xs
xsm
sm
md
lg

ส่อง 3 ประเด็น “ฟาร์มไก่ปารีณา” ป.ป.ช.ฟันยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ-ผิดจริยธรรมร้ายแรง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ย้อนรอย...การตรวจสอบ “ฟาร์มไก่ปารีณา” บนที่ดิน ส.ป.ก. และป่าสงวนแห่งชาติ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เหตุใด ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหายื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ และผิดจริยธรรมร้ายแรง

รายงานพิเศษ

หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งข้อกล่าวหาต่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่าจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ และกำลังพิจารณาประเด็นความผิดทางจริยธรรมในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายการเมือง บุกรุกที่ดินของรัฐ ลองย้อนกลับไปดูว่าการตรวจสอบกรณีครอบครองฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” บนที่ดิน ส.ป.ก. และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ของ น.ส.ปารีณา เป็นอย่างไร

ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขต อ.จอมบึง จ.ราชบุรี อยู่ติดภูเขาที่เรียกว่า “เขาสน” ซึ่งเป็นป่าไม้หนาแน่น มีสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าอยู่บนเขา จุดที่เป็นฟาร์มไก่อยู่ทิศตะวันออกของเขาสน

จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ คือ น.ส.ปารีณา แจ้งแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ว่าครอบครองที่ดินกว่า 1,700 ไร่ รวมทั้งบริเวณ “เขาสน” โดยทำเป็นฟาร์มไก่ ชื่อ “เขาสนฟาร์ม”


แต่ปัญหาคือ ที่ดินบริเวณเขาสนมีสถานะของที่ดินเป็น “ที่ดินปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม” หรือ “ส.ป.ก.” โดยสามารถอ้างอิงได้จากประกาศพระราชกฤษฎีกา เมื่อปี 2521 ประกาศกำหนดเขตที่ดิน อ.จอมบึง เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน

จึงมีคำถามว่า หาก “เขาสนฟาร์ม” ตั้งอยู่ในเขต ส.ป.ก.จริง แล้ว ส.ส.อย่าง น.ส.ปารีณา ได้สิทธิในการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.มาได้อย่างไร เพราะ ส.ป.ก.มีไว้เพื่อจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องทำการเกษตร จัดสรรได้คนละไม่เกิน 50 ไร่ และห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือ จึงนำไปสู่การตรวจสอบ ซึ่ง น.ส.ปารีณาอ้างว่า ครอบครองอย่างถูกต้อง และจ่ายภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5) กับทางท้องถิ่นมาตลอด

ส่วน นายทวี ไกรคุปต์ บิดา ออกมายืนยันว่าที่ดินแปลงนี้ได้มาจากการซื้อต่อจากบุคคลอื่นเมื่อนานมาแล้ว ไม่ใช่การเข้าไปบุกรุกถางป่า

เมื่อเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.เข้าตรวจสอบ กลับพบว่า น.ส.ปารีณา หรือแม้แต่นายทวี ไม่เคยมีสิทธิครอบครองที่ดินแปลงนี้ไม่ว่าในรูปแบบใด จนเมื่อรังวัดกลับพบว่าที่ดินที่ถูกใช้ประโยชน์ มีอาคารโรงเรือนทำเป็นฟาร์มไก่ในชื่อ “เขาสนฟาร์ม” อยู่ในเขต ส.ป.ก.รวม 665 ไร่ และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ อีก 46 ไร่ โดย ส.ป.ก.อ้างว่า ดำเนินคดีย้อนหลังไม่ได้ และ น.ส.ปารีณา คืนที่ดินให้รัฐแล้ว ส่วนกรมป่าไม้ยืนยันจะดำเนินคดีในข้อหา “บุกรุกที่ดินของรัฐ”

มาไล่เรียงย้อนกันทีละประเด็น


ประเด็นแรก ... “จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ”

น.ส.ปารีณา ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในการเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ครั้งล่าสุด มีทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมาคือที่ดินมากกว่า 1,700 ไร่ ซึ่งมี 57 แปลง จาก 67 แปลง เป็นที่ ภบท.5 อยู่ที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

แต่เมื่อถูกตรวจสอบว่าที่ดินเหล่านี้มาจากการ “บุกรุก” น.ส.ปารีณา ยอมรับเฉพาะส่วนที่มีหลักฐานครองครองใช้ประโยชน์ คือ ที่ดินเขาสนฟาร์ม ประมาณ 700 ไร่ ส่วนแปลงอื่นๆ อ้างว่าสับสน และมีบางแปลงเป็นชื่อน้องชาย

ดังนั้น “การถูกตรวจสอบว่าที่ดินที่ยื่นไว้ในบัญชีทรัพย์สิน มาจากการบุกรุก” อาจทำให้การแสดงความเป็นเจ้าของที่ดินของ น.ส.ปารีณา ลดน้อยลงตามไปด้วย เพราะหากอ้างเป็นเจ้าของที่ดินมาก ก็จะทำให้ถูกตรวจสอบว่า “บุกรุก” เพิ่มมากขึ้น

และเมื่อแสดงความเป็นเจ้าของที่ดินน้อยลง ยอมรับเป็นเจ้าของเฉพาะแปลงที่ครอบครองทำประโยชน์อยู่ชัดเจน คือ ฟาร์มไก่ จึงทำให้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา “แสดงบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ” แทน


ประเด็นต่อมา ... “บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.-ป่าสงวน ผิดจริยธรรมร้ายแรง ในฐานะที่ ส.ส.เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ”

ข้อนี้ นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา อ้างว่าเป็นที่ดินที่ซื้อต่อมาจากบุคคลอื่นอย่างถูกต้อง แต่เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะแม้จะซื้อต่อมาจริง แต่เป็นการซื้อขายที่ดินที่ “ไม่มีเอกสารสิทธิ” ยิ่งนายทวีเป็นถึงอดีต ส.ส. และอดีตรัฐมนตรี เหตุใดไม่รู้ว่าเป็นการซื้อขายที่ดินของรัฐอย่างผิดกฎหมาย กลับยังเข้าครอบครองเข้าทำประโยชน์

ส่วนที่ น.ส.ปารีณา อ้างไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาจ่ายภาษีบำรุงท้องที่ และนำใบ ภบท.5 มาอ้างสิทธิ ก็ไม่สามารถอ้างเช่นนั้นได้ เพราะสถานะของ ภบท.5 เป็นเพียง “ใบเสร็จรับเงิน” ไม่ใช่ “เอกสารสิทธิ” และยังมีคำสั่งจากกระทรวงมหาดไทยหลายครั้งให้ท้องถิ่นยกเลิกการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ไปตั้งแต่ปี 2557

ที่สำคัญ น.ส.ปารีณา เป็น ส.ส.มาแล้วหลายสมัย

เมื่อดูจากแผนที่ของ ส.ป.ก.ยังเห็นได้ว่า แนวเขต ส.ป.ก.ส่วนใหญ่ในพื้นที่เขาสน ถูกรังวัดเป็นแปลงย่อยๆเพื่อจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ให้เกษตรกรไปจำนวนมากแล้วตั้งแต่ปี 2557 แต่ในพื้นที่ที่เป็นฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา กลับไม่เคยถูกรังวัดมาก่อน ทั้งที่มีหลักฐานทำเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ มีการครอบครองเข้าทำประโยชน์ชัดเจน ซึ่งยังเป็นคำถามว่าทำไมตลอดเกือบ 6 ปี ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จึงไม่เข้ารังวัดที่ดินแปลงนี้


ประเด็นที่สาม ... “ส.ป.ก.ไม่ดำเนินคดีต่อ น.ส.ปารีณา ในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ”

หากตั้งคำถามว่า ก่อนเป็น ส.ป.ก. ที่ดินแปลงนี้มีสถานะเป็นอะไร คำตอบก็คือ เป็น “ป่าสงวนแห่งชาติ” โดยตามกฎหมายจะถือว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาประกาศเขตปฏิรูปที่ดินก็จะเพิกถอนความเป็นป่าสงวนโดยอัตโนมัติ แต่ก็เป็นที่ดินของรัฐอยู่ดี

ดังนั้น แม้ว่าจะอ้างว่าได้ที่ดินมาก่อนจะประกาศเป็น ส.ป.ก. หรืออ้างว่า “ซื้อต่อมาหลายมือ” ก็ไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ในที่ดินได้ เพราะป่าสงวนเป็นที่ดินของรัฐ ไม่สามารถซื้อขายได้

หรือหากจะย้อนไปอีกว่า ก่อนเป็นป่าสงวนที่ตรงนี้จะเป็นอะไร คำตอบคือ เมื่อเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ก็ถือเป็นที่ “ป่า” ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ไม่สามารถเข้ามาครอบครองทำประโยชน์ได้เช่นเดียวกัน นอกจากว่าจะมีการเขียนคำร้องว่าครอบครองมาก่อนมีกฎหมายที่ดิน ตาม พ.ร.บ.ที่ดิน 2518 แต่ไม่พบว่ามีคำร้องนี้มาก่อน

ดังนั้น การที่ ส.ป.ก.ไม่ดำเนินคดีต่อ น.ส.ปารีณา อาจเป็นอีกประเด็นที่ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานนี้ด้วยหรือไม่?
กำลังโหลดความคิดเห็น...