xs
xsm
sm
md
lg

ลูกน้อง"บิ๊กโจ๊ก" ข่มขู่อธิบดีอัยการ "บิ๊กต่อ" จะมัวแต่เฟรนด์ลี่ ไม่ได้แล้ว!! **“ตะวัน” ป่วนขบวนเสด็จกรมสมเด็จพระเทพฯ “พิธา”อย่าหนีความรับผิดชอบ!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**ลูกน้อง"บิ๊กโจ๊ก" ข่มขู่อธิบดีอัยการ "บิ๊กต่อ" จะมัวแต่เฟรนด์ลี่ ไม่ได้แล้ว!!

งานนี้จะพิสูจน์ภาวะผู้นำของ “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ว่า จะปฏิบัติหน้าที่ได้น่าเคารพ หรือจะเป็นหัวหลักหัวตอ เพราะยังหลงใหลได้ปลื้มกับฉายา “ต่อเฟรนด์ลี่” แม้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชาในสำนักตำรวจแห่งชาติบางคนบางกลุ่มมีพฤติกรรมนอกรีตตกเป็น “ผู้ต้องหา”

โดยเฉพาะคดี “พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย” กับ พวกรวม 8 คน ซึ่งทั้งหมดเป็น “ลูกน้องคนสนิท”ของ "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่กำลังถูกดำเนินคดีเข้าไปมีส่วนพัวพันกับ “เว็บพนันออนไลน์” เครือข่าย “มินนี่”

อาจจะเพราะเห็น “บิ๊กต่อ” เฟรนด์ลี่ เป็นหัวหลักหัวต่อหรืออย่างไรไม่ทราบ มีข้อมูลออกมาว่า กลุ่มตำรวจลูกน้องคนสนิทโจ๊กตอนนี้ เหิมเกริมอย่างหนักถึงขั้นกล้าข่มขู่ แม้กระทั่งอัยการชั้นผู้ใหญ่!

เรื่องนี้สืบจากหนังสือร้องเรียนของ นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ลงวันที่ 2 ก.พ. 2567 ที่มีไปถึง พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีมินนี่

หนังสือระบุว่า อัยการสูงสุด ได้มอบหมายให้นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ กับนายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 คนใดคนหนึ่ง เข้าให้คำแนะนำปรึกษากับพนักงานสอบสวน คดีอาญาที่ 468/2566 ของ สน.ทุ่งมหาเมฆ ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.66 เป็นต้นมา

ย้ำว่า คดีดังกล่าวนี้มีลูกน้องใกล้ชิดของ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ คือ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย กับพวก” รวม 8 คน

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล
ปรากฏว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับพวก ได้ทำหนังสือร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการ โดยแนบภาพถ่ายของนายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ และนายสุริยน ประภาสะวัต มาในหนังสือร้องเรียนด้วย

ประเด็นสำคัญคือ ภาพถ่ายของสองอัยการดังกล่าว มีลักษณะเป็นการแอบถ่าย มีการเฝ้าติดตาม ขณะทั้งสองเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่

ทั้งๆที่ การร้องเรียนการทำงานของอัยการ ไม่จำเป็นต้องแนบภาพถ่ายประกอบแต่อย่างใด

ตีความเจตนาของกลุ่มผู้ต้องหา คือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ กับพวกรวม 8 คนต้องการสื่อให้อัยการทั้งสองได้รู้ว่า พวกเขากำลังถูกกลุ่มผู้ต้องหา ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ และการใช้ชีวิตประจำวัน

“เป็นการกระทำโดยมิชอบ ในเชิงการคุกคามข่มขู่ให้เกิดความกลัว ว่าจะเกิดภยันตรายต่อชีวิตร่างกาย ของพนักงานอัยการ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ และบุคคลในครอบครัวได้” หนังสือ ระบุ

นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ และ นายสุริยน ประภาสะวัต จึงได้กราบเรียนอัยการสูงสุด ขอพักการปฏิบัติงานในคดีนี้ไว้ก่อน จนกว่าสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีมาตรการปกป้องคุ้มครอง เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยเสียก่อน

พร้อมกันนี้ ทั้งสองอัยการ ก็ร้องขอให้มีการตรวจสอบพฤติการณ์การกระทำ ของกลุ่มผู้ต้องหา และบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเร่งด่วน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล
เห็นได้ชัดว่า พฤติกรรมของตำรวจ “ลูกน้องบิ๊กโจ๊ก” นับว่าอุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งที่ เป็นถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายระดับ มีหน้าที่รักษากฎหมาย และยังคงรับราชการอยู่ อาจเข้าข่ายการขัดขวางกระบวนการสืบสวนสอบสวน โดยไม่สุจริต

ฟังว่า หลังมีการร้องเรียนจากอัยการ ที่โดนคุกคาม ทางตำรวจก็ได้ดำเนินการตรวจสอบ จนได้ตัวการสำคัญ ที่ทำหน้าที่สะกดรอยและแอบถ่ายภาพ นายกุลธนิต กับนายสุริยน

ปรากฏว่าเป็นตำรวจเช่นกัน ชื่อ “พ.ต.ท.กวีพัฒน์ ไกรเพิ่ม” รองผกก. (สอบสวน) กก.3 บก.ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2

ต่อมา พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รอง ผบช.สอท. รักษาการ ผบช.สอท. จึงมีคำสั่งที่ 34/2567 ลงวันที่ 6 ก.พ.67 ให้ พ.ต.ท.กวีวัฒน์ ไกรเพิ่ม ไปช่วยราชการ ศูนย์ปฏิบัติการ บช.สอท.

ว่ากันตามเนื้อผ้า เรื่องนี้ คนที่ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อองค์กรตำรวจ ก็คือ “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. จะมัวแต่เฟรนด์ลี่ ลอยตัว คงไม่ได้แล้ว

ไฟต์บังคับของ "บิ๊กต่อ" กับทางเลือกสองสถาน หนึ่งคือ แสดงความเด็ดขาด ยึดความถูกต้อง หรือสอง จะเฟรนด์ลี่ปกป้องพวกพ้อง ปล่อยให้คนนินทา หมาดูถูก อยู่ที่ท่านเลือกเอา

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย

มินนี่
**“ตะวัน” ป่วนขบวนเสด็จกรมสมเด็จพระเทพฯ “พิธา”อย่าหนีความรับผิดชอบ!!

กรณี “ตะวัน” น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ตัวตึงของกลุ่มทะลุวัง นั่งโดยสารไปกับรถยนต์ยี่ห้อเอ็มจี สีขาว ทะเบียน 8 กจ 1711 กรุงเทพมหานคร มีชายไม่ทราบชื่อเป็นผู้ขับขี่ ไปบีบแตรรถยนต์ลากยาว ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจถวายความปลอดภัยภารกิจ 095 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อช่วงต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

เรียกว่าเจตนาป่วยขบวนเสด็จฯ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่รถปิดท้าย ต้องสกัดกั้นไม่ให้รถยนต์คันดังกล่าวเกาะติดร่วมกับขบวน 095 ได้ เมื่อถูกสกัด “ตะวัน” ก็เปิดฉากโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่แบบไม่ตกฟาก

เมื่อปรากฏคลิปการโต้เถียงดังกล่าวในโซเชียลฯ ก็กลายเป็นที่วิจารณ์กันอื้ออึง ถึงความบังอาจ เหิมเกริมของ “ตะวัน” ที่กระทำการเถื่อนถ่อย ด้อยค่าสถาบันฯ

“ตะวัน” เป็นลูกสาวของ สมหมาย ตัวตุลานนท์ และกาหลง ตัวตุลานนท์ ปัจจุบันอายุ 20 ปี เคยไปเรียนระดับปริญญาตรีที่สิงคโปร์ เมื่อเกิดโควิดระบาด ทางมหาวิทยาลัยปิดการเรียนการสอน จึงกลับมาเรียนออนไลน์ที่ประเทศไทย ก็เป็นจังหวะที่ กลุ่มก๊วนสามนิ้วกำลังเคลื่อนไหวล้มล้างสถาบันฯ จึงเข้าร่วมชุมนุมด้วย และกลายเป็นขาประจำของม็อบสามนิ้วตั้งแต่นั้นมา จากนั้นก็มาตั้งกลุ่มที่ตรงกับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของตนเองและมีเป้าหมายเฉพาะ คือ “กลุ่มทะลุวัง” กลุ่มเดียวกับ แบม -ใบปอ-บุ้ง-หยก-สายน้ำ...

“ตะวัน” เคยถูกจับกุม เป็นผู้ต้องหาในคดี 112 มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก กรณีทำโพลติดสติกเกอร์เรื่องขบวนเสด็จที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ.65 แต่ได้รับการประกันตัว ต่อมาถูกดำเนินคดีกรณีเฟซบุ๊กไลฟ์ รอรับขบวนเสด็จ บริเวณถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 5 มี.ค.65 และได้รับการประกันตัวโดยมีเงื่อนไขว่า จะไม่เคลื่อนไหวที่เข้าข่ายความผิด 112อีก

เมื่อได้รับการประกันตัวออกมา “ตะวัน”ก็ยังคงไม่สำนึก สำเหนียก ยังคงโพสต์ และแชร์ ข้อความในเฟซบุ๊ก ที่เข้าข่ายความผิด 112 อีก และมีพฤติกรรมขับรถเข้าใกล้พื้นที่รับเสด็จ ศาลจึงได้สั่งเพิกถอนการประกันตัว และนำตัวส่งเข้าทัณฑสถานหญิงกลาง

เมื่อต้องกลับเข้าคุก “ตะวัน” เรียกร้องความสนใจด้วยการอดอาหารประท้วงเป็นเวลา 37 วัน ก่อนที่ “แดดดี้พิธา” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นนายประกันให้ โดยศาลสั่งให้ “พิธา” เป็นผู้กำกับดูแลความประพฤติของ “ตะวัน” มิให้ทำผิดเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด

ครั้งนั้น “ตะวัน” ยังโพสต์ว่า... "ขอขอบคุณ คุณทิม พิธา มากๆ ค่ะ ที่มาเป็นนายประกันให้ ขอบคุณพรรคก้าวไกล ขอบคุณมากๆ จริงๆค่ะ"

หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง “ตะวัน และแดดดี้พิธา” ก็ดูจะใกล้ชิด เป็นกันเองมากยิ่งขึ้น

ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
“พิธา” ยังเคยกล่าวถึง “ตะวัน” ระหว่างการอภิปรายในสภาฯว่า "ทุกครั้งที่ผมไปหาคุณตะวัน และคุณแบม ผมมองตาตะวัน แล้วเห็นพิพิมลูกสาวของผมอยู่ในนั้น"

ลองคิดดูว่า คำพูดเช่นนั้น จะทำให้ “ตะวัน” ใจฟูขนาดไหน เพราะเหมือนกับ “แด๊ดดี้” บอกว่าเดินมาถูกทางแล้ว และเห็น “ตะวัน” เป็นเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีกรณี 24 มี.ค.66 ที่พรรคก้าวไกล จัดกิจกรรมปราศรัยใหญ่ ณ สวนสาธารณะเทศบาลแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี วันนั้น “ตะวันและแบม” ขึ้นปราศรัยเชิญชวน “พิธาและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.” ร่วมกิจกรรม "คุณคิดว่ามาตรา 112 ควรยกเลิก หรือแก้ไข" ซึ่ง “พิธา” ติดสติกเกอร์สีแดง ลงในช่อง ยกเลิกมาตรา 112

จากนั้น “พิธา”บอกว่า ว่า "พี่น้องประชาชนเสนอกฎหมายยกเลิกมาตรา 112 เข้ามา พรรคก้าวไกลก็จะสนับสนุน เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นต้องแก้ไขมาตรา 112 ในสภาก่อน ถ้าสภายังไม่ได้รับการแก้ไข ก้าวไกลจะออกไปสู้ด้วยกัน"

ต่อมา 5 เม.ย.66 “ตะวัน-แบม” ได้รับรางวัล "ผู้ที่มีส่วนในการทำให้โลกในวันพรุ่งนี้ดียิ่งขึ้น" ที่จัดโดยเว็บไซต์ The People ก็มี “แดดดี้พิธา” คอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง แม้มีเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมกับรางวัลนี้ เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมา สวนทางกันสิ้นเชิง ทั้งทำลายข้าวของและทรัพย์สินราชการ และแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว หยาบคาย กับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะกับตำรวจ

การเคลื่อนไหวของ “ตะวัน” และพวกพ้องในกลุ่มทะลุวัง เห็นชัดว่า มี “แดดดี้พิธา” เป็นเหมือนพี่เลี้ยง คอยให้ท้าย ปกป้อง เมื่อถูกจับกุมก็ใช้ตำแหน่งส.ส.ไปประกันตัว

แล้วอย่างนี้ “แดดดี้พิธา” จะไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบที่ “ตะวัน” คุกคาม ขบวนเสด็จฯ บ้างหรือ

ต้องไม่ลืมว่าศาลรัฐธรรมนูญ เพิ่งตัดสินไปว่า “พิธา และพรรคก้าวไกล” ใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเห็นว่า การเสนอร่างกฎหมาย และใช้เป็นนโยบายหาเสียง มีเจตนาเซาะกร่อน บ่อนทำลายสถาบันฯ เป็นเหตุให้ชำรุด ทรุดโทรม อ่อนแอลง นำไปสู่การล้มล้างการปกครองในที่สุด พร้อมสั่งการให้ทั้งสองเลิกกระทำนั้นเสีย ทั้งแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การโฆษณาและการสื่อความหมายวิธีอื่น เพื่อให้ยกเลิกมาตรา 112

หรือ“พิธา”จะกล้าปฏิเสธบอกว่าไม่รู้จัก“ตะวัน”!!

ถ้าเช่นนั้น ก็ถือว่า“พิธา”ในฐานะที่เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคก้าวไกล มีพฤติกรรมถาวรที่ติดตัวไปแล้วคือ พูดเรื่องไม่จริง หรือพูดจริงแค่บ่างส่วน เพื่อเอาตัวรอด ทำเป็นประจำ เป็นนิจศีล จนโลกโซเชียลมีการตั้งเว็บเพจที่ชื่อ “วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร” ซึ่งชื่อนี้เอามาจากบุคลิกของใคร คงไม่ต้องบอก


กำลังโหลดความคิดเห็น