xs
xsm
sm
md
lg

“สาธิต” ชวน พท.ทำสัตยาบัน โชว์ตัวผู้สมัคร 16 เม.ย. แย้มทำบัญชีแบน ส.ส.โดดร่มแล้ว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยทำสัตยาบรรณทางการเมืองร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้ง พร้อมกับเรียกร้องให้ สส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเข้าร่วมการประชุมให้พร้อมเพรียงกัน ไม่ใช่ออกมากล่าวใส่ร้ายกันไปกันมา ที่พรรคประชาธิปัตย์
กรรมการบริหารประชาธิปัตย์ยันพรรควางตัวผู้สมัครแล้วกว่า 80% มีหน้าเก่าผสมหน้าใหม่ เปิดออเดิร์ฟ 16 เม.ย.นี้ วอน “เจ๊มิ่ง” พาเด็กมาประชุมสภา ชวนเพื่อไทยลงสัตยาบันยอมรับผลเลือกตั้ง อย่าก่อม็อบ แต่ไม่รวมพรรคอันดับ 1 ต้องตั้งรัฐบาล จี้ตำรวจจับซื้อเสียงทุกกรณี แย้มทำบัญชีแบน ส.ส.โดดประชุมบ่อยไว้แล้ว ซัด “พิชัย” หน้าไม่อาย


วันนี้ (3 เม.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการเตรียมพร้อมเลือกตั้งว่า ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการอำนวยการการเลือกตั้ง โดยในพรรคประชาธิปัตย์โดยความพร้อมในการวางตัวผู้สมัครขณะนี้มีถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์ โดยในภาคกลางร้อยละ 90 ของผู้สมัครเป็นผู้สมัครเก่า นอกนั้นเป็นผู้ที่เคยส่งสมัครแล้วแต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง และผู้สมัครหน้าใหม่ในโครงการฟิวเจอร์ไทยแลนด์ลีดเดอร์ ที่จะเข้ามาสู่ถนนนักการเมือง ในส่วนของภาคกลางนั้นพรรคต้องการรักษาที่นั่งเดิมไว้ให้ได้ และเพิ่มที่นั่งในจังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ในส่วนของศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง พรรคจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการหลังสงกรานต์คือวันที่ 16 เม.ย. เพื่อวางแผนงานเช่น การจัดตั้งแกนนำ การปราศรัย เป็นต้น

ส่วนกรณีที่สภาล่มในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นายสาธิตกล่าวว่า ขอเชิญชวนให้พรรคเพื่อไทยที่มีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้าน โดยในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติด้วยกัน เข้าร่วมการประชุมสภา ซึ่งเหลือเวลาเพียง 1 เดือนเต็ม เพื่อให้พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นคู่แข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าร่วมประชุมให้ครบองค์ประชุมเพื่อพิจารณากฎหมายสำคัญให้ผ่านสภาก่อนที่จะยุบสภา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายลูก 3 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ

นายสาธิตยังกล่าวว่า ขอเชิญชวนพรรคเพื่อไทยร่วมกันทำสัตยาบันร่วมกันเพื่อยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะไม่ต้องการให้มีการชุมนุมใหญ่เกิดขึ้น เพราะคนเหล่านั้นไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง จึงขอให้ทำสัตยาบันร่วมกันเพื่อให้ยอมรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และขอให้พรรคเพื่อไทยคุยกับคนเสื้อแดง ไม่ให้ออกมาชุมนุมในสถานที่สำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หรือสถานที่ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนและเกิดความเบื่อหน่าย แต่หากจะมีการชุมุนมในสถานที่ส่วนตัว เช่น สนามหลวง หรือโบนันซ่า ก็สามารถชุมนุมได้ เพราะไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเพื่อตอบสนองตามที่นายกฯ ประกาศยุบสภา นำสู่การณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย

นายสาธิตกล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องไปยังองค์กรที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อาทิ กกต. ต้องยึดหลักพิจารณาผู้ถูกร้องเรียนด้วยหลัก “เชื่อได้ว่ามีความผิด” ตามที่กฎหมายลูกกำหนด อย่าไปยึดพยานหลักฐานแบบกระบวนการปกติ และขอเรียกร้องให้ตำรวจต้องจับผู้ซื้อเสียงทุกกรณี เพราะตนในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ พบว่า ตำรวจ 80-90% มีข้อเสียคือไม่จับฝ่ายใด โดยอ้างว่าเป็นเรื่องการเมือง และกลัวว่าจะเดือดร้อนเวลาฝ่ายไหนขึ้นมามีอำนาจ ซึ่งเป็นทัศนคติไม่ถูกต้องเพราะการซื้อเสียงมีความผิดทางอาญา และขอเรียกร้องข้าราชการวางตัวเป็นกลาง เหล่านี้ถ้าทำได้ความเชื่อมั่นจะกลับมา

เมื่อถามว่า แสดงว่ายอมรับว่าฝ่ายรัฐบาลคุมเสียงในสภาไม่ได้ นายสาธิตกล่าวว่า ที่เชิญชวนไปนั้น พรรคเพื่อไทยจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติก็แล้วแต่ แต่ขอให้ตระหนักว่าการประชุมเป็นหน้าที่ของส.ส.ทุกคน เวลาสภาล่ม ประชาชนไม่ได้ด่าพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ด่านักการเมืองทั้งหมด และจะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายการเลือกตั้ง ถ้าในประเทศมีคน 2 ส่วน คือ เอาเลือกตั้งและไม่เอาเลือกตั้ง ประเทศก็เดินหน้าไม่ได้ ฉะนั้นต้องให้มีการเลือกตั้ง จะงดเว้น หรือหยุดพักไม่ให้มีเลือกตั้งไม่ได้

“แต่ละพรรคขาดคละกันไป การประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่ล่มครั้งแรก เพราะมี ส.ว.เห็นต่าง ซึ่งไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน ส่วนการประชุมสภาอีก 2 ครั้งที่ล่มเพราะมีความเห็นต่างเรื่องร่าง พ.ร.บ.การยาง อย่างไรก็ดี มีบางคนเซ็นชื่อแล้วไม่อยู่ บางคนก็ไปช่วยน้ำท่วม แต่สำหรับคนที่ขาดบ่อยๆ ก็ขอเชิญชวนทุกพรรคไม่ต้องส่งผู้นั้นลงสมัครเลือกตั้ง โดยพรรคประชาธิปัตย์จะทำเป็นตัวอย่าง เพราะตอนนี้ทำบัญชีต้องห้ามไว้แล้ว” นายสาธิตกล่าว

เมื่อถามว่า สัตยาบันรวมถึงการตกลงร่วมกันว่าพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 ไม่ว่าจะเกินครึ่งหรือไม่ ต้องได้จัดตั้งรัฐบาลก่อนหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ไม่รวมถึงเรื่องนี้ ระบอบประชาธิปไตยในสากลไม่ได้มีหลักเกณฑ์ชัดว่าพรรคอันดับ 1 ต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเสมอ หลายครั้งที่อันดับ 1 ไม่ได้จัดตั้งเสมอไป แต่อยู่ที่ใครจะรวมเสียงข้างมากได้ และเรื่องนี้ขึ้นกับผู้นำพรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจประกาศหรือไม่ประกาศสัตยาบันในเรื่องนี้ แต่ไม่มีใครผูกมัด

ผู้สื่อข่าวแย้งว่า แต่เป็นมารยาทของระบบรัฐสภาทั่วโลกที่เปิดให้พรรคอันดับ 1 มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลก่อนเหมือนสมัยนายชวน หลีกภัย แพ้พรรคความหวังใหม่แค่ 1-2 เสียง นายสาธิตกล่าวว่า นั่นเป็นธรรมเนียมสมัยนายชวน และมารยาทก็เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล แต่ไม่ถือเป็นกติกาหรือบรรทัดฐาน

ส่วนกรณีที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าการที่หุ้นขึ้นเพราะต่างประเทศเชื่อมั่นการเลือกตั้งที่จะมาถึงที่มีสื่อหลายแขนงวิเคราะห์ว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งนั้น นายสาธิตกล่าวว่า ไม่รู้ว่าผู้พูด พูดมาได้อย่างไร หน้าไม่อาย ตรรกะผิดพลาด เพราะต่างประเทศจะไปเชื่อมั่นฝ่ายค้านที่ไม่ได้บริหารประเทศได้อย่างไร ทั้งนี้ บริษัทเครดิตสวิสวิเคราะห์ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะชนะเลือกตั้ง แต่พรรคไม่เคยเอามาหาประโยชน์ นอกจากนี้ ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ได้ข้อมูลจากเวทีสัมมนานักลงทุนต่างชาติว่า 2 พรรคจะแข่งสูสี นอกจากนี้ นักลงทุนยังสอบถามเรื่องการเมืองน้อยลง และมีข้อพิสูจน์ว่า ปี 53 แม้การเมืองจะแรงมาก แต่บริษัทได้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์สูงขึ้น ฉะนั้นที่หุ้นขึ้นจึงหมายความว่า การเมืองเริ่มนิ่ง เศรษฐกิจเริ่มแข็งแรงจากที่รัฐบาลนี้บริหาร และนายกฯประกาศยุบสภาให้ประชาชนตัดสินใจผ่านเลือกตั้ง หุ้นจึงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจบการแถลง นายสาธิตได้นำป้ายข้อความ 3 ใบ มีใจความว่า “ได้แต่ด่า” “เท้าราน้ำ” “งานไม่ทำ” มาแสดง โดยระบุว่าหากพรรคเพื่อไทยไม่ประกาศสัตยาบันจะเอาคนไปยกป้ายใส่บ้างเพื่อให้รู้ว่าถ้าโดนแบบนี้บ้างแล้วจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งไม่ใช่เป็นการโต้ตอบกันไปมาจนไม่มีที่สิ้นสุด แต่เป็นการตอบโต้ทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องปกติ

กำลังโหลดความคิดเห็น