ไทยส่งทหารกัมพูชากลับประเทศ 1 นาย หลังควบคุมตัวไว้ช่วงสู้รบรอบ 2 เมื่อ 24 ธ.ค.68 ญาติตะลึง เพราะคิดว่าเสียชีวิตและจัดพิธีทำบุญให้ไปแล้ว ขณะภาคประชาชน-ฝ่ายค้านเขมร จวกยับ “พ่อลูกฮุน” ปกปิดข้อมูล ไม่จัดพิธีต้อนรับใหญ้โตเหมือน 18 ทหารที่ถูกควบคุมตัวรอบแรก พร้อมจี้เปิดเผยตัวเลขทหารเขมรเจ็บ-ตาย เพราะครอบครัวญาติพี่น้องกำลังรอฟังข่าวด้วยความสิ้นหวัง
เว็บไซต์ TFA Khmer ในเครือข่ายวิทยุเอเชียเสรี(Radio Free Asia-RFA) รายงานเมื่อวันที่ 21 ม.ค.2569 ว่า กลุ่มนักเฝ้าระวังทางสังคมและนักเคลื่อนไหวพรรคฝ่ายค้านของกัมพูชา เรียกร้องให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และนาย ฮุน เซน ยุติการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตและสูญหาย เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวทหารและประชาชนกัมพูชา การเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นหลังจากทหารไทยส่งตัวทหารกัมพูชานายหนึ่งกลับประเทศ ทั้งที่ครอบครัวเข้าใจว่าเขาเสียชีวิตจากการสู้รบ และได้ประกอบพิธีทำบุญตามประเพณีไปเรียบร้อยแล้ว
นายกิม สุข โฆษกรัฐบาลกัมพูชาอิสระ “23 ตุลาคม” ระบุว่า รัฐบาลของนายฮุน มาเนต และนายฮุน เซน ทราบดีถึงจำนวนทหารกัมพูชาที่เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหาย แต่รัฐบาลพ่อลูกคู่นี้กลับปกปิดข้อมูลมาโดยตลอด แม้กระทั่งกรณีที่ทหารไทยควบคุมตัวทหารกัมพูชาไว้ในช่วงการสู้รบครั้งที่ 2 รัฐบาลของนายฮุน มาเนต ก็ยังพยายามปิดบัง และเพิ่งเปิดเผยข้อมูลเมื่อฝ่ายไทยส่งตัวทหารกัมพูชากลับประเทศแล้วเท่านั้น
นายกิม สุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ในสงครามครั้งที่ 2 นั้นเป็นที่แน่ชัดว่าฝ่ายไทยได้ควบคุมตัวทหารกัมพูชาไว้ แต่รัฐบาลของนายฮุน มาเนต พยายามปกปิดเรื่องนี้
“การปล่อยตัวทหาร 18 นายที่ถูกจับในครั้งแรก มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงออกไปรอต้อนรับ เพราะไม่สามารถปิดบังประชาชนได้ แต่การปล่อยตัวทหารกัมพูชา 1 นายหลังสงครามครั้งที่ 2 กลับไม่มีพิธีต้อนรับใหญ่โตเหมือนก่อน เนื่องจากรัฐบาลพ่อลูกได้ปกปิดข้อมูลจากประชาชนกัมพูชาไปแล้ว จึงไม่กล้าจัดงานใหญ่” นายกิม สุข กล่าว
ความเห็นของนายกิม สุข มีขึ้นหลังจากสื่อในประเทศรายงานว่า ร้อยตรี เกียรติ สีมาก รองหัวหน้าสถานีตำรวจปกครองก๊กกะถิน สังกัดสถานีตำรวจอำเภอทมาปวก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบและถูกทหารไทยควบคุมตัวไว้ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ได้ถูกทหารไทยส่งตัวกลับประเทศเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 และขณะนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมิตรภาพกัมพูชา–ญี่ปุ่น
รายงานระบุว่า ครอบครัวของร้อยตรี เกียรติ สีมาก เข้าใจว่าเขาเสียชีวิตแล้ว และได้ประกอบพิธีทำบุญตามประเพณีไปเรียบร้อย กระทั่งในช่วงบ่ายของวันที่ 20 มกราคม 2569 เขากลับเดินทางถึงกัมพูชา หลังจากขาดการติดต่อไปนานกว่า 1 เดือน สร้างความตกตะลึงให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก
นายเส็ง แสนกรุณา ประธานองค์กรประชาธิปไตยกัมพูชาซึ่งตั้งอยู่ในออสเตรเลีย กล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกัมพูชาไม่คำนึงถึงความเป็นความตายของทหาร และยังแสดงให้เห็นถึงความไร้ความสามารถของผู้บัญชาการทหารในการควบคุมกองกำลังของตนเอง จนส่งผลให้กำลังพลขวัญเสีย
นายเส็ง แสนกรุณา เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับทหาร เพราะครอบครัวของทหารต่างเฝ้ารอข่าวคราวของญาติพี่น้องหลังสงครามสิ้นสุดลง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลประสานงานกับฝ่ายไทยเพื่อสอบถามข้อมูลอย่างชัดเจนว่า มีทหารกัมพูชาถูกควบคุมตัวไว้จำนวนเท่าใด
“ในทางกลับกัน พวกเราขอประณามผู้นำในภาคการป้องกันประเทศ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ขาดความใส่ใจในการสร้างความชัดเจนและความจริง เพื่อรับประกันผลประโยชน์ การดูแล การคุ้มครองชีวิต และสวัสดิภาพของทหารแนวหน้า” นายเส็ง แสนกรุณา กล่าว
ทหารกัมพูชานายหนึ่งซึ่งประจำการอยู่ตามแนวชายแดนจังหวัดอุดรมีชัย เปิดเผยกับ RFA เมื่อไม่นานมานี้ว่า ทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตในสนามรบจากสงครามกับไทยตามแนวชายแดนมีอย่างน้อย 140 นาย แหล่งข่าวเดียวกันระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวมาจากการรวบรวมข้อมูลตามหน่วยและกองพลต่าง ๆ แต่ข้อมูลเหล่านี้ถูกผู้บังคับบัญชาระดับสูงสั่งปิดไม่ให้เผยแพร่สู่สาธารณะ ขณะที่รัฐบาลกัมพูชายังไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ นักเฝ้าระวังเห็นว่า รัฐบาลควรเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับทหารที่เสียชีวิตหรือสูญหาย เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความคลางแคลงสงสัย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ครอบครัวของทหารต้องเฝ้ารอข่าวด้วยความสิ้นหวังต่อไป


