รองนายกฯ และ รมว.คลังสั่งจับตาทิศทางราคาน้ำมันหลังสหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา ชี้ไทยได้รับผลกระทบทางตรงน้อย ด้าน รมว.พลังงานสั่งเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด ระบุหากไม่ลุกลามและสหรัฐฯ บริหารจัดการได้ดีอาจเป็นผลบวกต่อราคาน้ำมันในระยะยาว
วันนี้ (5 ม.ค.) มีรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารและประกาศเข้าบริหารจัดการแหล่งน้ำมันดิบในประเทศเวเนซุเอลาว่า รัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยประเมินว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจหลักที่จะเกิดขึ้นคือเรื่องของ "ราคาน้ำมัน"
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าผลกระทบทางตรงต่อประเทศไทยจะมีไม่มากนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบทางอ้อมเชิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งขณะนี้ได้ประสานงานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อกำกับดูแลและเตรียมรับมือในส่วนนี้แล้ว
ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวรับลูกนโยบายดังกล่าว โดยระบุว่าในระยะสั้นได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างเป็นพิเศษ เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นรายวัน
นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไปคือ ปริมาณอุปทาน (Supply) น้ำมันในตลาดโลก เนื่องจากเวเนซุเอลาถือเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบในระดับสูง หากสหรัฐอเมริกาสามารถเข้าไปบริหารจัดการแหล่งน้ำมันดังกล่าวได้ดี ก็มีโอกาสที่จะทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น
"หากสถานการณ์ไม่รุนแรงหรือเกิดการปะทะที่บานปลายไปยังประเทศอื่น การที่อุปทานน้ำมันไหลเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจะถือเป็นปัจจัยบวก ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงได้" นายอรรถพลกล่าว
อย่างไรก็ตาม รมว.พลังงานย้ำว่าผลดีด้านราคาดังกล่าวอาจยังไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากกระบวนการเข้าไปบริหารจัดการและการนำน้ำมันขึ้นมาใช้ของสหรัฐฯ จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการอีกพอสมควร


