xs
xsm
sm
md
lg

10 ข่าวฮอตโซเชียล 2560 #ก้าวคนละก้าว #เปรี้ยวหั่นศพ #น้องเมย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เรื่องราวผ่านสื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อผู้คนในสังคม และยังสะท้อนให้เห็นอีกมุมหนึ่งของความจริง ที่สื่อมวลชนยังเข้าไปไม่ถึง โต๊ะข่าวโซเชียลมีเดีย MGR Online จึงขอคัดเลือก 10 ข่าวฮอตโซเชียลในรอบปี 2560 ที่ผ่านมา เพื่อย้อนรอยเหตุการณ์ต่างๆ ที่สำคัญ

อันดับ 1 : “ตูน บอดี้สแลม” ก้าวคนละก้าว

กลายเป็นบุคคลแห่งปี สำหรับ “ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย” นักร้องนำวงบอดี้สแลม ที่ทำกิจกรรมวิ่งการกุศล “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จาก อ.เบตง จ.ยะลา ถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อระดมทุนจากคนไทยทั่วประเทศ 70 ล้านคน คนละ 10 บาท เป้าหมาย 700 ล้านบาท โดยกิจกรรมนี้เขาใช้เฟซบุ๊กเพจ “ก้าว” ในการถ่ายทอดสดการวิ่งตลอด 55 วันที่ผ่านมา รวมทั้งเว็บไซต์ kaokonlakao.com ที่อัปเดตยอดเงินบริจาคแบบเรียลไทม์

แม้ตลอดเส้นทางจะเต็มไปด้วยอุปสรรคทั้งสภาพอากาศ ทั้งประชาชนที่มาบริจาคต่างดึงแขน เหยียบเท้า จนได้รับบาดเจ็บและพักการวิ่งบ่อยครั้ง แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นวิ่งต่อไปโดยไม่ย่อท้อ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สิ่งของพระราชทานเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ในที่สุดวันที่ 25 ธ.ค. ตูน บอดี้สแลม วิ่งมาถึงด่านแม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,215 กิโลเมตร และยอดเงินบริจาคทะลุเป้ากว่า 1,148 ล้านบาท

อันดับ 2 : สวยสยอง “เปรี้ยวหั่นศพ”

คดีสะเทือนขวัญชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. พบศพสาวทราบชื่อ คือ “แอ๋ม” น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย วัย 22 ปี สาวร้านคาราโอเกะ สภาพถูกหั่นเป็นสองท่อน ถูกฝังดินที่บ้านโนนสง่า อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ตำรวจสอบสวนพบขึ้นรถฮอนด้า ซีอาร์วี จากหน้าหอพักในตัวเมืองขอนแก่น และหนึ่งในผู้ต้องหานำมือถือแอ๋มไปขาย ถูกตำรวจจับได้ จึงซัดทอดว่ามี “เปรี้ยว” น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย วัย 24 ปี พร้อมพวกรวม 5 คน ล่อลวงไปฆ่าหั่นศพแล้วหลบหนี

ในโลกโซเชียลต่างส่องเฟซบุ๊กของเปรี้ยวเพื่อแกะรอย พบว่า เจ้าตัวเหมือนคนไม่ปกติ ทั้งการไลฟ์สดเริงร่าก่อนฆ่า ภาพตอนอยู่ในรถ รวมทั้งคุยเซ็กซ์โฟนกับ “เสี่ยโป้” อภิรักษ์ ชัยอานนท์ ถึงกระนั้น 3 มิ.ย. ทางการเมียนมาร์จับกุมเปรี้ยวพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ที่หลบหนีในเมืองท่าขี้เหล็ก ก่อนส่งตัวให้ฝ่ายไทยผ่านด่านแม่สาย จ.เชียงราย โดยที่เจ้าตัวยังไม่สลด แต่งหน้าทาปากปกติ ต่อมา 22 ส.ค. อัยการสั่งฟ้อง 4 คนข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนอีก 1 รายแค่ข้อหาลักทรัพย์

อันดับ 3 : “น้องเมย” ตายปริศนา

การเสียชีวิตของ “น้องเมย” นตท.ภคพงษ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ภายในโรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ยังคงเป็นสิ่งที่คาใจแก่ครอบครัวตัญกาญจน์ เพราะตั้งแต่รับศพได้ใบมรณบัตร ระบุสาเหตุเกิดจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน และไม่ได้รับคำชี้แจงที่ละเอียดจากโรงเรียนเตรียมทหาร กระทั่งพิธีฌาปนกิจศพ 26 ต.ค. ครอบครัวตัดสินใจเผาหลอก นำศพผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พบอวัยวะทั้งหัวใจ สมอง กระเพาะหายไป

โลกโซเชียลต่างตั้งคำถามกรณีครอบครัวระบุว่า ก่อนหน้านี้ น้องเมยถูกรุ่นพี่ลงโทษโหดร้าย อีกด้านหนึ่งก็ล่ารายชื่อขับไล่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กล่าวหาว่าตายเพราะฮีตสโตรก ถ้าไม่พอใจการโดนซ่อมก็ไม่ต้องมาเรียน แม้ผลการสอบสวนของกองบัญชาการกองทัพไทยจะอ้างว่า น้องเมยเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และมีโรคประจำตัว แต่ครอบครัวยังคงเดินหน้าหาความยุติธรรมต่อไป

อันดับ 4 : “มารีญา” มงไม่ลงแต่ยังคงรักเธอ

แม้ว่าจะไม่ได้สวมมงกุฎ แต่ก็ชนะใจคนทั้งประเทศ สำหรับ น.ส.มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 เข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 ครั้งที่ 66 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 พ.ย. โดยพบว่าติดไปถึงรอบ 5 คนสุดท้ายก่อนจะพลาดโอกาสในรอบตอบคำถาม ขณะที่มงกุฎตกเป็นของสาวงามชาวแอฟริกาใต้ น.ส.เดมี-ลีห์ เนล-ปีเตอร์ส วัย 22 ปี ซึ่งมารีญาได้ขอบคุณที่สนับสนุน แม้จะรู้สึกผิดหวังที่ทำไม่ได้ตามที่คาดหวัง แต่เราก็ทำเต็มที่แล้ว

ในโลกโซเชียล กระแสการประกวดมีสยูนิเวิร์สถือว่าคึกคักนับตั้งแต่เปิดให้โหวตผ่านทางทวิตเตอร์ แฮชแทก #MissUniverse #Thailand พบว่านอกจากคนไทยกระหน่ำทวีตแล้ว ยังมีศิลปิน ดารา นักแสดงชื่อดังช่วยกันทวีต และมีคนไทยรีทวีต กระทั่งแฮชแทก #Thailand ติด 1 ใน 5 แฮชแทกของโลก ด้วยจำนวนการรีทวีตกว่า 7.3 แสนครั้งต่อชั่วโมง นอกจากนี้ เมื่อชาวเน็ตรู้ว่าเธอพลาดมงกุฎ ก็ยังโพสต์ข้อความให้กำลังใจอย่างล้นหลามว่า ทำดีที่สุดแล้ว

อันดับ 5 : “สองนักศึกษาไทย” ตกเหวสหรัฐฯ

อุบัติเหตุที่คนไทยและในสังคมโซเชียลเฝ้ารอวันนำร่างไร้วิญญาณกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 26 ก.ค. น.ส.ทิวาดี แสงสุริยฤทธิ์ หรือ มิน อายุ 24 ปี และ นายภคพล ชัยรัตนทรงพร หรือ กอล์ฟ อายุ 28 ปี สองนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ตกเหวลึก 640 ฟุต ระหว่างทางไปอุทยานแห่งชาติคิงส์ แคนยอน รัฐแคลิฟอร์เนีย แต่พบว่านำซากรถออกมาไม่ได้ เพราะน้ำในลำธารสูงขึ้นและกระแสน้ำเชี่ยวกราก

เรื่องดังกล่าวในสังคมแม้แต่โลกโซเชียลยังกังขาการปฏิบัติงานกู้ภัยของสหรัฐฯ ถึงขนาดมีคนไทยอาสาจะไปกู้ภัยด้วยตัวเอง รวมทั้งเรียกร้องทางการสหรัฐฯ ให้ช่วยดำเนินการมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ผ่านไป 37 วัน เช้ามืดวันที่ 1 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่กู้ภัยสหรัฐฯ ได้ใช้เฮลิปคอปเตอร์ โรยตัวลงไปที่ฝั่งข้างแม่น้ำคิงส์ เพื่อนำสายเคเบิลไปดึงรถเข้ามายังฝั่งข้างแม่น้ำ จนสามารถกู้ร่างของนักศึกษาทั้งสองคนได้สำเร็จ ก่อนนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

อันดับ 6 : “ลุงวิศวกร” ยิงกลุ่มวัยรุ่น

เหตุกระทบกระทั่งอันเนื่องมาจากการใช้รถใช้ถนนเกิดขึ้นที่ จ.ชลบุรี วันที่ 4 ก.พ. โลกโซเชียลเผยแพร่คลิปรถตู้และรถเก๋งของกลุ่มวัยรุ่นขับจอดขวางปิดหัวปิดท้ายรถของ นายสุเทพ โภชน์สมบูรณ์ วิศวกรวัย 50 ปี ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะลงมาล้อมรถ มีท่าทีคล้ายกับต้องการทำร้ายคนในรถ นายสุเทพ ตัดสินใจใช้ปืนขนาด .38 มม. ออกมายิงขู่ออกไป 1 นัด ทำให้กลุ่มวัยรุ่นพากันวิ่งหนี หนึ่งในนั้นเป็นวัยรุ่นชายวัย 17 ปี ถูกยิงเสียชีวิต สาเหตุเพราะทะเลาะกันเรื่องจอดรถกีดขวาง

อีกด้านหนึ่ง มีการเผยแพร่วีดีโอคลิปจากกล้องหน้ารถ เพื่อชี้ให้เห็นถึงเจตนาทั้งสองฝ่าย ส่วนใหญ่ต่างวิจารณ์กลุ่มวัยรุ่นที่ไปหาเรื่องชายวิศวกรก่อน ขณะที่แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า โลกโซเชียลต้องดูหลาย ๆ อย่าง ยืนยันว่าลูกเป็นคนดี และชายวิศวกรทำเกินกว่าเหตุ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 ก.ย. อัยการจังหวัดชลบุรีสั่งฟ้องชายวิศวกร ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนกลุ่มวัยรุ่น 4 คน เจอข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ร่วมกันต่อสู้ และทำร้ายเจ้าหน้าที่

อันดับ 7 : “น้ำมนต์” แกล้งรัก

เพราะคำว่ารักทำให้เสียทรัพย์เพราะฝ่ายหญิงฉ้อโกง โลกโซเชียลแฉว่า มีสุภาพสตรีรายหนึ่งแต่งงานภายในเดือนเดียวกันถึง 4 คน แล้วนำรถยนต์ผู้เสียหายหลบหนี โดยวิธีการนั้น ฝ่ายหญิงจะไล่แอดผู้ชายในเฟซบุ๊ก แล้วพูดคุยเพื่อดูใจกัน ก่อนจะนัดเจอพาไปพบพ่อแม่ แล้วบอกว่ามีธุรกิจผลไม้ อยากให้ฝ่ายชายมาร่วมทำงาน สร้างครอบครัวไปด้วยกัน ก่อนเรียกค่าสินสอดหลักแสนบาท หลังแต่งงานทำทีให้ฝ่ายชายกลับภูมิลำเนา ก่อนจะติดต่อไม่ได้อีก

5 ก.ย. ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ นำเจ้าบ่าวผู้เสียหาย 12 คนร้องกองปราบฯ หลังพบว่าเคยมีคดีฉ้อโกง แถมยังนำชื่อญาติไปแอบอ้าง ในที่สุดจับกุม “น้ำมนต์” น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ วัย 33 ปี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงแสดงตนเป็นผู้อื่น ได้ที่ย่านอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร สอบสวนพบเริ่มหลอกลวงผู้ชายให้แต่งงานตั้งแต่ปี 2554 มีผู้ชายตกเป็นเหยื่อ 14 คน เสียหายกว่า 3 ล้านบาท เน้นเหยื่อชายโสด ไม่มีครอบครัว มีฐานะทางการเงิน หน้าตาไม่ดี แล้วใช้มารยาหญิงเอาใจ

อันดับ 8 : น.ศ.แพทย์ “ฆ่าหมาเอาประกัน”

เรื่องน่าสลดใจสำหรับคนรักสุนัขเกิดขึ้นเมื่อ 7 ก.ย. สัตวแพทย์รายหนึ่งแฉพฤติกรรม นายภัทรพงศ์ ทรงทรัพย์กุล นักศึกษาแพทย์ ว่าจ้างบริษัทขนส่ง ให้นำสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนไปส่งที่ จ.นครราชสีมา แต่สุนัขตาย เจ้าของจึงเรียกร้องเงินประกันกับคนขับรถบริษัทขนส่ง ก่อนนำสุนัขไปตรวจหาสาเหตุที่โรงพยาบาลสัตว์ พบเม็ดยาอยู่ภายในกระเพาะของสุนัขกว่า 10 เม็ด บางเม็ดเป็นยาลดความดันที่ใช้กับคน แถมภายหลังยังปลอมใบรับรองแพทย์เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายอีก

ต่อมา กลุ่ม Watchdog Thailand และบริษัทขนส่งแจ้งความกับ สน.สุทธิสาร เอาผิดกับนายภัทรพงศ์ เพราะเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนสิงหาคม ขณะที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้แจงว่านายภัทรพงศ์มีปัญหาด้านจิตใจ พักการเรียนไปแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้ให้พักการศึกษาและตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางจริยธรรม ส่วนเจ้าตัวได้มอบตัวกับตำรวจทั้งสองคดี โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นอัยการเพื่อพิจารณาส่งฟ้องศาล

อันดับ 9 : “น้องปืน” ด่าตำรวจจนได้ดี

กลายเป็นคลิปที่ทำเอาผู้คนเห็นใจตำรวจทันที เมื่อวันที่ 18 ก.ย. โลกโซเชียลแฉคลิปวัยรุ่นและแม่ด่าทอ ถ่มน้ำลายใส่ตำรวจที่ตั้งด่าน หลังถูกจับปรับในข้อหาขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนและไม่สวมหมวกกันน็อก ตำรวจจึงบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน วัยรุ่นไม่พอใจจึงด่าทอ ทราบชื่อคือ นายปืน อายุ 19 ปี และมารดา ทั้งคู่เข้ามอบตัวกับ สน.ทุ่งมหาเมฆ อ้างว่าถูกยั่วยุก่อน ก่อนแจ้งข้อหาดูหมิ่น ทำร้ายเจ้าพนักงาน และฝ่าฝืนกฎจราจร

วันต่อมา ศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาจำคุกนายปืน 1 เดือน (รอการลงโทษ 1 ปี) ปรับ 9,200 บาท ข้อหาไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่มีใบขับขี่ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ทำร้ายร่างกายผู้อื่น รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือนต่อครั้ง ส่วนมารดาจำคุก 1 เดือน (รอการลงโทษ 1 ปี) ปรับ 5 พันบาท ข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อมาวันที่ 26 ธ.ค. พบว่า ทั้งคู่รับงานแสดงภาพยนตร์ “หลวงพี่แจ๊ส 5G” นำแสดงโดย แจ๊ส ชวนชื่น กำกับโดย พชร์ อานนท์ จนเป็นที่วิจารณ์อีกครั้ง

อันดับ 10 : “ครูอ้อย” เข็มทิศชีวิตพัง

จากผู้เขียนหนังสือ “เข็มทิศชีวิต” อันโด่งดัง ไม่มีใครไม่รู้จัก “ครูอ้อย” ฐิตินาถ ณ พัทลุง ที่ผันตัวเองเป็นครูสอนด้านจิตใต้สำนึก แต่ก็กลายเป็นเรื่องดรามาขึ้นมา เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. เอ๋ มณีรัตน์ คำอ้วน ดาราสาว โพสต์ว่า ครูอ้อยฉายภาพเก่ากิน ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้เข้าคอร์สมา 3 ปีกว่าแล้วเพราะแนวทางไม่ตรงกัน เรื่องของครูอ้อยยังถูกวิจารณ์ในโลกโซเชียลว่า ไม่สอดคล้องกับหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา แถมคอร์สค่าเรียนยังแพง ตั้งแต่ 25,000 - 45,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมี “ครูเงาะ” รสสุคนธ์ กองเกตุ และ “ปอย” ตรีชฎา เพชรรัตน์ บอกว่าไม่ได้ไปร่วมคอร์สมานานแล้ว วันที่ 16 มิ.ย. ครูอ้อยแถลงอ้างว่าถูกข่มขู่เรียกค่าไถ่ 11 ล้านบาท หากไม่ให้จะแพร่ข่าวให้เสียหาย พร้อมร้องเรียนดีเอสไอทำเอาครูเงาะงงว่าเอาหลักฐานอะไรมาพูด ต่อมาครูอ้อยแจ้งความที่ สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ก่อนออกหมายเรียกครูเงาะรับทราบข้อหากรรโชกทรัพย์ รีดทรัพย์ หมิ่นประมาท และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งครูเงาะรับทราบข้อหาและให้การปฏิเสธ
กำลังโหลดความคิดเห็น...