xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : กนกคนเดิม-เนชั่นเปลี่ยนไป? | เสื้อเหลืองแดนใต้ "ยิกธนาธร" | ราษฎรสาส์นแป๊ก-สามนิ้วหัวโขกใส่รัสเซีย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รวบตึงทุกเรื่องราว คัดข่าวเด็ด เบ็ดเสร็จในที่เดียว ... MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 9 - 14 พ.ย. 2563)


อันดับ 1 : "กนก รัตน์วงศ์สกุล" ลาออกจากเนชั่น ปิดตำนาน 24 ปีแห่งค่ายบางนา ดึง "อดิศักดิ์" ผู้อำนวยการใหญ่

นับเป็นเรื่องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการสื่อ เมื่อนายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ที่ทำงานร่วมกับเครือเนชั่นมานานถึง 24 ปี และอยู่กับเนชั่นทีวีมาตั้งแต่เปิดสถานีเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2543 ปรากฎว่าได้ตัดสินใจลาออกเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พร้อมกับนายธีระ ธัญไพบูลย์ หลังจากที่ผู้ประกาศแม่เหล็กลาออกไป เช่น น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก, นายสันติสุข มะโรงศรี, นายสถาพร เกื้อสกุล, น.ส.อุบลรัตน์ เถาว์น้อย, นายวรเทพ สุวัฒนพิมพ์ โดยมีกระแสข่าวว่าทีมงานของนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ที่ลาออกจากเครือเนชั่นก่อนหน้านี้ จะไปผลิตรายการให้กับสถานีโทรทัศน์นิว 18 ในเดือน ธ.ค. 2563

ด้านนายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารเครือเนชั่น กล่าวว่า การลาออกของนายกนกและนายธีระ แม้จะไม่กระทบกับรายได้ แต่จะกระทบกับความรู้สึก ยืนยันเนชั่นทีวีไม่ได้ขายดาราหรือผู้ประกาศ แต่ขายความน่าเชื่อถือและความจริง พร้อมกับทาบทามนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ลาออกไปเมื่อ 3 ปีก่อนเป็นผู้อำนวยการใหญ่ ถึงกระนั้นก็มีสังคมตั้งคำถามถึงจุดยืนของช่องเนชั่นทีวี ในการพิทักษ์ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เนื่องจากนายอดิศักดิ์มักจะแสดงความคิดเห็นสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 อย่างชัดเจน แต่นายอดิศักดิ์ระบุว่า ขอใช้การทำงานเป็นเครื่องพิสูจน์


อันดับ 2 : เสื้อเหลืองแดนใต้ "ยิกธนาธร" หาเสียงเลือกตั้ง อบจ. ไปไหนก็โดนไล่ ลั่นไม่เอาคนจาบจ้วงสถาบันฯ

เรียกได้ว่าไปที่ไหนก็โดนโห่ไล่ สำหรับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 32 จังหวัดทั่วประเทศ ปรากฎว่าตั้งแต่จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 7 พ.ย. จังหวัดระยองเมื่อวันที่ 9 พ.ย. จังหวัดสมุทรปราการเมื่อวันที่ 10 พ.ย. มีประชาชนถือป้าย ถือพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมกับต่อว่านายธนาธร ว่าไม่เอาคนจาบจ้วงสถาบันฯ เจ้าตัวได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร หนักที่สุดคือจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 พ.ย. มีประชาชนสวมเสื้อเหลืองชุมนุมกดดันตั้งแต่หน้าโรงแรมราวดี สถานที่จัดประชุมวางแผนสู้ศึกเลือกตั้ง

งานนี้นายธนาธรถึงกับโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คนที่กำลังชูป้ายไล่ตนเองในขณะนี้ กำลังตกหลุมพรางสร้างฝันร้ายขึ้นมาให้กลัว ไม่กล้ามองหาอนาคตและความเป็นไปได้ใหม่ๆ หรือไม่ โดยชี้ว่าการยอมจมปลักเพราะถูกหลอกให้เชื่อว่าอนาคตข้างหน้าเป็นเรื่องน่ากลัว คนที่จะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงต้องเป็นพวกล้มเจ้า เท่ากับต้องจำยอมอยู่กับความชั่วร้ายเดิมๆ จึงอยากให้ลองคิดดูว่าใครยังได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้อยู่ ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ระบุว่า ทางคณะก้าวหน้ากำลังพิจารณาดำเนินคดีผู้ที่ก่อเหตุล้อมรถยนต์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยยืนยันว่าไม่ใช่รถของนายธนาธร


อันดับ 3 : ราษฎรสาส์นแป๊ก! จะไปวังเจอน้ำฉีดดิ้นกระจาย สามนิ้วพัทยาโขกหัวใส่รัสเซียเลือดอาบ-เด็กสาวร่ำไห้

การชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร 2563 เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภา แก้รัฐธรรมนูญ ลามปามไปถึงสถาบันฯ วันที่ 8 พ.ย. เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อยื่นหนังสือถึงพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว โดยดัดแปลงถังขยะเป็นตู้ไปรษณีย์ ให้ผู้ชุมนุมเขียนจดหมายหย่อนใส่ตู้ ปรากฎว่าฝ่ายผู้ชุมนุมพยายามเข้าไปรื้อลวดหนามหีบเพลง ที่อยู่หลังแนวรถเมล์ ตำรวจจึงนำรถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำเข้าใส่ เกิดความวุ่นวาย น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำแจ้งว่า ตำรวจได้ยอมขอโทษประชาชนที่ฉีดน้ำเข้าใส่ จากนั้นได้อ่านแถลงการณ์ หย่อนจดหมายแล้วแยกย้ายกลับบ้าน

อีกด้านหนึ่งที่โค้งดงตาล ชายหาดจอดเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มคณะราษฎรพัทยาจัดเวทีชุมนุม ปรากฎว่านายนราธิวัฒน์ คำมา หรือเคน แกนนำ ทำร้ายร่างกายชายชาวรัสเซียวัย 52 ปี ที่มายืนฟังการปราศรัยและมีท่าทีที่เห็นต่าง โดยผลักหน้าอกใช้ศีรษะโขกเข้าที่ใบหน้าจนเลือดอาบ ทำให้เด็กหญิงวัย 10 ขวบที่มาด้วยกันถึงกับร่ำไห้ ภายหลังนายเคนโพสต์ข้อความ ขอโทษที่ทำให้พัทยาและเมืองไทยดูแย่ ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา แจ้งข้อหานายนราธิวัฒน์ว่าใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ก่อนที่ฝ่ายผู้ชุมนุมจะใช้เงินสด 10,000 บาทประกันตัวออกไป


อันดับ 4 : เลือกตั้งแพ้คนไม่แพ้! "โดนัลด์ ทรัมป์" ไล่ฟ้องกล่าวหาว่าโกงแต่ถูกตีตก "โจ ไบเดน" จวกน่าละอาย

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2020 ดูเหมือนว่าศึกครั้งนี้ยาวนานกว่าที่คิด แม้นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตประกาศชัยชนะหลังมีคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งเกิน 270 เสียง ปรากฎว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง กล่าวหาว่ามีการทุจริต ขณะที่ทีมหาเสียงของทรัมป์ ใช้วิธียื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ตามรัฐต่างๆ อาทิ แอริโซนา, เนวาดา, เพนซิลเวเนีย และ จอร์เจีย อ้างว่าจัดการเลือกตั้งไม่เป็นกลาง แต่ผู้พิพากษาในมิชิแกนและจอร์เจียไม่รับคำฟ้อง อีกทั้งคณะบริหารของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือกับทีมถ่ายโอนอำนาจของนายไบเดนอีกด้วย

ขณะที่นายไบเดนกล่าวตอบโต้นายทรัมป์ว่า การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้นั้น น่าละอาย และไม่ช่วยสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีเลย แต่ท้ายที่สุดทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่นในวันที่ 20 ม.ค. ซึ่งเป็นวันเข้ารับตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังเดินหน้าแผนการควบคุมสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 โดยจัดการประชุมครั้งแรกกับทีมเฉพาะกิจไวรัสโคโรนาของตนเอง และประกาศว่า การสวมหน้ากากป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการควบคุมการระบาด แม้จะยินดีกับข่าวที่ไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคเปิดเผยความคืบหน้าการผลิตวัคซีน แต่อาจใช้เวลาอีกหลายเดือน กว่าจะสามารถแจกจ่ายวัคซีนให้ผู้คนจำนวนมากได้


อันดับ 5 : โควิด-19 รอบสัปดาห์ ชายอินเดียในกระบี่ ทหารเกาหลีกลับจากระยอง พบแต่ซากเชื้อ-โอกาสแพร่น้อย

สถานการณ์โควิด-19 ที่น่าสนใจในรอบสัปดาห์ เริ่มจากชายชาวอินเดีย วัย 37 ปี ทำงานร้านอาหารที่ จ.กระบี่ ติดเชื้อโควิด-19 มีอาการปอดอักเสบรุนแรง รักษาตัวที่โรงพยาบาลกระบี่ ผลการตรวจพบซากเชื้อปริมาณน้อย และพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แปลผลได้ว่าติดเชื้อมาระยะหนึ่งแล้ว แต่มีโอกาสต่ำมากที่จะแพร่เชื้อให้ผู้อื่น ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำไม่พบเชื้อ อีกด้านหนึ่ง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นนักการทูตชายฮังการีประจำประเทศไทย วัย 53 ปี ที่อยู่บนรถคันเดียวกับนายเปเตอร์ ซิยาร์โท รมว.การต่างประเทศและการค้าฮังการี ที่ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 และทานอาหารร่วมกัน รักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร

อีกด้านหนึ่งเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ทางการเกาหลีใต้ตรวจพบนายทหารกลับจากจังหวัดระยอง ติดเชื้อโควิด-19 จากการสอบสวนโรคพบเดินทางเข้าไทยวันที่ 17 ต.ค. เข้ากักตัวถึงวันที่ 1 พ.ย. ผลการตรวจ 2 ครั้งไม่พบเชื้อ ก่อนประชุมวางแผนการฝึกผสมคอบร้าโกลด์ในไทย ร่วมกับนายทหารต่างชาติ 25 นาย นายทหารไทย 177 นาย รวม 202 นาย เมื่อวันที่ 3-5 พ.ย. ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านฉาง ก่อนกลับเกาหลีใต้วันที่ 8 พ.ย. จึงสั่งกักตัวนายทหารไทย 177 นาย แต่เมื่อตรวจสอบอีกครั้งพบซากเชื้อ ซึ่งโอกาสแพร่เชื้อน้อยมาก แต่เพื่อความมั่นใจ ได้ขอผลการตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันและระยะเวลาที่ติดเชื้อต่อไป


อันดับ 6 : "คนละครึ่ง" ผลตอบรับเกินคาด เงินสะพัดกว่า 1.3 หมื่นล้าน "ประยุทธ์" สั่งถกเปิดเฟส 2 ของขวัญปีใหม่

มาตรการคนละครึ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำมากระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ วงเงิน 30,000 ล้านบาท โดยการให้ส่วนลด 50% แก่ประชาชน 10 ล้านคนที่ใช้จ่ายตามร้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าโอทอป และสินค้าทั่วไป รวมทั้งหาบเร่แผงลอย ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" สูงสุดไม่เกิน 150 บาทต่อวัน และไม่เกิน 3,000 บาทตลอดโครงการ ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 648,000 ร้านค้า กระทั่งการลงทะเบียนรอบเก็บตกเมื่อเช้าวันที่ 11 พ.ย. อีกกว่า 2.4 ล้านราย พบว่าผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ประชาชนลงทะเบียนครบตามจำนวน

ด้านกระทรวงการคลังรายงานข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ย. พบยอดใช้จ่ายสะสม 13,481 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายเอง 6,869 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่าย 6,612 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 208 บาทต่อครั้ง จังหวัดที่ใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่งสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ คาดว่าจะเกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 60,000 ล้านบาท ล่าสุด นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงการคลังศึกษาข้อมูล พิจารณาความเป็นไปได้จัดทำโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยจะเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ และเพิ่มวงเงินใช้จ่ายอีกด้วย


อันดับ 7 : ตำรวจไม่ให้ราคา "เสี่ยโป้" โวยอรินทราชเกินเหตุ-ขู่ฟ้องกลับ รอง ผบ.ตร.เตือนระวังแจ้งความเท็จ

เน็ตไอดอลคนดังถูกค้นบ้านครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ตำรวจนครบาล 9 พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 ตรวจค้นอาคารพาณิชย์ในซอยเพชรเกษม 44 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ของนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ สืบเนื่องจากคดีทะเลาะวิวาทและดวลปืนกันหน้าร้านนวดแห่งหนึ่งย่านถนนราชพฤกษ์ บาดเจ็บ 2 ราย เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายตรวจค้นในพื้นที่กรุงเทพฯ รวม 13 จุด เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ฝ่ายเสี่ยโป้ถูกจับกุมคดีอาวุธปืน 3 ราย อีกด้านหนึ่งได้ค้นบ้านนายธนบดี หรือตั้ว อิ่มใจ ฝ่ายคู่กรณี ย่านปิ่นเกล้า พบปืน 4 กระบอก ผู้พักอาศัยพบยาเคและยาไฟต์ไฟต์

ภายหลังนายเสี่ยโป้ออกมากล่าวหาว่า ตำรวจที่ไปค้นบ้านมีการเหยียบคนงาน ใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะ ไม่แสดงหมายค้น อีกทั้งหมายค้นมีแค่ 2 คูหา แต่เจ้าหน้าที่เข้าค้นรวม 7 คูหา และจะฟ้องดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ทำให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นายเสี่ยโป้จะฟ้องเป็นสิทธิทำได้ แต่หากไม่ชัดเจน และไม่มีมูลความจริงก็จะเข้าข่ายกระทำผิดข้อหาแจ้งความเท็จเสียเอง แม้เสี่ยโป้ เป็นคนมีชื่อเสียง ตำรวจไม่ได้ให้ราคา ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นใครหรือใหญ่ขนาดใหญ่ก็ช่วยไม่ได้ ถ้าหากกระทำความผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีอย่างเท่าเทียมกันทุกคน


กำลังโหลดความคิดเห็น...