xs
xsm
sm
md
lg

พสกนิกรท่วมท้นกราบสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ ๙ สูงสุด 61,506 คน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ประชาชนจากทุกสารทิศใช้โอกาสหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2560 ทยอยเดินทางพร้อมครอบครัวมาต่อแถวกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นจำนวนมาก เต็มทั้ง 8 เต็นท์จุดรอคอย โดยบางส่วนมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บางส่วนเป็นประชาชนที่มาปักหลักค้างคืนรอที่สนามหลวง และตามจุดบริการที่พักชั่วคราวต่างๆ ด้านสำนักพระราชวังได้สรุปยอด เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 61,506 คน รวม 60 วัน มี 2,522,393 คน

วันนี้ (30 ธ.ค.) สำหรับบรรยากาศการเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งในวันนี้ดำเนินมาเป็นวันที่ 61 ของการพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ในเวลา 04.50 น. ก่อนเปลี่ยนเข้าทางประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน เวลา 08.30 น. เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทางประตูวิเศษไชยศรี

ตลอดทั้งวันยังคงมีประชาชนทั้งจากต่างจังหวัด และกรุงเทพฯ สวมใส่ชุดสีดำ เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อีกทั้งถือโอกาสขอพรให้ตัวเองและครอบครัมในวันขึ้นปีใหม่อีกด้วย

ด้าน นางวรรณา เพชรน้อย อายุ 52 ปี ชาวอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มาพร้อมลูกหลานและเพื่อน ต่อแถวตั้งแต่เวลา 04.30 น. เข้าขึ้นกราบถวายสักการะพระบรมศพเวลา 08.00 น. กล่าวว่า หลังจากลูกหลานเริ่มหยุดงานหยุดเรียนและว่างพร้อมกัน และคิดว่าช่วงนี้คนน่าจะมากราบถวายสักการะน้อย จึงได้ชวนกันมากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก เพราะหาโอกาสจะมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่วันที่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์พระองค์สวรรคต วันนั้นร้องไห้จนหลานถามว่าร้องไห้ทำไม ทั้งนี้ ส่วนตัวตอนอายุ 15 ปี เคยได้รับเสด็จฯ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตอนนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จฯด้วย เป็นช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดในชีวิต ตนได้แต่กราบแทบพื้นและมองทั้ง 2 พระองค์อย่างตื้นตันใจ

“ถ้าถามว่าตนประทับใจอะไรในพระองค์ ต้องบอกว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีมาก พระองค์เสด็จฯไปพื้นที่ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือราษฎร ไม่ว่าพื้นที่จะทุรกันดารเพียงใด ทรงพระราชทานคำสอนให้คนไทยโดยปฏิบัติเป็นตัวอย่าง อย่างเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ว่าจะเรื่องการใช้ชีวิตไม่ฟุ่มเฟือย สิ่งของใดยังไม่เสีย ยังใช้ได้ ก็ให้ใช้ต่อไป ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ โดยเฉพาะรองพระบาทของพระองค์ที่ส่งซ่อมอยู่ตลอด เห็นได้จากสกู๊ปข่าวที่เผยแพร่ ซึ่งเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2560 ถือเป็นความตั้งใจของดิฉันจะนำสิ่งดีๆ เหล่านี้ดิฉันจะเล่าและสอนให้ลูกหลาน ปฏิบัติตัวเป็นตัวอย่างให้เขาเห็น เป็นแม่และย่าที่ดี” นางวรรณา กล่าว

ส่วนสองแม่ลูกชาวกรุงเทพฯ ซึ่งเดินทางมาจากรัชโยธิน นางนันทนา เปี่ยมเจริญ อายุ 45 ปี และ นางสาวพิมพ์ผกา คำแตง ลูกสาว เล่าว่า ตั้งใจเดินทางมาวันนี้เพื่อขอกราบพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ ขอพรปีใหม่ให้ตัวเองและครอบครัว

“วันนี้ถือเป็นครั้งที่สองในการมากราบสักการะพระบรมศพ สำหรับครั้งแรกมีจุดประสงค์เพื่อถวายความอาลัยในฐานะประชาชนคนไทยใต้พระบรมโพธิสมภารของพระองค์ ส่วนครั้งนี้เห็นว่า เป็นช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงตั้งใจชวนลูกสาวมากราบขอพรจากพ่อหลวงเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

โดยเลือกเดินทางมาในช่วงดึก คือ เวลา 03.15 น. แล้วมานั่งรอที่บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จนถึงเวลาที่เจ้าหน้าที่ประกาศให้ต่อแถวเพื่อเข้าในพระบรมมหาราชวัง และได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแตเวลา 05.00 น. นับว่าเป็นความโชคดีของตัวเองและลูกสาวที่ไม่ต้องรอนาน เพียงแค่แป๊บเดียวก็ได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพแล้ว อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อากาศดีมากๆ อีกด้วย ทำให้รู้สึกสดชื่นและตื้นตันใจอย่างยิ่ง และแน่นอนว่า ตนเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่น้อมนำแนวพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ มาใช้ในการดำรงชีวิตและสอนลูกสาว นั่นคือ ความประหยัด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ รู้จักหน้าที่ของตัวเอง คิดดีทำดี เป็นต้น” นางนันทนา กล่าว

อีกหนึ่งครอบครัวที่เลือกใช้วันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่มากราบสักการะพระบรมศพ และถือโอกาสกราบขอพรปีใหม่หวังเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวของตัวเอง ซึ่งถือว่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมากราบถวายความอาลัยให้ได้ โดย นายดำรง ชุมพล พนักงานบริษัท สยามคูโบต้า คอร์เปอเรชั่น จำกัด เล่าว่า ตัวเองพร้อมด้วยภรรยาและลูกสาวทั้งสองคน นางวราพร นางสาวณิชานนก์ และ เด็กหญิงนภสร ชุมพล เดินทางมาจาก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เมื่อมาถึงถนนราชดำเนิน เวลา 05.00 น. ก็ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องที่จอดรถ จากนั้นใช้เวลารอเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็ได้เข้าถวายสักการะ

“ชาตินี้ไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ รัชกาลที่ ๙ ขณะทรงมีพระชนม์ชีพอีกแล้ว จึงตั้งใจว่าอย่างไรซะในชีวิตก็ต้องมากราบพระบรมศพแสดงความรักความอาลัยและความจงรักภักดีต่อองค์พ่อหลวงให้ได้สักครั้ง จึงพาสมาชิกในครอบครัวมาวันนี้ โดยทุกวันนี้ตนเองและครอบครัวก็น้อมนำคำสอนขององค์พ่อหลวงมาใช้ในการดำเนินชีวิต ถึงแม้ว่าจะทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตาม โดยเฉพาะในเรื่องเดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ นอกจากนี้ ก็เป็นเรื่องความพอเพียง คือ ใช้ตามที่เรามี อาจจะมีหนี้สินบ้างก็เป็นหนี้ในครอบครัว อีกข้อหนึ่งคือ การช่วยเหลือมีน้ำใจดีต่อกันเพื่อให้ชีวิตของทุกคนสามารถดำรงไปด้วยกันได้แม้ว่าพระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว” นายดำรง ชุมพล กล่าว











ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพในมณฑลพิธีท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 61,506 คน รวม 60 วัน มี 2,522,393 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,946,240.50 บาท รวม 60 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 202,600,065.25 บาท
กำลังโหลดความคิดเห็น...