xs
xsm
sm
md
lg

นิทานเรื่องเศร้า! “ดร.ธรณ์” โพสต์เห็นภาพไฟป่ามรณะประเทศออสเตรเลีย เผยอาจไม่มีคำเตือนจากธรรมชาติอีก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติไฟป่าในประเทศออสเตรเลียที่ยังคงวิกฤต ผ่านตัวละครจิงโจ้ สองแม่ลูก ชาวเน็ตคอมเมนต์อ่านแล้วรู้สึกสุดเศร้า

วันนี้ (7 ม.ค.) ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล และรองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Thon Thamrongnawasawat” เล่านิทานเพื่อให้เห็นภาพของภัยพิบัติไฟป่าในประเทศออสเตรเลียที่ยังคงวิกฤตรุนแรงใน 4 รัฐ สัตว์ป่าอย่างน้อย 500 ล้านตัวเสียชีวิต และคร่าชีวิตประชาชนไปราว 23 คน บ้านเรือนเสียหายไปแล้วกว่า 1,500 หลัง เหตุการณ์ไฟป่าที่รุนแรงในครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่กลางปี 2562 ในรัฐวิกตอเรีย และรัฐนิวเซาท์เวลส์ ล่าสุดกินพื้นที่ 5.5 ล้านเฮกตาร์ เทียบเท่ากับเบลเยียมทั้งประเทศ โดยเล่นผ่านคู่แม่ลูกจิงโจ้ที่ต้องเอาชีวิตให้รอดจากเหตุไฟป่าในครั้งนี้ โดย ดร.ธรณ์ได้ระบุข้อความนิทานเรื่องนี้ว่า

“Kangaroo Island อยู่ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย เป็นเกาะใหญ่อันดับสามของประเทศ พื้นที่ 4,400 ตารางกิโลเมตรถูกตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ ทำให้ป่าบนเกาะสมบูรณ์พูนสุข ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ป่าครึ่งหนึ่งบนเกาะนี้ไม่เคยถูกมนุษย์บุกตัดหรือเปลี่ยนสภาพ ยังมีอุทยาน/เขตอนุรักษ์แบบต่างๆ ที่นี่จึงเป็นสวรรค์ของสรรพสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด ตราบจนเมื่อไม่กี่วันก่อน

โดดๆๆ แม่จิงโจ้พุ่งไปข้างหน้า กล้ามเนื้อทั่วร่างสั่นระริก บอกอาการเหนื่อยล้าจากการพุ่งผ่านพุ่มไม้และป่าละเมาะมาเป็นเวลานานนับชั่วโมง...หลายชั่วโมง แต่เธอหยุดไม่ได้ เธอจำเป็นต้องโดด ให้เร็วขึ้น ให้เร็วกว่านี้ เพราะมันไม่ได้หมายถึงแค่เธอเพียงลำพัง เจ้าตัวน้อยโผล่หัวออกมาจากกระเป๋าหน้าท้อง นั่นคือเหตุผลที่เธอต้องโดด ขาจะสั่น กล้ามเนื้อคล้ายร่ำร้องบอกให้พอเถอะ ไม่ไหวแล้ว ปวดจนไม่รู้จะปวดยังไง เจ็บจนชาไม่รู้สึกอะไร ขาชา แต่หัวใจยังรู้สึก เจ้าตัวน้อยยังดิ้นดุกดิกอยู่ที่ท้อง แม่จิงโจ้ยังคงโดด

ท้องฟ้าเป็นสีแดง ควันคละคลุ้ง อากาศร้อนผ่าวอย่างที่ตลอดชีวิตเธอไม่เคยเจอ เสียงปะทุของต้นไม้ในเปลวเพลิงไล่หลังใกล้เข้ามา จิงโจ้เป็นสัตว์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วถึง 50 กม./ชม.ในช่วงสั้นๆ หรือหากให้นานหน่อยจะไปได้ 20 กม./ชม. แต่เธอไม่รู้ตัวเลขนั้นหรอก ไม่รู้ว่าเธอไปด้วยความเร็วในหน่วยของมนุษย์เท่าไหร่? เธอแค่ไปให้เร็วสุดในชีวิตของจิงโจ้ตัวหนึ่ง ไปให้เร็วที่สุดในชีวิตของแม่จิงโจ้ตัวหนึ่งที่พาลูกน้อยหนีตายจากไฟป่า เปลวเพลิงที่จะฆ่าทุกชีวิตที่หนีไม่ทัน จิงโจ้ ตะกวด โคอาลา นกอีกเกือบ 300 ชนิด มากมายจนทำให้เกาะแกงการูเป็นแหล่งที่อยู่ของนกสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สรรพชีวิตที่เคยอยู่บนสวรรค์ บนสถานที่หลบภัยจากมนุษย์ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งบนโลกหล้า ป่าที่ไม่เคยถูกตัด บึงที่ไม่เคยมีใครมาเหยียบ ทว่า...มันมีที่แห่งนั้นอยู่จริงหรือ? สถานที่เภทภัยจากมนุษย์ไปไม่ถึง มันมีอยู่จริงหรือ? สวรรค์มีอยู่จริงหรือ??? แม่จิงโจ้สะดุด เธอกลิ้งคะมำ เปลวไฟลามเลียมใกล้เข้ามา

ไฟป่าบนเกาะแกงการูเกิดขึ้นในช่วงปลายปี ค่อยๆ ขยายพื้นที่ มีการปะทุขึ้นตามหย่อมเล็กหย่อมน้อย จนเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนธันวา อากาศแห้งลง...ร้อนขึ้น ลมแรง เปลวไฟปะทุขึ้นอีกครั้ง บนเกาะมีป่าอยู่มาก เปลวเพลิงจึงได้เชื้อ ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ต้นปีใหม่ ลมแรงขึ้น อากาศแห้งขึ้น ไฟขยายพื้นที่ กลายเป็นแนวนรกที่ยาวนับร้อยกิโลเมตร เผาผลาญทุกอย่างเบื้องหน้า ถึงวันนี้ ไฟเผาเกาะแกงการูไปแล้วมากกว่า 1,550 ตารางกิโลเมตร เกาะมีพื้นที่ 4,400 ตารางกิโลเมตร ไฟเผาไปแล้ว 1,550 ตารางกิโลเมตร เกาะที่มีป่า 2 ใน 3 ของพื้นที่ ป่าครึ่งหนึ่งไม่เคยถูกแผ้วถาง ถูกทำลายไปแล้ว 1,550 ตารางกิโลเมตร และไฟยังไม่หยุด ยังคงลุกไหม้ต่อไป แม้ฝนอาจตกบ้าง แต่เป็นเพียงเม็ดเปาะแปะ เพราะฝนจริงยังไม่มาเดือนมกราคม/กุมภาพันธ์ เป็นช่วงแห้งสุดบนเกาะนี้ ปริมาณน้ำฝนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกเดือนในรอบปี ต้องรอถึงมีนา ฤดูฝนจึงเริ่มต้น กว่าจะถึงวันนั้น ไม่มีใครบอกได้ว่า เกาะแกงการูจะเหลืออยู่แค่ไหน ทุกคนได้แต่รอ

ลูกเธอตายแล้ว แม่จิงโจ้ไม่ต้องรอแล้วแรงกระแทกทำให้ลูกน้อยตาย เธอแน่ใจ เพราะไม่มีอาการดิ้นรนที่หน้าท้องอีกต่อไป เธอเหลือบลงไปดู ตากลมโตของจิงโจ้น้อยเบิ่งค้าง มีน้ำไหลรินออกมา ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องร้อนอีกแล้วนะลูกจ๋า แม่จิงโจ้หลับตาลง ระหว่างไฟป่าใกล้เข้ามา เปลวเพลิงบนเกาะแห่งจิงโจ้กลืนร่างแม่ลูกคู่นั้น ก่อนกระโจนไล่ล่าเหยื่อรายต่อไป ไล่ล่าให้สุดแผ่นดิน เผามันให้หมดเกาะ ควันไฟลอยขึ้นสูง กลายเป็นเมฆสีสลด แตกต่างจากปุยเมฆสีขาวเห็นชัด เมฆสีสลดโปรยฝุ่นละอองละเอียดยิบไปตามทุกเส้นทางที่เคลื่อนผ่าน ปกคลุมหมู่บ้าน ชุมชน เมือง เรื่อยไปจนถึงมหานคร เมฆสีสลดบ่งบอกถึงจุดจบที่กำลังใกล้เข้ามา ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมกันเกือบ 400 ล้านตันกำลังลอยขึ้นสู่ฟ้า ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากไฟป่าในออสเตรเลีย มากกว่าที่เมืองไทยปล่อยทั้งปี กำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ไปสะสมรวมกันบนนั้น รวมกับที่ผ่านๆ มา ก่อนส่งไฟประลัยกัลป์ลงมาอีกครั้ง ที่นั่น...ที่โน่น...ที่นี่ เผามันให้หมดโลก"




กำลังโหลดความคิดเห็น...