xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มโวย รพ.ปล่อยรอ 2 ชม. หมอ ER โผล่แจงยิบ "ผมปั๊มหัวใจอยู่" วอนเข้าใจลำดับความตาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้ใช้เฟซบุ๊กหนุ่มโพสต์ระบายความอัดอั้นจากการใช้บริการโรงพยาบาลรัฐ  ต้องเดินทำเอกสารเองทั้งที่ป่วยหนักและรอแพทย์นานกว่า 2 ชั่วโมง จนตั้งคำถามถึง "ความเป็นคน" และจรรยาบรรณแพทย์ งานนี้ชาวเน็ตเสียงแตกเมื่อ "คุณหมอห้องฉุกเฉิน" โผล่คอมเมนต์ชี้แจงหนังคนละม้วน เผยเบื้องหลังที่คนไข้ไม่เห็น ยืนยันไม่ได้ละเลย แต่กำลังยื้อชีวิตเคส "หัวใจหยุดเต้น" และ "เส้นเลือดในสมองแตก" อยู่ พร้อมทิ้งท้ายให้คิด "ความฉุกเฉินของเราไม่เท่ากัน"

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความแชร์ประสบการณ์เข้าใช้บริการในโรงพยาบาลรัฐ แต่เจ้าตัวระบุว่า กลับถูกระบบละเลย เริ่มตั้งแต่ถูกสั่งให้เดินทำเอกสารเองทั้งที่ร่างกายไม่ไหว และต้องรอคอยการรักษานานกว่า 2 ชั่วโมงโดยไม่มีใครสนใจ จนต้องตัดสินใจออกมาซื้อยากินเอง ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า

"ผมไปโรงพยาบาลรัฐด้วยอาการหนาวสั่น ปวดกระดูก เดินแทบไม่ไหว แต่สิ่งแรกที่ได้รับ ไม่ใช่การดูแล ไม่ใช่เตียง ไม่ใช่เก้าอี้ คือคำสั่งให้ “ไปเดินเอกสารเอง”

คนป่วยแทบทรุดแต่ระบบบอกให้แข็งแรงพอจะเดินช่องนั้น ช่องนี้ เซ็นนี่ ประทับตรานั่น เหมือนคนไม่ได้มารักษาโรคแต่มาสอบความอดทนของชีวิต

พอเอกสารครบ ก็นั่งรอ รอแบบไร้ค่า ไร้ตัวตน สองชั่วโมงผ่านไป ไม่มีการเรียก แต่เคสอุบัติเหตุที่มาทีหลังถูกพาเข้าไปทีละราย ส่วนคนป่วยธรรมดา ก็แค่นั่งรอ…จนหาย หรือจนตาย ไม่มีใครสน

สุดท้าย ผมต้องเดินออกมา ไปหาซื้อยากินเอง ทั้งที่นี่ควรเป็น “โรงพยาบาล” ไม่ใช่สถานที่ผลักภาระให้ประชาชน

เจ็บกว่านั้นคือคำพูดจากร้านยา “ทำไมไม่ไปคลินิกข้างโรงพยาบาลล่ะ ของ ผอ. เขา”

คำถามมันดังในหัวทันที ถ้าโรงพยาบาลรัฐคือที่พึ่งของประชาชน แล้วทำไมผู้บริหารถึงปล่อยให้โรงพยาบาลล้มเหลวแล้วไปนั่งรวยในคลินิกส่วนตัว

นี่ไม่ใช่เรื่องงบประมาณ ไม่ใช่เรื่องคนไข้เยอะ แต่มันคือเรื่องสามัญสำนึกของคนที่เลือกอาชีพแพทย์แต่ลืมไปว่า “คนจนก็ป่วยเป็น”

โรงพยาบาลยังมีป้ายมีตึก มีตรากระทรวงแต่หัวใจของคำว่า สาธารณสุข อาจถูกขายไปพร้อมโต๊ะตรวจในคลินิกข้างๆ แล้ว

ประชาชนไม่ได้ต้องการอภิสิทธิ์ ต้องการแค่ “ความเป็นคน” ในวันที่ร่างกายอ่อนแอแต่ดูเหมือน…ในระบบนี้ คนป่วยไม่มีค่าถ้าไม่ถือเงินสดอยู่ในมือ"

อย่างไรก็ตาม พบว่าโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก มียอดแชร์โพสต์กว่า 700 ครั้ง พร้อมคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก บางรายชี้ว่าผู้โพสต์ต้องการยอดแชร์ ยอดไลก์

นอกจากนี้พบว่ามีชาวเน็ตรายหนึ่งอ้างว่าตนเองเป็นแพทย์ของห้องฉุกเฉินในวันเกิดเหตุ ได้เข้ามาคอมเมนต์อธิบายว่า

“สวัสดีครับ พอดีเป็นหมอห้องฉุกเฉินวันนั้นเองครับ ต้องขออภัยในการบริการครับที่ไม่ทันใจผู้ป่วย ที่เป็นไข้ ไอเจ็บคอมาเช้านี้ แต่… ต้องเข้าใจด้วยครับว่าห้องฉุกเฉินในวันหยุดราชการมีไว้สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินตามลำดับความสำคัญ ผู้ป่วยไม่เคยไร้ค่านะครับ กระดาษคิวอยู่ที่หน้าโต๊ะหมอตลอด ให้ไป swab flu/covid ก่อนระหว่างรอ และกำลังจะไปเรียกคนไข้ แต่มีเคสคนไข้ arrest (หัวใจหยุดเต้น) มาก่อน ซึ่งในห้องฉุกเฉินถือเป็นความสำคัญ ลำดับที่ 1 ไม่มีอะไรมาแทรกได้ พอคนไข้ฟื้นกลับมา กำลังจะไปเรียกตรวจผู้ป่วยอีกครั้ง มีเคส acute hemorrhagic stroke (โรคเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน) มาอีก ซึ่งทั้ง 2 เคสต้องใช้เวลาในการดูคนไข้จนกว่าคนไข้ stable ด้วยจำนวนเจ้าหน้าที่ หมอ 1 คน พยาบาล 3 คน เจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน 1 คน ผู้ช่วย 1 คน เนื่องจากเราเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก และหมอไม่เคยผลักดันให้คนไข้ไปคลินิก แต่คลินิกเปิดไว้ให้สำหรับคนไข้รู้ว่าตัวเองไม่ได้ป่วยจนต้องไปห้องฉุกเฉินในวันหยุดราชการ หรือไม่ต้องการไปตรวจในเวลาราชการ

สุดท้าย หมอไม่เคยเลือกความจนหรือรวยมาตรวจคนไข้ เพราะมีสามัญสำนึกพอและมีจรรยาบรรณพอในการเป็นหมอ แต่อยากให้เข้าใจลำดับความสำคัญของการเรียกตรวจผู้ป่วยในห้อง "ฉุกเฉิน" และต้องขออภัยหากความฉุกเฉินของเราไม่เท่ากันครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น