xs
xsm
sm
md
lg

"โรม" น้อมรับคำเตือน "ชูวิทย์" แต่ขอยืนหยัดวาทกรรม "มีส้มไม่มีเทา" ชี้ถูกใส่ร้ายเพราะฝ่ายเก่ากลัวเสียประโยชน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"โรม" ร่ายยาวโต้ "ชูวิทย์" หลังถูกเตือนแรงระวังจบเห่เหมือน "พรรคแมลงสาบ" ยันภารกิจ "มีส้มไม่มีเทา" ไม่ใช่การสร้างศัตรู แต่เป็นสงครามล้างบาง "ทุนสีเทา" ที่กัดกินประเทศ ลั่นไม่ได้โง่หรืออ่อนหัด แต่เลือกที่จะสู้ตรงๆ เพื่อสร้างการเมืองยุคใหม่ที่คนโกงต้องชดใช้

จากกรณี นายรังสิมันต์ โรม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ตอบโต้ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก เกี่ยวกับประเด็น “ทหารมีไว้ทำไม” โดยได้ระบุข้อความว่า

“ที่ต้องใส่ร้ายพรรคส้ม อ้าง 112 อ้างด้อยค่าทหาร เพราะพวกคุณรู้ว่าถ้าพวกส้มเป็นรัฐบาล จะทุจริตเหมือนเดิมไม่ได้ จะมีตั๋วช้างเหมือนเดิมไม่ได้ ทุนเทาจะอยู่ไม่ได้ จึงต้องทำลายพรรคประชาชนทุกทางเพราะกลัวเสียผลประโยชน์“

ต่อมา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความ จดหมายเปิดผนึกถึงรังสิมันต์ โรม เตือนโรมว่า อย่าสร้างวาทกรรมว่า "คนที่ไม่เลือกพรรคส้ม คือคนที่สนับสนุนการทุจริตหรือกลัวเสียผลประโยชน์" เพราะคนดีๆ ที่เห็นต่างก็มีอยู่จริง

การที่คนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่เลือกพรรคส้ม ไม่ใช่เพราะอยากให้ประเทศแย่ลง แต่เป็นเพราะ "เจตจำนงเสรี" (Free Will) และความผิดหวังที่พรรคส้มทำพลาดเองซ้ำซาก ทั้งที่เคยได้รับโอกาสจากประชาชนแล้ว

พร้อมเตือนสติเรื่อง "กระแส" พรรคที่มาด้วยกระแส ก็สามารถไปเพราะกระแสได้ หากทำไม่ได้จริงตามที่พูด

ชูวิทย์ทิ้งท้ายด้วยการเตือนแรงๆ ว่า อย่าทำตัวเหมือน "พรรคแมลงสาบ" ในอดีต ที่สุดท้ายก็ต้องพบกับจุดตกต่ำ ขอให้สู้แบบตรงไปตรงมาและเคารพการตัดสินใจของประชาชน

ล่าสุดวันนี้ (4 ม.ค.) นายรังสิมันต์ โรม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความตอบกลับนายชูวิทย์ โดยได้ระบุข้อความว่า

“ถึงพี่ชูวิทย์

ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณพี่มากครับที่สนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด ผมเข้าใจในความหวังดีและความคาดหวังที่พี่มีต่อพวกเรา

จริงๆ แล้วเราสองคนรู้จักกันมานาน ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่พี่ยังเป็นนักข่าวของไทยรัฐ การที่พี่เขียนถึงผมในครั้งนี้ ผมจึงรู้สึกขอบพระคุณอย่างมาก ที่พี่พยายามสื่อสารกับพวกเราด้วยความกัลยาณมิตร

แม้ว่าเราจะมีความสัมพันธ์กันในฐานะพี่น้อง แต่ในประเด็นทางการเมืองครั้งนี้ ผมคงไม่สามารถเห็นด้วยกับพี่ได้ ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่พวกเราทำไม่ใช่การผลักไสคนเห็นต่าง แต่เป็นการผลักไส “คนสีเทา” และเราถือว่านี่คือวาระแห่งชาติ ที่พรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคที่เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องจัดการให้เด็ดขาด

การที่เรายืนหยัดว่า “มีส้มไม่มีเทา” ไม่ใช่เพราะเราถือตัวว่าดีกว่าใคร แต่เป็นเพราะเรามองเห็นชัดเจนว่าทุนเทากำลังเข้ามามีบทบาททางการเมืองอย่างอันตราย ซึ่งพี่ชูวิทย์ในฐานะผู้ที่เคยทำเรื่องจีนเทามาก่อน ย่อมทราบดีว่าเงินเหล่านี้มีขนาดมหาศาลเพียงใด และนักการเมืองเข้าไปพัวพันกันอย่างไร ดังนั้น สำหรับผมที่ทำงานด้านการปราบปรามทุนสีเทามาโดยตลอด ภารกิจนี้จึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นภารกิจเพื่อประเทศชาติ ที่เราไม่อาจปล่อยให้ทุนสีเทาเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยได้อีกต่อไป

พี่ชูวิทย์อาจมองว่าพวกเราอ่อนพรรษา และตามไม่ทันนักการเมืองเขี้ยวลากดิน แต่ในความเป็นจริง ผมอยู่ในการเมืองมาไม่น้อยกว่าหกถึงเจ็ดปี ผมได้เห็นและสัมผัสด้วยตัวเองว่าความจริงทางการเมืองเป็นอย่างไร พวกเราไม่ได้โง่ เพียงแต่เราไม่ต้องการทำการเมืองแบบเดียวกับคนเหล่านั้น

พวกเราเคยผ่านการทรยศหักหลัง เคยเจอตระบัตสัตย์ เจอผู้รับเหมาทิ้งงานพลัส เราไม่ได้ไม่รู้ ไม่ได้ไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ แต่ที่เรายังเลือกยืนหยัด ก็เพราะเราอยากทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา เพราะนี่คือสิ่งที่เราเป็น และเราเชื่อว่าการเมืองแบบนี้เท่านั้นที่จะเป็นทางรอดของการเมืองไทย พี่อาจไม่เชื่อแบบผม พี่อาจเจ็บมาเยอะ แต่ผมเชื่อว่านี่คือยุคสมัยใหม่ที่พวกเรากำลังพยายามสร้างขึ้น

พี่ชูวิทย์ครับ ในฐานะผู้ที่รู้จักโลกมืดเป็นอย่างดี ผมเชื่อว่าพี่คงมองออกว่ามีความพยายามใส่ร้ายพวกเรามากเพียงใด ผมคิดว่าพี่น่าจะทราบดีว่าการหยิบยกทั้งเรื่อง 112 และการกล่าวหาว่าพวกเราด้อยค่าทหารนั้น ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทุบทำลายพรรคประชาชน เพราะคนเหล่านี้กำลังหวาดกลัวยุคสมัยใหม่ที่พรรคประชาชนกำลังสร้าง

ยุคสมัยใหม่ที่ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันได้

ยุคสมัยใหม่ที่นักการเมืองทุจริต และข้าราชการผู้มีสี จะต้องชดใช้ต่อบาปกรรมที่ตนเองก่อขึ้น

ยุคสมัยใหม่ที่ทุนเทาซึ่งเคยเรืองอำนาจ ต้องหลบหนี ซ่อนตัว และถูกจับกุมยึดทรัพย์คืนกลับมาเป็นของแผ่นดิน

ขอบคุณพี่ชูวิทย์อีกครั้งครับ ยังไงก็ช่วยเขียนถึงพวกเราบ่อยๆ นะครับ ผมติดตามอ่านอยู่เสมอ

รักและเคารพเสมอ
โรม“
กำลังโหลดความคิดเห็น