xs
xsm
sm
md
lg

"อากง SMS" เป็นเครื่องมือ และเป็นเหยื่อของพวกล้มเจ้า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คดี "อากง SMS" ถูกขบวนการจ้องล้มเจ้า ที่บังหน้าด้วยการเคลื่อนไหวให้มีการยกเลิก หรือแก้ไข มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นำไปกระพือ ขยายผลเกินความเป็นจริง และมีการบิดเบือน ตัดทอนข้อมูล ให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า "อากง" คือ ผู้บริสุทธิ์ ที่ถูกลงโทษอย่างรุนแรง เพราะ มาตรา 112 เป็นต้นเหตุ

คดี "อากง SMS" ยังเป็นโอกาสให้ หญิงร่านแห่งล้านนา สบช่อง อ้างเป็นเหตุ "แก้ผ้า" โชว์ในโลกไซเบอร์ สมใจอยาก

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักรัฐศาสตร์ สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาแห่งสิงคโปร์ เปิดแคมเปญฝ่ามือ "อากง" บนเฟซบุ๊ก รณรงค์ให้เขียนคำว่า "อากง" บนฝ่ามือ แล้วถ่ายรูปมาโพสต์ในเฟชบุ๊ก เพื่อสร้างกระแสความเคลื่แนไหวให้ปล่อย "อากง"

ปวิน จะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมอุดมการณ์กับคนในขบวนการล้มเจ้าหรือไม่ เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ดี แต่ข้อมูลที่เขาสื่อออกมานั้น คิดเอาเองว่า "อากง" เป็นเหยื่อ กฎหมาย มาตรา 112 "อากง" ซึ่งความจริงแล้ว อายุแค่ 61 ปี ไม่น่าจะมีความชำนาญในการใช้โทรศัพท์มือถือ และส่ง SMS และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ การส่ง SMS เพียง 4 ครั้ง มีโทษจำคุกถึง 20 ปี ในประเทศไทย

ปวิน พยายามเอา ฝ่ามือของตนที่เขียนคำว่า "อากง" ปิดบังข้อเท็จจริงไม่ให่ประชาชนรับรู้
"อากง" หรือ นามสมมติ "อำพล" ชายวัย 61 ปี ถูกกล่าวหาว่า ส่ง SMS ข้อความเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไปเข้าโทรศัพท์ของนายสมเกียรติ ครองวัฒนะสุข เลขานุการส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 4 ครั้ง ระหว่างวันที่ 9-22 พฤษภาคม 2553 ในช่วงที่ คนเสื้อแดงกำลังจุดไฟเผาเมือง
ศาลอาญาตัดสินจำคุก "อากง" 20 ปี ตามมาตรา 112 และกฎหมายความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

การบิดเบือนประเด็นว่า ส่ง SMS ครั้ง ถูกลงโทษหนักจำคุกถึง 20 ปี ก็ไม่ต่างอะไรจากตรรกะแบบบิดๆเบี้ยวๆที่ว่า "ทักษิณ แค่เซ็นชื่อ ยินยอมให้เมียไปซื้อที่ดิน ทำไมต้องติดคุก 2 ปี" หรือ "สมัคร หลุดจากตำแหน่ง เพียงเพราะไปทำกับข้าวออกรายการทีวี" ซึ่งเป็นการบิดเบิอนข้อเท็จจริงที่ว่า การกระทำที่พยายามอ้างกันว่า ไม่เห็นจะเป็นความผิดตรงไหนนั้น แท้จริงแล้ว มีกฎหมายบัญญัติว่า เป็นความผิด ด้วยเหตุผลที่กระจ่างชัด และกำหนดบทลงโทษไว้ชัดเจน ผู้พิพากษาไม่ได้คิดเอาเองตามใจชอบ

"อากง" ไม่ได้ผิดเพราะส่ง SMS ที่ผิดเพราะส่งข้อความอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และข้อความนั้น เข้าข่ายการดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ และเป็นการทำความผิดอย่างเดียวกัน ซ้ำซากถึง 4 ครั้ง จึงถูกลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวมเป็น 20 ปี ทั้งๆที่ ศาลอาจจะลงโทษมากกว่านี้ก็ได้ เพราะความผิดตามมาตรา 112 มีโทษจำคุกระหว่าง 3-15 ปี

หาก "อากง" ส่ง SMS เพียง 2 ครั้ง ก็จะติดคุกเพียง 10 ปี ถ้าส่งครั้งเดียว ก็ติด 5 ปี และหากอากงรับสารภาพ ก็จะได้รับการลดโทษกึ่งหนึ่ง และอาจจะได้รับการรอการลงโทษ ก็ได้ เหล่านี้คือ กระบวนการพิจารณาโทษตามปกติของศาล หาใช่การกลั่นแกล้งหรือความอยุติธรรมที่ "อากง" ได้รับไม่

แต่เมื่อไม่รับว่าผิด และไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาจนศาลสิ้นสงสัยได้ ก็ไม่มีเหตุมนการลดโทษ รอการลงโทษ

คำให้การปฏิเสธของอากงนั้น ผู้ที่ได้อ่านสรุปคำพิพากษาทั้งหมด ก็น่าจะเห็นว่า แค่คำให้การของ ที่ว่า เคยนำโทรศัพท์ที่เสียไปซ่อม แต่วันเวลาที่นำไปซ่อม ที่อ้าง 2 ครั้ง ก็ไม่ตรงกัน และข้ออ้างว่า จำไม่ได้ว่าไปซ่อมร้านไหน ทั้งๆที่ต้องไปส่ง ไปรับโทรศัพท์ทีร้านถึงสองครั้ง ก็ทำให้คำให้การของ อากง หมดความน่าเชื่อถือไปเลย

ในขณะที่ การพิสูจน์ทางเทคนิคว่า หมายเลขอีมี่ หรือรหัสประจำเครื่องโทรศัพท์ของอากง อาจถูกผู้อื่นปลอมแปลงนั้น ก็ได้มีการพิสูจน์กันต่อหน้าศาลว่า หมายเลขอีมี่ นั้น เป็นของโทรศัพท์ของ "อากง" จริง ทั้งยังจับได้ว่า มีการเปลี่ยนซิมจากเครือข่ายทรู เป็นซิมดีแทค ในช่วงที่มีการส่ง SMS เพื่อปกปิดหมายเลขผู้ส่ง แต่สถานที่ส่งเป็นที่เดียวกัน คือ บ้านของ "อากง" นั่นแหละ

ข้อเท็จจริง อันเป็นพยานแวดล้อมเหล่านี้ ถูกนายปวิน และผู้ที่ร่วมแห่แหน กระพิอกระแส "อากง SMS" ตัดตอน และบิดเบือนให้เป็นว่า หมายเลขอีมี่ เป็นหลักฐานที่อ่อน ไม่น่าจะรับฟังได้

"อากง" จะคิดอย่างไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จะเป็นผู้ส่ง SMS ด้วยตัวเอง หรือมีผู้อื่นส่งให้ก็ตามแต่ วันนี้ เขาคือเหยื่อของขบวนการล้มเจ้าที่น่าสงสาร ชะตากรรมของเขา ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกแยก ที่น่าอดสูที่สุดคือ ถูกหญิงร่านแห่งล้านนา ฉวยโอกาส แก้ผ้า โชว์เสียเลย

"อากง" มีเมีย มีลูก มีหลานเด็กๆที่กำลังโต พวกเขาเหล่านี้ รวมทั้งญาติมิตร น่าจะได้เตือนสติอากง อย่าได้ให้ใครมาใช้ชีวิต และอิสรภาพของตน มาสร้างกระแสทางการเมือง เพื่อบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ อากง รู้จักพวกที่ชื่อ ปวิน สมศักดิ์ ชาญวิทย์ ฯลฯ หรือ เมีย ลูกและหลานต่างหากละ คือคนที่รักและหวังดีกับเรา หากอากงไม่เห็นแก่ตัวเอง ก็จงเห็นแก่บุคคลอันเป็นที่รักเหล่านั้น อย่าให้หัวใจของพวกเขาต้องติดคุกด้วย หากสำนึกผิด และขอพระราชทานอภัยโทษเสีย เชื่อว่า พระมหากรุณาธิคุณนั้น ไม่มีที่สิ้นสุด อากง จะได้กลับคืนสู่ครอบครัวอันเป็นที่รักได้ ในไม่ช้า
เว็บหมิ่นบน facebook “อนุดิษฐ์” มีปัญญาแค่อย่ากด LIKE
เว็บหมิ่นบน facebook “อนุดิษฐ์” มีปัญญาแค่อย่ากด LIKE
“กระทรวงวอนประชาชน ถ้าพบเห็นการโพสต์ข้อมูล และข้อความหมิ่นสถาบัน กรุณาอย่ากด Like หรือคอมเมนต์ เพราะจะเป็นการสร้างกระแส และเผยแพร่ทางอ้อม สุดท้ายทำให้เพื่อนที่อยู่กลุ่มเฟซบุ๊กเห็นข้อความดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาเพียงระยะเวลา 2-3 วัน การหมิ่นสถาบันการกระจายรวดเร็วมาก เพราะมีการเชื่อมโยงในกลุ่มเพื่อน เช่น ในเฟชบุ๊ก 1 คน มีเพื่อน 10,000 คน ก็จะได้เห็นและได้รับทราบข้อความนั้นทันที ฉะนั้นวอนประชาชนอย่ากด Like หรือประณาม ให้แจ้งยูอาร์แอลต่อกระทรวงไอซีทีทันที ถ้าหากร่วมกด Like ด้วย จะเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550 ทันที”
กำลังโหลดความคิดเห็น...