“นช.แม้ว” ตะแบงทวีตขมขื่น กล่าวหา คตส.วางแผนปล้นทรัพย์ ประณาม “ศาล” โหดเหี้ยมเกินมนุษย์ คนไม่ได้ทำผิดก็หาเรื่องยัดเยียด ย้ำไม่เคยทำรัฐเสียหายกรณีแปลงสัญญาสัมปทานเอไอเอส แต่โดนใส่ร้ายป้ายสี แสร้งรักประชาธิปไตย บอกแม้โดนยึดทรัพย์ก็ไม่ท้อ พร้อมสู้อำมาตย์ต่อ
หลังการตัดสินคดียึดทรัพย์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
วันนี้ (27 ก.พ.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษชายหลบหนีคดีอาญาและอดีตนายกรัฐมนตรีผู้โกงชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ในนาม Thaksinlive แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ หลังจากที่ฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ตัดสินยึดทรัพย์ที่งอกเงยมาจากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ รวมทั้งเงินปันผลที่ได้จากการขายหุ้น รวมทั้งสองส่วนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 46,373 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการสังเกตของผู้สื่อข่าวพบว่า ในทวิตเตอร์ พ.ต.ท.ทักษิณ เต็มไปด้วยข้อความที่พรั่งพรูระบายความอัดอั้นตันใจ หลังจากที่ได้ฟังคำตัดสินคดีดังกล่าว โดยข้อความแรก พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า “สุดๆ แล้วครับ การเมืองไทยและกระบวนการยุติความเป็นธรรมไทย ตัวอย่างง่ายๆ กรณีบริษัทจ่ายค่าตอบแทนรัฐ 25% ผ่าน ทศท. ซึ่งรัฐเป็นเจ้าของ 100% ต่อมามีแผนจะกระจายหุ้น เพื่อให้รัฐถือหุ้นไม่ถึง 100% ก็จึงเอา 25% มาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ให้จ่าย ทศท. 15% จ่ายเป็นภาษีสรรพสามิต 10% รัฐก็ยังได้ 25% เท่าเดิม”
พ.ต.ท.ทักษิณ โพสต์ข้อความต่อว่า “บริษัทจ่ายเท่าเดิมคือ 25% เพียงเอามาจ่ายให้รัฐ 2 ที่ คือ ทศท.15% และกรมสรรพสามิต 10% หาว่าผมทำให้รัฐเสียหาย ก็ไม่รู้ว่าเสียหายตรงไหน และบริษัทได้ประโยชน์ตรงไหน”
ต่อจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ โพสต์ข้อความปฏิเสธการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐว่า “คนจ่ายคงจ่ายเท่าเดิม เพียงรัฐแยกกระเป๋าเป็น 2 ใบ รวมแล้วก็ได้รับเท่าเดิม ผมคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าผมทำให้รัฐเสียหายตรงไหน ตั้งใจหาเรื่องกันจริงๆ”
“แล้วนี่เอาเงินจากบัญชีลูกผมไปหมด โดยถือว่าเป็นส่วนราคาหุ้นที่เพิ่มตอนช่วงผมเป็นนายกฯ บอกว่าหุ้นเป็นของผม ไม่ใช่ของลูกและทำไมจะมาเรียกภาษีจากลูก”
“ผมทำอะไรผิดร้ายแรงมากถึงขนาดยึดเงินครอบครัวที่บรรลุนิติภาวะ ที่กฎหมายถือเป็นคนละคนกันและไม่ใช่นักการเมืองถึง 46,000 ล้านบาท และจะตามภาษีอีก”
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้โพสต์ข้อความพาดพิงถึงการทำงานของ คตส. ว่าอาจมีการวางแผนปล้นทรัพย์ตนเองมานานแล้ว “ต้องช่วยกันติดตามว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไป 25% เป็นรางวัล คตส.ตามที่เคยออกระเบียบไว้หรือไม่ 25% = 11,500 ล้าน ถ้าเป็นจริงแสดงว่าวางแผนปล้นไว้นานแล้ว”
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เลือกตอบคำถามแฟนคลับคนเสื้อแดงที่เล่นทวิตเตอร์ อาทิ ผู้เล่นนาม @shrink1978 พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์ข้อความตอบว่า “ถ้าเป็นพวกอำมาตย์ทำอะไรก็ไม่ผิดครับ ผมบอกแล้วครับ ถ้าไม่ popular จะทำอะไรก็ไม่ว่า ตอนนี้อำมาตย์ต้องการพวกใคร ก็รับหมดขอให้ออกจากผมไป”
สำหรับผู้เล่นนาม @PSoTa ได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งนักโทษชายได้โพสต์ข้อความตอบกลับว่า “ขอบคุณครับ ผมไม่ท้อหรอก เพียงแต่งงว่าทำไมเขาโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ ผมคิดแบบนี้ไม่ได้คนไม่ผิดหาเรื่องยัดเยียดเฉย รัฐไม่เสียหายก็ว่าเสียหาย”
ส่วนผู้เล่นนาม @Jaakorn พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงอาการไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล โดยโพสต์ข้อความตอบผู้สนับสนุนไปว่า “ขอบคุณครับ ผมซึ้งใจแต่ก็มีความรู้สึกบ้าง เพราะทำมาหากินมาทั้งชีวิต มันตั้งคนมา 9 คนด่าๆ ไปมั่วๆ ไป แล้วก็สั่งยึดไปเลยดูมันง่ายจริงๆ ไทยแลนด์”
ขณะที่ ผู้เล่นนาม @pitt_voice พ.ต.ท.ทักษิณ ย้ำคิดย้ำทำด้วยฝังความเชื่อผิดๆให้แก่แฟนคลับคนเสื้อแดง เกี่ยวกับระบอบอำมาตย์ โดยเสนอทางออกของบ้านเมือง ว่าอยู่ที่ “ประชาธิปไตยเท่านั้น เพราะจะมีระบบถ่วงดุลของอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 สาขา คือ นิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ทุกวันนี้อำนาจไปอยู่ที่อำมาตย์”
จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บรรยายความรู้สึกว่า ที่พล่ามพรรณนามาทั้งหมดว่า ต้องการแสดงให้รู้ หัวใจทำด้วยก้อนเนื้อ มันรู้สึกเจ็บปวด ดังนั้น จึงพร้อมลุกขึ้นสู้ เคียงข้างคนไทยที่รักประชาธิปไตยและความยุติธรรมต่อไป โดยปิดท้ายการเล่นทวิตเตอร์ครั้งนี้ด้วยข้อความขอบคุณกำลังใจและความเข้าใจจากผู้ที่สนับสนุน พร้อมทั้งขอตัวไปนอน โดยอ้างว่าอีกเดี๋ยวต้องไปประชุม
อนึ่ง วานนี้ (26 ก.พ.) ในกรณีการแก้สัญญาสัมปทานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอไอเอส บริษัทในเครือชินคอร์ปนั้น ศาลฎีกาฯ ได้ตัดสินโดยระบุอย่างชัดเจนว่า ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในการตรา พ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับ และ ออกประกาศกระทรวงการคลัง รวมทั้งมีมติคณะรัฐมนตรีให้นำภาษีสรรพสามิตหักออกจากค่าสัมปทาน ซึ่งเป็นการกีดกันผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายใหม่ การกระทำอันเป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัท ชินคอร์ป จนเป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหาย



