xs
xsm
sm
md
lg

โควิด-19 กลุ่มเสี่ยงลดลง ต่างด้าวเพิ่มขึ้น ผอ.ศบค.สั่งปูพรม หลังเจอจากสงขลารวดเดียว 42 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โฆษก ศบค. แจงตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 53 ราย มี 42 รายมาจากแรงงานต่างด้าว ที่ศูนย์กักขัง อ.สะเดา จ.สงขลา นายกฯ สั่งปูพรมตรวจ หลังถอดบทเรียนสิงคโปร์ยอดพุ่ง เน้นหลักมนุษยธรรม แม้เข้าเมืองผิดกฎหมายก็รักษาให้หายดี ยืนยันชาวสงขลาไม่ติดแน่นอน อยู่ในพื้นที่ควบคุม ชี้ การคลายล็อกต้องดูทั้งภาพใหญ่และภาพย่อย

วันนี้ (25 เม.ย.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ระบุว่า ผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้ 53 ราย มาจากการทำ Active Case Finding ศูนย์กักขังแรงงานต่างด้าว อ.สะเดา จ.สงขลา 42 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,907 ราย ใน 68 จังหวัด หายป่วยแล้ว 57 ราย หายป่วยสะสม 2,547 ราย รักษาอยู่ 309 ราย เสียชีวิต 1 ราย สะสมรวม 51 ราย ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นชายไทย อายุ 48 ปี อาชีพรับจ้าง สัมผัสผู้ป่วยยืนยันที่เป็นคนในครอบครัว 4 ราย มีน้องชายทำงานสถานบันเทิงย่านทองหล่อ น้องสะใภั พ่อและแม่

การทำ Active Case Finding มาจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ (ผอ.ศบค.) เห็นประเทศสิงคโปร์พบผู้ป่วยจากแรงงานต่างด้าว จึงให้นโยบายเชิงรุกและเข้าไปตรวจมากขึ้น สอดคล้องกับการประกาศเขตโรคติดต่ออันตรายเพิ่มอีก 5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย กัมพูชา สปป.ลาว อินโดนีเซีย เมียนมา พบทั้ง 42 รายร่างกายแข็งแรงดี แต่จะเอกซเรย์ปอดเพื่อตรวจคัดกรองอาการแต่ละคน อีกด้านหนึ่งเป็นหลักมนุษยธรรม แม้จะเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ก็ดูแลทุกคนให้ปลอดโรค ปลอดภัย ขอบคุณชาวจังหวัดสงขลาที่ให้พื้นที่ดูแล เพราะมีขอบชายแดน อีกทั้งมีการปิดด่านสะเดา เพราะมีผู้ติดเชื้อ จึงจำกัดพื้นที่และจะดูแลเยียวยาอย่างเต็มที่

ผู้ป่วยใหม่ 53 ราย มาจากสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 3 ราย ไปในสถานที่ชุมชน 1 ราย พบที่กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต ส่วน 7 คน มาจากการค้นหาเชิงรุกที่จังหวัดยะลา ส่วนศูนย์กักขัง มีชาวเมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย เยเมน กัมพูชา และอินเดีย ผู้ป่วยสะสมมากที่สุด กรุงเทพฯ ภูเก็ต นนทบุรี สมุทรปราการ และ ยะลา ส่วนจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยใหม่มี 9 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่มี PUI สะสมมากกว่า 1,000 ราย ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ภูเก็ต ยะลา ชลบุรี และ สมุทรปราการ จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 7 วันที่ผ่านมา 14 จังหวัด กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และภาคใต้ ไม่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 14 วันที่ผ่านมา มี 7 จังหวัด ไม่มีรายงานผู้ป่วยในช่วง 28 วันที่ผ่านมา มี 12 จังหวัด เมื่อจำแนกผู้ป่วยตามปัจจัยเสี่ยงรายสัปดาห์ พบผู้ป่วยจากอาชีพเสี่ยง เช่น ทำงานในสถานที่แออัดลดลง เพราะมีมาตรการลงไป แต่เพิ่มที่ศูนย์กักขังตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจะต้องหาวิถีทางใหม่ๆ เข้าไปเชิงรุกหาผู้ป่วยยืนยันให้ได้ โดยตรวจคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศไทย

ส่วนสถานการณ์โลก ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,830,082 ราย รักษาตัว 58,523 ราย รักษาหายแล้ว 798,182 ราย เสียชีวิต 197,246 ราย สหรัฐอเมริกา ยังเป็นอันดับหนึ่ง เสียชีวิตสะสม 52,185 ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 57 เมื่อดูจากกราฟ พบว่าสหรัฐอเมริกายังทรงตัว แต่ก็ยังกระจุกตัวที่สหรัฐอเมริกา และยุโรป ส่วนเอเชียพบที่อินเดียมากที่สุด โดยที่สหรัฐอเมริกา พบรัฐนิวยอร์ก มีจำนวนผู้ป่วย 1.38 แสนราย และมีแนวโน้มเป็นล้านคน เนื่องจากข้อจำกัดในการตรวจวินิจฉัยในช่วงแรกของการแพร่ระบาด ส่วนประเทศอินโดนีเซีย ระงับการเดินทางในประเทศชั่วคราว ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางเรือ ตั้งแต่วันแรกของเดือนรอมฎอน (24 เม.ย.)

วันนี้ มีนักศึกษากลับจากอิหร่าน 21 ราย มาถึงประเทศไทยแล้วเมื่อเช้า และจะมีพระภิกษุ แม่ชี ผู้ปฏิบัติธรรมกลับจากอินเดีย 171 ราย พรุ่งนี้ (26 เม.ย.) มีนักเรียน นักศึกษา คนงาน และนักท่องเที่ยวกลับจากออสเตรเลีย 212 ราย โดยทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการ State Quarantine ขณะที่กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ออกมาตรการด้านการขนส่ง ขนถ่ายสินค้าบริเวณด่านพรมแดน เพื่อเอื้ออำนวยการขนส่งให้อยู่ตามด่านชายแดน โดยมีพื้นที่ควบคุมและมาตรการควบคุม มีจุดคัดกรอง พ่นยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาด และมีที่พักสำหรับการกักตัวถ้าจำเป็น กำชับให้ขนถ่ายสินค้าอย่างรวดเร็ว ห้ามคนขับลงจากรถ และต้องกลับเข้าราชอาณาจักรไม่เกิน 7 ชั่วโมง

ส่วนมาตรการเคอร์ฟิว ฝ่ายความมั่นคงดำเนินคดีออกนอกเคหสถาน 517 คน มั่วสุม 40 คน มากที่สุดในแต่ละภาค ประกอบด้วย เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ปทุมธานี และ กรุงเทพฯ เมื่อวิเคราะห์สถิติสะสม 4,376 ราย พบผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนใหญ่มาจากการเล่นพนัน ส่วนการออกนอกเคหสถาน 12,109 ราย พบผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนใหญ่อายุ 19-30 ปี

ช่วงตอบคำถาม เมื่อถามว่า องค์การอนามัยโลกระบุว่า การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยง เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ยืนยันว่า มีความเสี่ยงแน่นอน แต่จะสอบถามนักวิชาการด้านสถิติ เป็นชุดพฤติกรรมคนที่สูบบุหรี่ต้องสังสรรค์ ซึ่งการสังสรรค์และการใช้บุหรี่มวนเดียวกัน ก็มีการปนเปื้อนเชื้อจากน้ำลาย ส่วนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นละอองฝอยก็ไปยังผู้อื่น การสูบบุหรี่ทำให้ปอดไม่ดี เพราะมีสารนิโคติน เชื้อโรคต่างๆ เข้าไปจับได้ง่าย บางคนเป็นโรคถุงลมโป่งพองอยู่แล้วก็มีความเสี่ยง

เมื่อถามว่า ผู้ผลิตละคร ผู้ผลิตรายการ ขอทราบแนวทางการคลายล็อก และรัฐบาลพิจารณาการผ่อนคลายล็อกดาวน์อย่างไร ชี้แจงโดยภาพรวมว่า กิจการใดจะคลายล็อก ก็จะดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว และจากปรากฏการณ์และสถิติ ชุดพฤติกรรมที่ทำให้เกิดขึ้น เช่น สถานบันเทิง ซึ่งทั่วโลกก็ใช้หลักการเดียวกัน ต้องการให้กิจกรรมที่มีระยะห่างทางกายเกิดขึ้น นอกจากนี้ ภาคผู้ประกอบการ ในรูปแบบชมรม สามารถเสนอมาตรการป้องกันและกำหนดชุดพฤติกรรมได้ ถ้ามั่นใจและทำได้ สมาชิกรับปฏิบัติการแข่งขัน ยอมรับการตรวจสอบเป็นระยะ ก็จะสามารถเปิดได้

เมื่อถามว่า ศบค. กำชับแต่ละจังหวัดที่จะมีมาตรการคลายล็อกอย่างไร ยืนยันว่า เป็นเรื่องที่จะต้องมีภาพใหญ่และภาพย่อย เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และรายจังหวัดจะต้องไปกำหนด แต่ไม่ย่อหย่อนไปกว่ามาตรการใหญ่ แต่ละจังหวัดนำไปปรับใช้ตามสถานการณ์จากตัวเลขที่รายงานไป ไม่ได้บังคับกำชับหรือดูในรายละเอียด แต่ทุกจังหวัด ประชาชน หน่วยงานความมั่นคงเข้มข้นในการดูแล เมื่อถามว่า ผู้ป่วยจากศูนย์กักขังแรงงานต่างด้าว 42 รายที่จังหวัดสงขลา คนในพื้นที่จะมีความเสี่ยงหรือไม่ ยืนยันว่า ไม่มีความเสี่ยงแน่นอน หลังจากการทำ Active Case Finding แล้วก็ขีดวงและจัดการดูแลเต็มที่ เหมือนกับโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยไม่ได้ติดกระจายออกไป ต้องขอบคุณชาวสงขลาที่เปิดพื้นที่ให้ดูแล ถือว่าเป็นการทำบุญร่วมกัน

ส่วนตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจะมีผลต่อการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์หรือไม่ ชี้แจงว่า สะท้อนภาพความเป็นจริงเช่นเดียวกับสิงคโปร์ เพราะการแพร่กระจายของแรงงานต่างด้าว เราก็มีหน้าที่เรียนรู้ประสบการณ์แล้วค้นหา ถ้าเจอก็รักษา ผอ.ศบค. ขอให้เปิดเผยความเป็นจริงออกมา เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือได้มากที่สุด ในตอนท้าย นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ใส่หน้ากากทุกวัน ป้องกันโควิด-19 ตนดีใจที่เห็นคนระหว่างทางสวมหน้ากากอนามัยเกือบ 100% ต้องขอบคุณเป็นอย่างสูง อย่างน้อยมีหน้ากากผ้าก็ป้องกัน ทุกคนจะปลอดภัยในการใช้หน้ากากปกป้องตัวเอง




















กำลังโหลดความคิดเห็น...