xs
xsm
sm
md
lg

ศบค.แจงดูแลแรงงานต่างด้าวติดโควิด 42 ราย เป็นอย่างดีตามหลักมนุษยธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หมอทวีศิลป์” แจงแรงงานต่างด้าวในศูนย์กักขัง ตม.สะเดา ที่ติดเชื้อโควิด 42 คน เป็นพม่า 34 ราย ที่เหลือเป็นเวียดนาม มาเลย์ กัมพูชา อินเดีย และ เยเมน เบื้องต้นทุกคนยังแข็งแรง ยันรัฐบาลจะดูแลอย่างดี ตามหลักมนุษยธรรม

วันนี้ (25 เม.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ 53 ราย ผู้ป่วยหายแล้วเพิ่มเติม 57 ราย รวมผู้ป่วยหายแล้วเดินทางกลับบ้าน 2,547 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 51 ราย สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นชายไทยอายุ 38 ปี อาชีพรับจ้างและสัมผัสผู้ป่วยยืนยันภายในครอบครัว 4 ราย คือ พ่อแม่ น้องชาย และน้องสะใภ้ โดยผู้ป่วยรายนี้เริ่มมีอาการวันที่ 1 เม.ย. มีไข้ ไอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศรีษะ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลใน กทม.ผลเป็นปกติ ได้ยามาทานที่บ้าน จากนั้นวันที่ 12 เม.ย.มีอาการอีกครั้งไข้สูง 40 องศา หายใจลำบาก จึงส่งตรวจหาเชื้อ ผลตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วยโควิด-19 และวันที่ 16 เม.ย.อาการแย่ลงต้องใส่ท่อช่วยหายใจและเสียชีวิตวันที่ 24 เม.ย.

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 53 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่สัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 4 ราย ผู้ป่วยที่มาจากการตรวจแบบเชิงรุกในพื้นที่จังหวัดยะลา 7ราย และผู้ป่วยที่ตรวจเชิงลึกในศูนย์กักขังตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา 42 ราย โดยกลุ่มนี้เป็นแรงงานต่างด้าวทั้งหมด เป็นคนพม่า 34 ราย เวียดนาม 3 ราย มาเลเซีย 2 ราย เยเมน กัมพูชา และอินเดีย ชาติละ 1 ราย โดยการพบผู้ป่วยกลุ่มนี้เนื่องจากนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ที่ทราบข่าวการแพร่ระบาดของกลุ่มคนงานต่างด้าวในประเทศสิงคโปร์ จึงให้ตรวจสอบเชิงรุกตามพื้นที่กลุ่มเสี่ยง รวมถึงมีการประกาศเขตโรคติดต่ออันตรายเพิ่มเติม 5 ประเทศ คือ ประเทศมาเลเซีย กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย และ พม่า เมื่อวันที่ 23 เม.ย. เราจึงให้ความสำคัญ ทำให้เกิดกระบวนการค้นหามากขึ้น

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า และเมื่อเจอ 42 รายดังกล่าว ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เข้าไปดูแลในส่วนนี้เป็นอย่างดี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาการเบื้องต้น 42 ราย ยังแข็งแรงดีอยู่ จากนี้จะเอกซเรย์ปอดเพื่อตรวจสอบรายละเอียดต่อไป ยืนยันที่เราทำเป็นไปตามหลักการตามมนุษยธรรมที่ต้องดูแลทุกคน และขอบคุณชาวสงขลาที่มีไมตรีจิตจัดพื้นที่ดูแลคนเหล่านี้ และขอยืนยันว่า คนในพื้นที่สงขลาจะไม่มีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากคนเหล่านี้ เราจะไม่ยอมให้เสี่ยง เมื่อเรารู้จุดที่มีการแพร่ระบาดก็จะเข้าไปจัดการพื้นที่เหมือนกับการดำเนินการในเขตโรงพยาบาลเพื่อไม่ให้มีการกระจายเชื้อ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการด้านความมั่นคงในการตั้งจุดตรวจและสายตรวจในช่วงเวลาเคอร์ฟิว พบว่า มีคนฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 595 ราย เพิ่มขึ้น 113 ราย และชุมนุมมั่วสุม 40 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้น1ราย

เมื่อถามว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนคนสูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าปกติ และถ้าติดเชื้อแล้วจะมีอาการหนักกว่าปกติ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เสี่ยงแน่นอน เพราะชุดพฤติกรรมของคนสูบบุหรี่ ถือว่ามีความเสี่ยง บางคนสูบบุหรี่มวนเดียวกัน หรือผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีควันจำนวนมาก ควันดังกล่าวก็อาจมีละอองฝอยปะปน หากผู้สูบบุหรี่ดังกล่าวมีเชื้อก็ทำให้แพร่เชื้อได้ อีกทั้งการสูบบุหรี่ทำให้ปอดไม่แข็งแรงเชื้อโรคเข้าไปจับได้ง่าย ต้นทุนที่ต่ำกว่าคนอื่นก็มีโอกาสหนักกว่าคนอื่น

เมื่อถามว่า ผู้ผลิตละครสอบถามว่าจะมีการคลายล็อกอย่างไร และรัฐบาลใช้เกณฑ์อะไรพิจารณาการผ่อนคลายสำหรับกิจกรรมต่างๆ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การจะผ่อนคลายอะไรจะไปดูสถิติและฐานข้อมูลเป็นหลัก กระทรวงสาธารณสุขเคยบอกหลายครั้งแล้ว เช่น ชุดพฤติกรรมจัดปาร์ตี้สังสรรค์ สนามมวย หรือพื้นที่คนแออัด มีความเสี่ยง ทุกคนคงยอมรับแล้วว่าไม่น่าจะให้เปิดสถานที่เหล่านี้ เพราะการติดเกิดจากการเข้าใกล้กัน อย่างไรก็ตาม กิจกรรมไหนที่ห่างกันได้ก็ยอมให้เปิดได้ รูปแบบกิจกรรมจะเป็นตัวกำหนด ไม่ใช่แค่รัฐเป็นคนตัดสินใจ ผู้ประกอบการก็สามารถเสนอมาตรการในการดูแลกิจกรรมของตัวเองได้ ถ้ามั่นใจว่าข้อเสนอต่างๆ จะทำได้อย่างแข็งขัน และยอมรับกับการตรวจสอบเป็นระยะ ก็สามารถเปิดได้

เมื่อถามว่า ตัวเลขผู้ป่วยใหม่ 53 คน วันนี้จะมีผลในการตัดสินใจคลายล็อกหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความเป็นจริง ซึ่งประเทศสิงคโปร์จากเดิมที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่สูงมากก็เพิ่มเป็นหลักหมื่น โดยเริ่มจากกลุ่มแรงงานต่างด้าว เราเรียนรู้สิ่งเหล่านี้และมาสแกนหาในประเทศ ถ้าเจอก็รักษา และผู้บริหารทุกระดับยืนยันให้เปิดเผยตัวเลขจริงแก่ประชาชนเหมือนกับที่ผู้บริหารรับทราบ เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือ






กำลังโหลดความคิดเห็น...