xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : เต้น 'เจนนุ่นโบว์' สู้โควิด | 'เคอร์ฟิว' รบกับไวรัสมรณะ | "สุวรรณภูมิ" วุ่น! ผู้โดยสารโวย "ไม่กักตัวค่ะ"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 29 มี.ค. - 4 เม.ย. 2563)


อันดับ 1 : แดนเซอร์จำเป็น! ปรากฎการณ์เพลงดัง "เจน นุ่น โบว์" เต้นสู้โควิด-19 เสมือนชุบชีวิต

ผลจากการที่ภาครัฐและเอกชนออกมาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home) และรณรงค์ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้ประชาชนมีงานอดิเรกและอยู่กับโลกโซเชียลมากขึ้น ถึงกับมีคำกล่าวว่า "เพื่อนๆ ในโซเชียลกักตัวอยู่บ้าน กลายร่างแบ่งเป็นสองฝ่าย ไม่เป็นเชฟก็เป็นแดนเซอร์" หนึ่งในนั้นคือการเต้นคัฟเวอร์เพลง "ซุปเปอร์วาเลนไทน์" ของสามสาว "เจน นุ่น โบว์" ในแอปพลิเคชัน TikTok ที่พบว่าแม้แต่ดารานักแสดงก็เต้นตามไปด้วย กลายเป็นไวรัลให้ทั้งสามสาวโด่งดังชั่วข้ามคืน ทั้งที่เพลงนี้เกิดขึ้นมานานเกือบ 10 ปี

สามสาวซุปเปอร์วาเลนไทน์ วาเลนไทน์ เติบโตมาจากวงดนตรี "วาเลนไทน์ อ่างทอง" ก่อนย้ายสังกัดมาที่ค่ายท็อปไลน์ มิวสิค ในปี 2553 ใช้เพลงนี้แนะนำตัวในช่วงแรกๆ ไม่ได้เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้าง ภายหลังหันมาออกเพลงเดี่ยว แต่ 10 ปีผ่านไป ถูกผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน TikTok โซเชียลมีเดียวีดีโอสั้นที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น หยิบนำมาเต้นคัฟเวอร์ใหม่พร้อมเพิ่มเอฟเฟกต์ตลกขบขัน กลายเป็นที่ติดหู โดยเฉพาะประโยค "เจนค่ะ หนูชื่อเจนมากับนุ่นแล้วก็มากับโบว์" อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสามสาวจะเปรียบว่าเสมือนได้ชุบชีวิตวงขึ้นมาใหม่ แต่งานจ้างต่างๆ ยังไม่เกิดขึ้น เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 นั่นเอง


อันดับ 2 : โควิด-19 ทั่วโลกทะลุล้าน สหรัฐฯ ยืนหนึ่ง จีนผ่อนคลายมาตรการ ไทยประกาศเคอร์ฟิวสู้

จำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 สะสมทั่วโลกเข้าสู่หลักล้านคนไปเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ปัจจุบัน ณ วันที่ 6 เม.ย. มีผู้ติดเชื้อจำนวนทั้งสิ้น 1,253,043 ราย เสียชีวิต 68,151 ราย รักษาหายแล้ว 257,199 ราย โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด 327,848 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่มากถึง 16,491 ราย แต่ผู้เสียชีวิตสะสมมากที่สุดคืออิตาลี 15,887 ราย ขณะที่รัฐบาลจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มในการจำกัดการเดินทางของประชากร หลังสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดไว้ได้ในระดับหนึ่ง และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่น้อยลง

ขณะที่ประเทศไทย ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงาน ณ วันที่ 5 เม.ย. ว่า มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,169 ราย เสียชีวิต 23 ราย รักษาหายแล้ว 674 ราย โดยพบว่าเป็นผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า (จากสนามมวย สถานบันเทิง และพิธีกรรมทางศาสนา) รวมทั้งคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และอาชีพเสี่ยง โดยเน้นย้ำให้ประชาชนอยู่บ้าน ขณะที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา


อันดับ 3 : สุวรรณภูมิวุ่น! ผู้โดยสารโวย "ไม่กักตัว" ทหารปล่อยกลับบ้าน รัฐบาลต้องสั่งตามเก็บจนครบ

หลังจากที่รัฐบาลประกาศห้ามออกนอกเคหะสถาน 22.00 น. ถึง 04.00 น. ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. และสั่งการกระทรวงการต่างประเทศ ให้ผู้โดยสารชะลอการเดินทางเข้าประเทศระหว่างวันที่ 2-12 เม.ย. ผู้ที่เข้าประเทศช่วงดังกล่าวจะต้องถูกกักตัวโดยรัฐ (State Quarantine) เพื่อสังเกตอาการ 14 วัน ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อเย็นวันที่ 3 เม.ย.ผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งรอขั้นตอนตรวจโรคไม่พอใจ ไม่ยอมรับการกักตัว พยายามกดดันเจ้าหน้าที่ กระทั่ง พล.ต.โกศล ชูใจ ผู้ชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าเจรจาและตัดสินใจปล่อยให้เดินทางกลับบ้าน สร้างความไม่พอใจแก่สังคม

เช้าวันที่ 4 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ติดตามตัวผู้โดยสาร 158 คน มารายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายในเวลา 18.00 น. ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดี ทำให้มีผู้โดยสารมารายงานตัวจนครบ โดยที่ศูนย์ EOC มี 93 คน เข้าพักที่โรงแรม 2 แห่ง อีกส่วนหนึ่งรายงานตัวที่ศูนย์ดำรงธรรมในต่างจังหวัด 65 คน กักตัวที่โรงพยาบาล โรงแรม และสถานที่ราชการ ด้านผลการสอบข้อเท็จจริง พล.ต.โกศล พบว่าผู้อำนวยการศูนย์ EOC ให้ พล.ต.โกศล ปล่อยตัวผู้โดยสารกลับบ้านไปก่อน แล้วติดตามตัวที่หลัง เพราะเกรงว่าอาจลุกลามจนกลายเป็นการจราจลได้


อันดับ 4 : ไฟป่าภาคเหนือคร่าชีวิต 5 ศพ ดอยสุเทพเสียหายยับ สลด "หัวหน้าชุดดับไฟป่า" ผูกคอตาย

สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย นับตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. เป็นต้นมา ยังคงมีไฟป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญเกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่จุดไฟเผาเพื่อหาของป่า ประกอบกับอากาศร้อน แห้งแล้ง ทำให้เกิดไฟป่าตามมาอีกหลายจุด เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ค่าคุณภาพอากาศเลวร้าย นอกจากนี้ยังเกิดไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออื่นๆ เช่น แม่ฮ่องสอน เชียงราย มีผู้เสียชีวิต 5 ราย มีทั้งหมดสติ และถูกไฟคลอกเสียชีวิต ได้แก่ นายปฏิภาณ ตาลป่า เจ้าหน้าที่ อบต.แม่ทะลบ, นายนิพนธ์ จาระธรรม, พลทหาร ปิยพันธ์ แสนสุข, นางต๊ะนี กิจเจริญพัฒน์ และนายเงิน นาหยิ

อีกด้านหนึ่งเมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายสิงห์ทน นวลักษณะกุล อายุ 46 ปี หัวหน้าชุดดับไฟป่าหน่วยเคลื่อนที่เร็ว จุดแม่เหียะ สังกัดสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ อ.เมืองเชียงใหม่ ตัดสินใจฆ่าตัวตาย พร้อมทิ้งจดหมายตัดพ้อถึงระบบราชการที่ทำให้แก้ไขปัญหาไม่ได้ มีทั้งเด็กนาย เด็กกู และระบุว่า ไม่ได้กินข้าวเป็นอาทิตย์ เครียดตลอด ตัดสินใจเอง นายเศกรัฐ ไชยศิริ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ อ้างว่า นายสิงห์ทนเป็นคนดีแต่เมาสุรา จึงมีผลกระทบต่อการทำงาน โดยได้ย้ายให้ไปปฏิบัติงานอีกส่วน ไม่ได้ลงพื้นที่นำทีมหรือดับไฟแต่อย่างใด ยืนยันว่าปฏิบัติการดับไฟป่าให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าหน้าที่ทุกคน


อันดับ 5 : ปลุกปั่นข่าวลือเชื้อโควิด-19 ทำพิษ! นักโทษก่อหวอดจราจล-เผาเรือนจำบุรีรัมย์ หัวโจกแหกคุกแต่ไม่รอด

เหตุความวุ่นวายในเรือนจำเสียหายยับ และมีนักโทษแหกคุกเพราะถูกปั่นกระแสเรื่องโควิด-19 เกิดขึ้นเมื่อสายวันที่ 29 มี.ค. เมื่อผู้ต้องขังภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ราว 100 คน ทำร้ายเจ้าหน้าที่เรือนจำ ก่อการจลาจล เผาทำลายอาคารได้รับความเสียหาย ทางเรือนจำจึงประสานขอกำลังสนับสนุนทั้งตำรวจ ทหาร พร้อมประสานผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยระงับเหตุ กระทั่งสถานการณ์สงบลง สาเหตุเกิดจากไม่พอใจมาตราการป้องกันโควิด-19 กลุ่มผู้ต้องขังที่ก่อหวอดนั้น เป็นกลุ่มที่ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต หนึ่งในนั้นผู้ต้องขังใหม่คนหนึ่ง เข้าไปปลุกปั่นสร้างสถานการณ์ให้ก่อเหตุขึ้นมา

หลังเกิดเหตุกรมราชทัณฑ์นำผู้ต้องขัง 2,099 คน ไปไว้ที่เรือนจำจังหวัดใกล้เคียง 18 แห่ง ผู้ก่อเหตุ 93 คน ย้ายไปเรือนจำกลางคลองไผ่ จ.นครราชสีมา มีผู้ต้องขังหลบหนีไปตามจับได้ 4 คน รายสุดท้ายคือ นายธันยพงศ์ หรือนพ สินพูน อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังคดียาเสพติด จับกุมเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ป่าใกล้ลำคลองคูเมืองโบราณ หมู่บ้านโนนเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ในสภาพอิดโรย มีประวัติตั้งแต่สถานพินิจฯ คิดแผนปลุกปั่นให้ผู้ต้องขังอื่นกลัวโควิด-19 แล้วเผาเรือนจำ ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ระบุว่า ความเสียหายมีอาคารเรือนนอนที่ถูกเผา 3 หลัง หลังละ 20 ล้านบาท ส่วนอื่นๆ รวม 70 ล้านบาท


อันดับ 6 : วิจารณ์สนั่น "แกร็บ" ซ้ำเติมโควิด! ขึ้นค่าคอมมิชชันโหด 35% ใครสั่งต่ำกว่า 70 บวกเพิ่มอีก 20 บาท

จากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 มีการสั่งให้ร้านอาหารจำหน่ายเฉพาะซื้อกลับบ้านและจัดส่งถึงบ้าน ทำให้ลูกค้าหันมาใช้บริการฟู้ดดีลิเวอรีมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ "แกร็บฟู้ด" ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีเสียงวิจารณ์ว่าในช่วงวิกฤตโรคระบาด แกร็บกลับฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าคอมมิชชันจาก 30% เป็น 35% และขอเพิ่มค่าส่ง 10 บาท อ้างว่าเพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้คนขับ แต่พบว่าคนขับไม่ได้เงินตรงนี้แม้แต่บาทเดียว ไม่นับรวมคิดค่าธรรมเนียม "คำสั่งซื้อขนาดเล็ก" เพิ่มอีก 20 บาท สำหรับคนที่สั่งอาหารและเครื่องดื่มต่ำกว่า 70 บาทอีกด้วย

งานนี้ถูกบอกกันแบบปากต่อปากในโลกโซเชียลว่า ไม่จำเป็นตอนนี้อย่าเพิ่งสั่งอาหารผ่านแกร็บ ให้ไปใช้บริการรายอื่น เพราะร้านค้าแทบไม่ได้อะไรในวิกฤตครั้งนี้ ร้อนถึงแกร็บ ประเทศไทย ต้องออกแคมเปญ "แกร็บแคร์" ลดค่าคอมมิชชันเหลือ 30% เท่าเดิม แต่ต่อมามีชาวเน็ตวิจารณ์ว่าแกร็บเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชัน บริการ GrabExpress รับส่งพัสดุ-เอกสาร และ GrabAssistant ฝากซื้อสินค้าจากร้านค้าส่งตรงถึงบ้าน ครั้งละ 1-3 บาท จนต้องยุติเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว พร้อมประกาศขออภัยและยืนยันว่าจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ เพิ่มขึ้นอีกตลอดช่วงวิกฤติโควิด-19


อันดับ 7 : สาวคลีนิกแจ้งความจับภรรยา "ศรราม เทพพิทักษ์" ปมมัดจำซื้อหน้ากากอนามัย สุดท้ายได้เงินคืน

ข่าวบันเทิงผสมอาชญากรรมในสถานการณ์โควิด-19 สัปดาห์นี้ ต้องยกให้กรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเจ้าของสหคลินิกแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.หัวหมาก เมื่อวันที่ 30 มี.ค. เพื่อให้ดำเนินคดีกับ "ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์" กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ ภรรยาของ "หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์" นักร้อง นักแสดงชื่อดัง หลังสั่งซื้อหน้ากากอนามัยกว่า 2 แสนชิ้นทางออนไลน์ โอนเงินมัดจำไปแล้ว 9 แสนบาท แต่ไม่ได้รับของตามที่ตกลง พร้อมหอบหลักฐาน พร้อมนำหลักฐานการสนทนาทางไลน์ สลิปการโอนเงิน คลิปเสียงการสนทนา มามอบให้ตำรวจ

ไม่ทันข้ามวัน "หนุ่ม-ศรราม" ใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ชี้แจงว่า ตนและภรรยาเตรียมที่จะทำธุรกิจหน้ากากอนามัย คู่กรณีสั่งซื้อ 2 แสนชิ้น 1.9 ล้านบาท โอนเงินมัดจำมาแล้ว 9 แสนบาท กำหนดส่งมอบวันที่ 13 มี.ค. แต่เมื่อทางการประกาศว่าหน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม ก็เลยไม่ทำธุรกิจและยอมเสียเงินที่สั่งของไปแล้วล่วงหน้า ที่ผ่านมาภรรยาพยายามติดต่อผู้เสียหายมาตลอดแต่ไม่รับโทรศัพท์ ล่าสุดวันที่ 2 เม.ย. หนุ่ม-ศรราม ส่งทนายความนำเช็ค 9 แสนบาท มอบให้คู่กรณี ที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาหัวหมาก ซึ่งคู่กรณีพอใจที่จะได้เงินคืน และเตรียมถอนฟ้องที่ สน.ลาดกระบัง ซึ่งเป็นท้องที่รับโอนคดีแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...