xs
xsm
sm
md
lg

ขนส่งฯ ออกกฎใหม่สั่งเข้มคนขับรถบรรทุก ห้ามขับเกิน 10 ชม./วัน ยืนยันหวังดี-ตักเตือนก่อนสั่งปรับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
กรมการขนส่งทางบกแจงยิบเกณฑ์การตรวจชั่วโมงขับรถ ย้ำต้องพัก 30 นาที ทุก 4 ชม. และรวมทั้งวันไม่เกิน 10 ชม.เพื่อกันหลับใน พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ เน้น "เตือนก่อนปรับ" หลังเจอทัวร์ลงหนักสับเละกฎหมายทำมาหากินยาก ท้าคนออกกฎลงมาดูหน้างานจริง

วันนี้ (14 ม.ค.) เพจ “กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News” ได้โพสต์ยืนหยัดเจตนารมณ์ความปลอดภัย เข้มงวดชั่วโมงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถ กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศบังคับใช้อย่างเหมาะสม เน้นสร้างความรู้ความเข้าใจ-ตักเตือน ก่อนเปรียบเทียบปรับ

กรมการขนส่งทางบกเปิดเผยว่า จากกรณีที่ได้มีมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบชั่วโมงการทำงานของพนักงานขับรถขนส่งสาธารณะและรถบรรทุก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากความเหนื่อยล้าและการหลับใน กรมการขนส่งทางบกขอชี้แจงทำความเข้าใจถึงเจตนารมณ์และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (มาตรา 103 ทวิ) ได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการขับรถ โดยระบุว่าในรอบ 24 ชั่วโมง ห้ามไม่ให้พนักงานขับรถ ขับรถติดต่อกันเกิน 4 ชั่วโมงนับแต่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่จะได้พักผ่อนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที จึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ขับรถต่อไปได้อีกไม่เกิน 4 ชั่วโมงติดต่อกัน และเมื่อรวมระยะเวลาขับรถทั้งหมดในหนึ่งวันต้องไม่เกิน 10 ชั่วโมง ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสมของพนักงานขับรถ อันเป็นสาเหตุหลักของการหลับใน และนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน กรมการขนส่งทางบกจึงต้องกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก ตระหนักและเข้าใจถึงภาระค่าใช้จ่ายรวมถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการและพี่น้องผู้ขับรถขนส่งเป็นอย่างดี จึงได้มีข้อสั่งการกำชับไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใช้ดุลยพินิจในการบังคับใช้กฎหมายตามสมควรแก่เหตุ โดยให้เน้นการตักเตือนและให้คำแนะนำเป็นลำดับแรก เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและให้โอกาสในการปรับปรุงแก้ไข หากกรณีใดจำเป็นต้องมีการเปรียบเทียบปรับ ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาอัตราโทษที่เหมาะสมตามพฤติการณ์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อรายได้และวิถีชีวิตของผู้ขับรถมากจนเกินไป โดยยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางถนนไว้

สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้มีการออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วก่อนหน้านี้ ให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือพนักงานขับรถชี้แจงเหตุผลความจำเป็นด้วยตนเองหรือทำหนังสือชี้แจงถึงเจ้าหน้าที่ผู้ออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการบังคับใช้กฎหมาย โดยหากพิจารณาแล้วมีเหตุผลความจำเป็นที่รับฟังได้ ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาว่ากล่าวตักเตือนเพื่อสร้างความตระหนักรู้และให้โอกาสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นสำคัญ แต่ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่ามีลักษณะการกระทำความผิดซ้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการใช้รถใช้ถนน ให้พิจารณาเปรียบเทียบปรับอย่างเหมาะสมต่อไป

กรมการขนส่งทางบกขอยืนยันในเจตนารมณ์ที่จะดูแลความปลอดภัยของทุกคน และขอความร่วมมือผู้ประกอบการและพนักงานขับรถ พักผ่อนให้เพียงพอและปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อร่วมกันสร้างการสัญจรที่ปลอดภัย และเป็นการ "ให้ใจ ให้ทาง ให้ความสุข" แก่ผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนทุกคน

ต่อมามีชาวเน็ตจำนวนมากไม่เห็นด้วยและร่วมแสดงความคิดเห็นหลังโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่สู่โลกออนไลน์ เช่น ตักเตือนก่อนปรับไม่มีอยู่จริง เรียกไปชี้แจง=เรียกไปจ่ายค่าปรับ, ไม่ต้องห่วงเรา เราดูแลตัวเราเองได้ ชีวิตใครใครก็รัก คนข้างหลังก็รอเราอยู่พวกเรารู้ดี และใช่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นแต่เฉพาะรถใหญ่ รถเล็กก็สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าหากประมาทหรือไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ไม่ทราบว่าใช้ดุลพินิจอะไรถึงคิดที่จะออกกฎหมายแบบนี้มาได้และเจาะจงเฉพาะรถใหญ่อีกด้วย ขอความกรุณาเถอะค่ะช่วยคิดวิเคราะห์และแยกแยะ อยากให้เข้าใจพวกเราให้มากขึ้นกว่าที่คุณคิดในตอนนี้, ผมอยากจะให้คนที่ออกกฎข้อนี้มาออกมาดูหน้างานจริงไปสิว่าเขาลำบากกันแค่ไหน ไม่ใช่แต่ออกกฎแล้วมาหากินกับรถบรรทุก ทฤษฎี /กับปฏิบัติ มันคนละอย่างกันนะ


กำลังโหลดความคิดเห็น