xs
sm
md
lg

กรมอุทยานฯ ประกาศปิดอ่าวมาหยา เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศปิดอ่าวมาหยา เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งบนบกและใต้ทะเล เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2561 และเตรียมปรับปรุงระบบเข้าอ่าวมาหยาใหม่ทั้งหมด



วันนี้ (15 พ.ค.) นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ประกาศปิดอ่าวมาหยาในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและใต้ทะเล ในช่วงฤดูมรสุม 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2561 โดยห้ามทำกิจกรรมการท่องเที่ยวบริเวณอ่าวมาหยาโดยเด็ดขาด แต่อนุญาตให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวนำเรือเข้ามาลอยลำนอกบริเวณแนวทุ่นไข่ปลาที่กั้นแนวเขตห้ามเข้าไว้ เนื่องจากทรัพยากรแนวปะการังบริเวณอ่าวมาหยาเสียหายอย่างมากจากกิจกรรมการท่องเที่ยวของมนุษย์ เช่น กิจกรรมการดำน้ำตื้น การทิ้งสมอเรือ การเข้า-ออกของเรือสปีดโบ้ต และเรือหางยาวเพื่อรับส่งนักท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละวันมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเฉลี่ย 3,000-4,000 คน โดยพบซากปะการังแตกหักบริเวณพื้นและแนวปะการังบริเวณใกล้ชายหาดที่มีเรือเข้าออกตลอดเวลา ไม่มีปะการังที่มีชีวิตเหลืออยู่เลย

ทั้งนี้ จะเริ่มทำการก่อสร้างสะพานเทียบเรือและทางเดินบริเวณด้านข้างตรงอ่าวโล๊ะซามะ แล้วปิดไม่ให้เรือวิ่งเข้าออกบริเวณหน้าอ่าวมาหยาอย่างถาวร โดยให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมอ่าวมาหยาผ่านทางอ่าวโล๊ะซามะเท่านั้น เพื่อกำหนดและควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันไม่ให้เกิน 2,000 คน และฟื้นฟูแนวปะการังให้กลับคืนความสมบูรณ์มากที่สุด

ขณะที่ นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ได้นำทีมวิศวกรและสถาปนิกลงพื้นที่เพื่อออกแบบสะพานและทางเดินให้เหมาะสม กลมกลืนกับสภาพพื้นที่ และส่งผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด พร้อมกันนี้ จะดำเนินการจัดทำแปลงอนุบาลปะการัง โดยพิจารณาใช้วิธีการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น การขยายพันธุ์ปะการังด้วยวิธี coral propagation เป็นวิธีการที่ง่ายและกลมกลืนกับสภาพธรรมชาติ ด้วยการนำเศษปะการังที่แตกหักมาใช้ขยายพันธุ์ และการทำ coral tree เพื่อเตรียมกิ่งพันธุ์สำหรับใช้ในการปลูกขยายพันธุ์ปะการัง



กำลังโหลดความคิดเห็น...