xs
xsm
sm
md
lg

สันติสุขเตือนชัยธวัช อย่าเหิมเกริมมากไป เทศนาป้องตะวันไม่ดูพฤติกรรมพวกตัวเอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สันติสุข มะโรงศรี ผู้ประกาศท็อปนิวส์ โต้ชัยธวัชพูดจาเหมือนผายลมทางปาก ทำเป็นเทศนาปกป้องตะวัน แต่ไม่ดูลูกพรรคตัวเอง ด้อมส้มล่าแม่มดอีกฝ่ายยังไง พร้อมเตือนว่าอย่าเหิมเกริมมากไป

วันนี้ (11 ก.พ.) จากกรณีที่นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า "จากกรณีที่หลายฝ่ายมีความเห็นในหลากหลายทิศทางต่อการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มกิจกรรมทะลุวัง ที่กำลังเป็นประเด็นขณะนี้ ผมมีความเห็นว่า อันดับแรก เราต้องหันกลับมาทบทวนหลักการสำคัญของสังคมประชาธิปไตย นั่นคือธรรมชาติของทุกสังคมย่อมมีความเห็นแตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเรื่องความเห็นต่อบ้านเมือง แต่ความเห็นที่แตกต่างกันเหล่านั้นต้องไม่ถูกจัดการด้วยการใช้กำลัง การล่าแม่มด หรือการผลักไสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไป ซึ่งจะยิ่งเพิ่มช่องว่างระหว่างผู้มีความคิดความเชื่อต่างกันให้มากขึ้น แต่ต้องใช้กระบวนการทางประชาธิปไตย เพื่อลดช่องว่างทางความเข้าใจโดยไม่ใช้ความรุนแรง

ในกรณีกลุ่มทะลุวัง ผมเข้าใจดีถึงความคับข้องใจที่พวกเขาแสดงออก แต่ขณะเดียวกัน ผมเชื่อว่าพวกเราทราบดีว่าเนื้อหาสาระกับวิธีการแสดงออก เป็นสองสิ่งที่สำคัญควบคู่กัน การเลือกวิธีแสดงออกแบบใดแบบหนึ่ง ย่อมมีทั้งฝ่ายที่พอใจ/ไม่พอใจ เข้าใจ/ไม่เข้าใจ จึงพึงพิจารณาว่าการแสดงออกทางการเมืองเช่นนั้น สามารถถ่ายทอดความรู้สึกและเหตุผลภายในใจไปยังประชาชนกลุ่มอื่นในสังคม ให้รับรู้และเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงของผู้แสดงออกได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าวิธีการที่แต่ละคนแต่ละฝ่ายเลือกใช้คืออะไร เส้นที่เรา "ต้อง" ไม่ข้ามไป คือการใช้ความรุนแรงตอบโต้ หรือเจตนาทำลายล้างคนที่คิดไม่เหมือนตนให้หมดไปจากสังคม การกระทำของกลุ่ม ศปปส.ที่สยามพารากอนในวันนี้ จึงเป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ผมเห็นว่าสังคมไทยทุกฝ่ายต้องเรียนรู้จากความรุนแรงทางการเมืองในอดีต การปลุกระดมสร้างความเกลียดชังจนนำมาสู่การใช้ความรุนแรง ไม่อาจคลี่คลายความขัดแย้งได้อย่างยั่งยืน มีแต่จะยิ่งเพิ่มช่องว่างระหว่างผู้มีอุดมการณ์ทางการเมืองต่างกันในสังคม ให้ยากจะหันหน้ามาคุยกันได้ เวลานี้เป็นเวลาที่ต้องใช้เหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ การมีกระบวนการที่โอบรับทุกฝ่ายให้หันหน้าเข้าหากัน เพื่อพูดคุยและพร้อมรับฟังกันและกันอย่างเปิดใจ คือหนทางเดียวที่จะพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้งนี้

ผมเชื่อว่าเรายังพอมีความหวัง สัญญาณของการพาสังคมออกจากความขัดแย้งยังไม่หมดไปเสียทีเดียว เพราะในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างน้อยผมเห็นความพยายามจากหลายฝ่ายในการพูดถึงกระบวนการที่จะนำไปสู่การนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในหนทางเพียงไม่กี่อย่าง ที่จะสร้างพื้นที่ให้เราหันหน้ามาคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ รับฟังกันอย่างมีเหตุผลและอย่างจริงใจ ผมเชื่อว่าการนิรโทษกรรมจะเป็นการ "เจาะหนอง" ระบายความขัดแย้งทางการเมืองที่เรื้อรัง ให้ทุกฝ่ายเย็นลงมากพอที่จะมานั่งคุยกัน หาทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสมมายาวนาน

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ที่ลานประชาชนรัฐสภา เครือข่าย #นิรโทษกรรมประชาชน จะมีการจัดพื้นที่พูดคุยเพื่อนำไปสู่การลดความขัดแย้งของสังคม ผมจะเข้าร่วมกิจกรรมด้วย จึงอยากเชิญชวนให้ทุกฝ่ายลองเริ่มต้นมาพูดคุย เปิดใจรับฟังเสียงของกันและกันครับ"

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊ก "สันติสุข มะโรงศรี" ของนายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ประกาศข่าวสำนักข่าวท็อปนิวส์ โพสต์บทความหัวข้อ "อย่าพูดจาเหมือนผายลมทางปาก..." ตอบโต้นายชัยธวัช ระบุว่า "ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชัยธวัช ตุลาธน เทศนาว่า “ความเห็นที่แตกต่างกันเหล่านั้น ต้องไม่ถูกจัดการด้วยการใช้กำลัง การล่าแม่มด หรือการผลักไสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไป ... ในกรณีกลุ่มทะลุวัง ผมเข้าใจดีถึงความคับข้องใจที่พวกเขาแสดงออก ... การกระทำของกลุ่ม ศปปส.ที่สยามพารากอนในวันนี้ จึงเป็นสิ่งที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ... สังคมไทยทุกฝ่ายต้องเรียนรู้จากความรุนแรงทางการเมืองในอดีต การปลุกระดมสร้างความเกลียดชังจนนำมาสู่การใช้ความรุนแรง ไม่อาจคลี่คลายความขัดแย้งได้อย่างยั่งยืน...”

เป็นถึงผู้นำฝ่ายค้าน อย่าพูดจาเหมือนผายลมทางปาก ไม่เคยเห็นหรือ ลูกพรรคตัวเอง ด้อมส้ม ล่าแม่มดอีกฝ่ายยังไง ไม่แหกตาดูหรือ ฝ่ายทะลุวังใช้อาวุธฟาดใส่ฝ่าย ศปปส.อย่างไร เพิ่งขับรถจี้ใส่ขบวนเสด็จยังไง บิดเบือนยังไง มีคดีทำกิจกรรมด้อยค่าสถาบันอยู่แล้ว ยังมาทำซ้ำ ทั้งๆ ที่ อยู่ในเงื่อนไขประกันตัว (ยังจะมาล้างผิด 112 ให้คนทำผิดซ้ำซากแบบนี้) มองไม่เห็นได้อย่างไร ฝ่ายทะลุวังและพวก-แนวร่วมม็อบ 3 นิ้ว-ส.ส.ก้าวไกลหลายคน มีพฤติกรรม “ปลุกระดมสร้างความเกลียดชังต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” โดยอาศัยความเท็จสาดโคลนให้ร้าย ดูหมิ่น รวมถึงข่มขู่อาฆาตมาดร้ายอย่างถ่อยสถุนขนาดไหน

ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งวินิจฉัยชี้ขาดว่า พรรคก้าวไกลมีพฤติกรรมเสนอแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 โดยซ่อนเร้นเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน สนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มยกเลิกมาตรา 112 และผู้กระทำผิดมาตรา 112 จำนวนมาก (รวมทั้งตะวันกับพวกทะลุวัง) กระจ่างชัด อย่าเหิมเกริมกันมากเกินไป"
กำลังโหลดความคิดเห็น