคนทำสื่อถึงสื่อด้วยกัน เป็นโจทย์ใหญ่เป็นคำถามใหญ่ๆ เป็นข้อเรียกร้องใหญ่ๆ ที่ทีวีสาธารณะต้องตอบสังคมนะครับ วันนี้ขอบคุณมากคุณจิตตนาถครับ

จิตตนาถ- ขอบคุณครับ

เติมศักดิ์- คนเคาะข่าวลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น