xs
xsm
sm
md
lg

ชูวิทย์วิเคราะห์ยาว ชมไอซ์ แต่เตือนพรรคส้ม สื่อสารพลาดเรื่องทหาร ย้ำคำพูดดูแคลนศักยภาพกองทัพทำคนโกรธ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาโพสต์ชื่นชมการทำงานของ “ไอซ์ รักชนก” ส.ส.รุ่นใหม่ พร้อมสะท้อนมุมมองต่อประเด็นการสื่อสารของพรรคประชาชนเกี่ยวกับกองทัพ โดยระบุว่าไม่ใช่เรื่อง “ทหารรับใช้” ที่สร้างความไม่พอใจในสังคม แต่เป็นถ้อยคำที่ถูกมองว่าดูแคลนศักยภาพกองทัพไทยมากกว่า

วันนี้ (5 ม.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ชื่นชม ไอซ์ รักชนก ในฐานะ ส.ส.รุ่นใหม่ที่มีความสามารถ แต่ติติงเรื่องการตอบโต้ประเด็นกองทัพ โดยมองว่าสิ่งที่ไอซ์และพรรคประชาชนพยายามชี้แจงเรื่อง "ยกเลิกทหารรับใช้" นั้นไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้คนโกรธเคือง โดยนายชูวิทย์ได้ระบุข้อความว่า

“ไอซ์ รักชนก

ไอซ์เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ฝ่าดงหินขี่จักรยานหาเสียงจนได้เข้าสภา

ทำหน้าที่โดดเด่นทั้งๆ ที่เป็น ส.ส.สมัยแรก แต่เป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วไป

ด้วยบุคลิก วาจา การเรียนรู้การเมืองทันเกม จึงกลายเป็น “ดาวฤกษ์” อย่างรวดเร็ว

ส.ส.สมัยแรกอย่างไอซ์ทำหน้าที่ได้คุ้มค่าเงินเดือนจากภาษีย่อมน่ายกย่อง

เมื่อไอซ์ชี้แจงเรื่อง “ทหารมีไว้ทำไม?” ในโซเชียลเพื่อให้เข้าใจว่า

พรรคส้มหมายถึง "ทหารมีไว้รบ ปกป้องอธิปไตย"

ไม่ใช่ "เอาทหารชั้นผู้น้อยไปตัดหญ้า ล้างห้องน้ำ ซักกางเกงในให้เมียนายพล ปรนนิบัติลูกเมียทหารผู้ใหญ่ หรือนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินเดือนมาใช้"

ไอซ์โดนคนต่อว่าไปยุ่งกับทหารทำไม? ทั้งหัวหน้าเท้งเองก็โดนแม่ค้าไล่กลางตลาดที่ขอนแก่น

แม้ไอซ์อยากจะชี้แจง แต่ชาวบ้านบางคนอารมณ์ขึ้น ไม่อยากฟัง เดินหนี ทีมงานผู้สมัครพรรคประชาชนก็โห่ไล่ชาวบ้านผู้หญิงคนนั้น

หากให้ความเป็นธรรม ในฐานะที่ไอซ์อายุยังไม่มาก ประสบการณ์ทหารยังมีน้อย หรืออาจเรียกว่าไม่มีเลยก็ได้

ได้ยินได้ฟังเรื่องทหารชั้นผู้น้อยมาจากข่าว หรือฟังมาจากคนอื่นๆ อย่างที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส.

หรือแม้แต่ฟังมาจากทหารชั้นผู้น้อยที่ประสบเรื่องราวมาด้วยตัวเองเล่าให้ฟัง

ที่ผมพูดไม่ได้มีเจตนาไปดูถูกความคิดไอซ์แต่อย่างใด

แต่ไอซ์ต้องทราบเรื่องสำคัญของทหาร คือ “สายบังคับบัญชา”

มีทหารชั้นพลทหาร ไปถึงระดับนายพล

พลทหาร คือ “ทหารเกณฑ์“ ที่ไอซ์พูดถึง

บรรดาทหารเกณฑ์เมื่อแรกเริ่มเข้ามาจะถูกใช้จริงอย่างที่ไอซ์ว่าไว้

แม้ไม่ถึงกับไปซักกางเกงในให้เมียเจ้านาย แต่การเป็นทหารรับใช้ทำงาน “สู้กับหญ้า ฆ่ากับมด” มันมีแน่นอน

และรู้ไหมว่ามันเริ่มมาตั้งแต่ยุคไหน ผมว่าธรรมเนียมปฏิบัติทหารรับใช้มีมาก่อนไอซ์และผมเกิด

วิธีการแบบ “สังคมทหาร” คงมีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

โดยปัจจุบันลดลงไปมาก แน่นอนว่ายังมีอยู่

แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เท่ากับการที่บอกว่า “ทหารมีไว้ทำไม?”

ใช่ ทหารต้องมีไว้รบเมื่อมีศึกสงคราม เกิดการรุกรานจากเพื่อนบ้านบ้าอำนาจอย่างฮุนเซน

แต่ที่พรรคส้มบอกว่า “หากมีสงคราม ก็ไม่เชื่อว่าทหารไทยจะรบชนะ”

ผมว่าตรงนี้มากกว่าที่บาดใจทหาร และคนไทย

มากกว่า ใช้ทหารชั้นผู้น้อยไปตัดหญ้า

มากกว่า ใช้ไปล้างห้องน้ำ

มากกว่า แม้กระทั่งไปซักกางเกงในให้เมียนายพล

จากสงครามชายแดนที่มีทหารบาดเจ็บล้มตาย เพราะการต่อสู้ปกป้องอธิปไตยของไทย ตรงนี้มากกว่าที่ควรถูกชี้แจงอย่างซื่อๆ ตรงๆ ตามสไตล์พรรคส้มว่า

"เป็นความผิดพลาดที่สื่อสารไปอย่างนั้น นักการเมืองพูดผิดได้ นโยบายผิดได้ ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่นักการเมืองพูดจะถูกไปเสียหมดแล้วหาทางไปแก้ตัว"

ต้องยอมรับว่าขณะนั้นพรรคส้มอาศัยกระแส “คนเบื่อลุง” โจมตีทหาร ทำให้คำพูดได้ใจบรรดากองเชียร์ และผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ในขณะที่ไทยไม่มีภัยสงครามมานาน

ปัจจุบันพรรคส้มมีเท้งเป็นหัวหน้า เหนือเท้งขึ้นไปยังมีธนาธรอีก และทุกคนก็รู้ว่าธนาธรเป็นผู้กำหนดวิธีคิดแนวนโยบายให้พรรคส้ม

ไอซ์เป็นเพียงผู้ปฏิบัติ เป็นกลไกหนึ่งในพรรคส้มที่ต้องฟังธนาธร หรือสิ่งที่กรรมการบริหารพรรคกำหนดมาให้ตอบโต้

โดยที่ไอซ์ไม่รู้จัก “สังคมทหาร” ดีพอด้วยวัยวุฒิยังน้อย และไม่เคยเป็นทหาร

ถึงแม้จะบอกว่าเข้าใจหัวอกทหารจริงๆ แต่ประชาชนก็มองไอซ์ หรือแม้แต่ธนาธรว่ามีภาพลักษณ์ต่อต้านทหารด้วยคำพูดในขณะนั้น

อย่างที่พรรคส้มปรามาสและตอกย้ำนโยบาย "ลดขนาด ปรับโครงสร้างกองทัพ" ไว้ด้วยประโยคที่ว่า “ถึงมีสงคราม ก็ไม่เชื่อว่าทหารไทยจะไปรบชนะใคร”

จริงครับ ทหารไม่ควรไปเป็นทหารรับใช้บ้านทหารชั้นผู้ใหญ่ และจริงครับที่มีการทำแบบนั้นอยู่

แต่ว่า “อะไรคือสิ่งสำคัญ ที่ประชาชนต้องการจากทหารเพื่อประเทศชาติมากกว่ากัน?”

ทหารที่มีกำลังกองทัพที่ทันสมัย ไม่มีคอมมิชชัน ได้อาวุธตรงปก มีเครื่องบินดีๆ ไปถล่มศัตรู ทำลายแหล่งซ่องสุมอาวุธที่ใช้โจมตีไทย

ทหารไทยเราชนะ ใช้อาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปกป้องดินแดนของไทย โดยมีทหารเสียชีวิตไปถึง 27 ราย บาดเจ็บขาขาดอีกหลายสิบนาย

ตรงนี้หรือเปล่าที่มันสำคัญกว่า มันจำเป็นมากกว่าต่อพรรคส้มเอง หรือต่อคนไทยทุกคน

เมื่อพรรคส้มไปหาเสียงในขณะนี้ จึงไม่สามารถไปอธิบายเรื่องพวกนี้ให้คนไทยเข้าใจได้ง่ายๆ

แม้แต่การลากยาวไปถึงทหารที่ไปคุมสนามกอล์ฟ แนวเดียวกับที่ธนาธรพยายามบิดคำพูดที่พรรคส้มเคยพูดเอาไว้ว่า

“ทหารมีไว้ทำไม?”

และวลีที่ว่า “ไม่เชื่อว่าทหารไทยจะไปรบชนะใครได้“

มันไม่สามารถลบล้างประโยคเหล่านี้ ที่บาดลึกสังคมไทยเกินไป

ตรงนี้มากกว่าครับที่คนไทยรู้สึกถูกจี้ใจดำ ไม่ใช่เรื่องทหารรับใช้ตัดหญ้าฆ่ามดหรอกครับ

ยิ่งไอซ์ โรม เท้ง ไปถึงธนาธร พูดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลเสียทั้งๆ ที่อาจหวังดี

นักการเมืองทุกคนไม่ว่าจะการเมืองของประเทศไหนต้องรู้จัก “เวลาที่ควรพูด และเวลาที่ควรเงียบ”

เมื่อพูดผิดไปแล้ว ต้องยอมรับและแก้ไข

นี่ต่างหาก "การเมืองใหม่" ไม่ใช่เถียงชนฝาแบบ "การเมืองเก่า"

ชาวบ้านไม่ใช่ "นักการเมือง" และ "ตลาด" ไม่ใช่ "สภา" ที่จะไปตอบโต้ได้ทุกดอก

ในเมื่อสิ่งที่พรรคส้มหรือธนาธรกำลังนำเสนอให้กับสังคมไทยนั้น ไม่มีทางจะเปลี่ยนได้ทันใจพรรคส้มในระยะเวลาสั้นๆ

และสงครามปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา มันเกิดขึ้นจริง

ด้วยชัยชนะของอาวุธ และประสิทธิภาพกำลังทหารไทยที่เหนือกว่าทหารกัมพูชา ชนิดเหมือนใช้ "เข็มสู้กับลูกปืน"

กรุณาอย่าบอกผมนะครับว่า "เพราะประสบการณ์แย่ๆ ของนักการเมืองเก่าอย่างผมนี่ไงถึงพาบ้านเมืองเสียหายมาถึงจุดนี้"

เพราะผมว่าคนไทยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอควร ก็เริ่มรู้แล้วล่ะครับว่า

หาก “ให้โอกาสพรรคส้มได้เป็นรัฐบาลพรรคเดี่ยวแล้วจะทำให้ดู” มันเสี่ยงแค่ไหน

คนไม่มีประสบการณ์เลยจะทำอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่อย่างที่พรรคส้มบอกว่า "ทหารมีไว้ทำไม และหากมีสงครามก็ไม่เชื่อว่าทหารไทยจะรบชนะด้วย"

มันน่ากลัวนะครับ ที่คนไทยจะให้โอกาสเอาประเทศไปลองเสี่ยงทำให้ดู แบบที่ธนาธรหาเสียงหรือเดินสายสัมภาษณ์สื่อ

พวกเราแค่กลัวว่า “จะไม่เหลืออะไรในโอกาสหน้าอีก”
กำลังโหลดความคิดเห็น