“ดร.นงนุช” นักวิชาการด้านการเงิน ดูดีเบต “รุ้ง” งงคนไทยมีความรู้ด้านการเงินต่ำมากจริงๆ ทั้งที่มีคนเล่นหุ้นเยอะ แจงถ้าคุณเป็นเจ้าของกองทุนทั้ง 100% ก็ย่อมมีสิทธิในกองทุนทั้งหมด ไม่ใช่สิทธิของคนทั้งประเทศ ชี้ตามที่ “อ.อานนท์” พูดมาไม่มีอะไรผิด
วันนี้ (28 พ.ย. 2563) รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม เทรนต์ ประเทศอังกฤษ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็นการดีเบตระหว่าง ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิทย์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำคณะราษฎร 2563
มีรายละเอียดว่า ... พอดีมีคนบอกให้ไปดูรายการดีเบตนึง เราก็ไปดู ถ้าตัดเรื่องการเมืองออกไป (ตามกฎเหล็กของเพจนี้) สิ่งที่เราสังเกตจากรายการนี้ ที่ทำให้เราประหลาดใจ คือ ... คนไทยมี financial literacy ต่ำมากจริงๆ ทั้งที่คนเล่นหุ้นเยอะมาก มีจำนวนนักลงทุนบุคคลที่เปิดบัญชี 1.5-1.66 ล้านรายต่อเดือน แต่หลายคนไม่รู้หลักการดำเนินงานของกองทุน สิทธิความเป็นเจ้าของ และการรับผิดรับชอบ
Post นี้จะขอให้ความรู้ทางด้านการเงินการลงทุนซักนิดละกันค่ะ จะได้ไม่โดนใครหลอกไปลงทุนอะไรให้เจ็บตัวเจ็บใจกัน
1. คนหนึ่งคนสามารถมีบัญชีลงทุนได้มากกว่า 1 บัญชี และมีเงินลงทุนหรือเป็นเจ้าของกองทุนทรัพย์สินของตนได้มากกว่า 1 กองทุน ค่ะ
2. กองทุนที่มีการลงทุนในหลักทรัพย์มีทั้งแบบ mutual fund คือ กองทุนรวม และ private fund คือ กองทุนส่วนตัว
3. ถ้ามีกองทุนส่วนตัวมากกว่า 1 กองทุน คุณจะเอามาบริหารด้วยกันก็ได้ค่ะ เป็นการแชร์ management resource ... จะเห็นว่าบริษัทลงทุนหลักทรัพย์แต่ละแห่งก็บริหารหลายสิบหลายร้อยกองทุน
>>> เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะใช้บริการผู้จัดการกองทุนคนเดียวกันสำหรับกองทุนทั้งสิบกองทุน ก็ไม่มีใครมีสิทธิ์ห้ามคุณค่ะ
และแน่นอนว่า.. ถ้าใครเค้าจะเอากองทุนทรัพย์สินที่เค้าเป็นเจ้าของ สิบหรือร้อยกองทุน มาบริหารด้วยกัน ใช้ผู้จัดการกองทุนบริษัทเดียวกัน คนเดียวกัน คุณก็ไปห้ามเค้าไม่ได้เหมือนกันค่ะ
4. ถ้าคุณเป็นเจ้าของกองทุนทั้ง 100% คุณจะตั้งชื่อกองทุนว่าอะไร แบ่งกองทุนย่อย (subfund) ยังไง แยกบัญชีรายการลงทุนยังไงนั้น ก็เป็นสิทธิของคุณซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น คนอื่นไม่มีสิทธิเหนือคุณค่ะ ก็มันเงินคุณ จริงมั้ย ไม่ใช่อำนาจอธิปไตยหรือสิทธิของคนทั้งประเทศที่จะมาตั้งชื่อกองทุนให้คุณ
5. กองทุนต่างๆ มีผู้จัดการหรือกรรมการผู้จัดการเป็นผู้บริหารกองทุนค่ะ เจ้าของเงินที่ลงทุนในกองทุนไม่บริหารเองนอกจากจะแต่งตั้งตัวเองเป็นผู้จัดการกองทุนของกองทุนตัวเอง อันนี้ไม่ผิด... แต่ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ก็เรียกว่า fund manager
คนมีสิทธิอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารกองทุนของคุณ คือ คุณที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินค่ะ ไม่ใช่ประชาชนทั้งประเทศ ...ขนาดว่าเป็นกองทุนรวม ประชาชนยังไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกผู้จัดการกองทุนรวมเลย...ฉันใดฉันนั้นค่ะ
6. ผู้เป็นเจ้าของสินทรัพย์และเงินในกองทุนที่ถือครองย่อมมึสิทธิในการเปลี่ยนตัวผู้จัดการกองทุนค่ะ
... กองทุนที่เป็น private เจ้าของก็เลือกผู้จัดการกองทุนเอง
... แต่ถ้าเป็นกองทุนที่มีผู้เป็นเจ้าของร่วมหลายคนก็ใช้ voting rights
mutual fund ร่วมแสนกว่ากองทุนทั่วโลกขายหุ้นของกองทุนในตลาดหลักทรัพย์นะคะ เผื่อใครไม่รู้ และที่รู้เพราะกำลังทำงานวิจัยเรื่องนี้ ดูจนตาแฉะ...สำหรับกองทุนจดทะเบียนแบบนี้ก็นับเป็น 1 entity (แปลเป็นไทยไม่เป็น หาเอาเองละกันนะคะ)
7. ผู้ถือหุ้น มีส่วนรับผิดรับชอบใน “ผลการดำเนินงาน” ของบริษัทค่ะ หมายถึงรับเงินปันผลและรับภาระหนี้ แต่ว่ามีการรับภาระหนี้ที่จำกัดนะคะ ... นี่คือเหตุผลหนึ่งของการมีคำว่า “จำกัด” ต่อท้าย ชื่อบริษัท
... คิดดูนะคะ ถ้าคุณซื้อหุ้นบริษัท A ไว้ 1% แล้วบริษัท A มีหนี้ ต้องชำระคืน คุณจะควักกระเป๋าคุณแปะจ่ายหนี้ให้บริษัท A มั้ย ...คำตอบ คือไม่
8. ผู้ที่รับผิดชอบปัญหาในการดำเนินงานของบริษัท คือ ทีมผู้บริหารของบริษัท กรรมการผู้บริหารองค์กรค่ะ ไม่ใช่เจ้าของ
... ถ้านึกภาพไม่ออก นึกถึงกองทุนรวมที่คุณไปซื้อมา แล้วกองทุนรวมไปลงทุนหุ้นบริษัท A
บริษัท A ทำผิดกฎหมาย ... คุณในฐานะผู้ถือหุ้นผ่านการลงทุนในกองทุน ถือว่าทำผิดกฎหมายมั้ย ... คุณจะต้องเข้าคุกด้วยรึป่าว ... คำตอบ คือ คุณคงไม่ยอมเข้าคุกแน่ จริงมั้ยคะ
9. หลักการแยกความเป็นเจ้าของ (ownership) และอำนาจบริหารองค์กร (administration) นี้มีมาร่วมครึ่งศตวรรษค่ะ ผู้เป็นเจ้าของเราเรียก principal ผู้บริหารเราเรียกว่า agent หรือก็คือผู้ถูกจ้างโดยเจ้าของให้บริหารองค์กร ถ้าอยากทราบรายละเอียดลองไปอ่านใน agency theory ดูละกันค่ะ
Shareholder ผู้ถือหุ้น จึงไม่ใช่ CEO หรือกรรมการผู้จัดการใหญ่ และไม่ใช่ Executive ผู้บริหาร เสมอไป และถ้าไม่ใช่ ก็ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจวางแผนนโยบาย
คือ... shareholders ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเลือกผู้บริหารผ่านการโหวตตาม voting rights (ต้องเป็นผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือที่เรียกว่าผู้ถือหุ้นขององค์กรหรือกองทุนนะคะถึงจะมี voting rights ไม่ใช่ประชาชนทั้งประเทศ นี่ไม่ใช่การเลือกตั้งผู้บริหารประเทศค่ะ)
ส่วนผู้บริหารก็มีหน้าที่ออกนโยบาย ดำเนินกิจการ เพื่อให้มีผลประกอบการที่ดีมีกำไร ปันผลกำไรให้กับผู้ถือหุ้น เพราะถ้าทำขาดทุน มีสิทธิ์ตกงานค่ะ
แต่ถ้าคุณบอกว่าผู้จัดการกองทุนคุณเป็นโดยตำแหน่ง เช่น พ่อของคุณ หมายถึงพ่อของคุณได้บริหารกองทุนของคุณ เพราะเป็นพ่อคุณ แบบนั้นก็ปลดออกไม่ได้ นอกจากคุณจะมีพ่อคนใหม่ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเจ้าของทรัพย์สินแน่ เพราะพ่อคุณอาจบริหารกองทุนขาดทุนติดกัน 5 ปี แต่คุณก็ปลดพ่อคุณไม่ได้
10. เงินปันผลถือเป็นรายได้ เสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายส่วนนึงแล้ว ยังต้องรายงานรวมกับรายได้ส่วนอื่นเมื่อกรอก ภ.ง.ด. ตอนเดือนมกราคม-มีนาคม
ถ้ารายได้รวมเสียภาษีในอัตราขั้นสุดท้ายที่มากกว่าอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว จะต้องเสียภาษีเพิ่ม เช่นเดียวกับรายได้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่คุณโดนหัก ณ ที่จ่ายไป 15% ถ้ารายได้รวมดอกเบี้ยและเงินปันผลของคุณ ต้องเสียอัตราภาษีขั้นสุดท้ายที่ 20% คุณก็ต้องเสียภาษีเพิ่ม ... แต่ถ้าอัตราภาษีขั้นสุดท้ายอยู่ที่ 10% ที่คุณจ่ายภาษีดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่ายไป ก็จะได้คืน 5%
หวังว่า post นี้จะช่วยเพิ่ม financial literacy ให้กับคนไทยนะคะ



