xs
xsm
sm
md
lg

“สรยุทธ” โผล่ “เรื่องเล่าเช้านี้” ตามปกติ ประเดิมอ่านข่าว “ไร่ส้ม”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“สรยุทธ” จัดรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ตามปกติ ประเดิมอ่านข่าวคำพิพากษาบริษัท “ไร่ส้ม” ยันเคารพคำพิพากษาของศาล ขอใช้สิทธิอุทธรณ์ตามขั้นตอน

จากกรณีวานนี้ (29 ก.พ.) ศาลอาญาพิพากษาจำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง 13 ปี 4 เดือน ข้อหาทุจริตค่าโฆษณาในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท กว่า 138 ล้านบาท และได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกมา

ล่าสุด วันนี้ (1 มี.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. นายสรยุทธ ได้จัดรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ด้วยท่าทีปกติ พร้อมกับอ่านข่าวคำพิพากษาบริษัท ไร่ส้ม เป็นข่าวแรก ทั้งนี้ ได้กล่าวว่าเคารพคำพิพากษาของศาล และขอใช้สิทธิในการอุทธรณ์ตามขั้นตอนต่อไป

สรยุทธ สุทัศนะจินดา : ท่านผู้ชมครับ กลับมาว่ากันเรื่องราวของข่าวสารนะครับ มาเริ่มต้นเมื่อวานนี้ 10 นาฬิกา ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (บมจ.อสมท), บริษัท ไร่ส้ม จำกัด นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าว และกรรมการผู้จัดการ บ.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บ.ไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 1 - 4

“ไบร์ท” พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ : ฐานเป็นพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองและผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่งหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.6, 8 และ 11

คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2548 - 28 เม.ย. 2549 นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จัดทำคิวโฆษณารวมในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บ.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาท จากจำเลยที่ 2 - 4 เพื่อเป็นการตอบแทนที่นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ไม่รายงานการโฆษณา จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การร่วมผลิตรายการ จำเลยที่ 2 ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิต ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นพิธีกรจัดรายการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรระบุชัดว่าถ้ามีโฆษณาเกินกว่าส่วนแบ่ง จำเลยที่ 2 ต้องขอซื้อโฆษณาส่วนเกินย้อนหลังและชำระค่าโฆษณาเกินให้แก่บริษัท อสมท จำกัด โดยจำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิ์แบ่งค่าโฆษณาส่วนเกินคนละเท่า ๆ กับ บริษัท อสมท นอกจากนี้ ศาลปกครองสูงสุดยังมีคำพิพากษาถึงที่สุดวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 จะต้องชำระค่าโฆษณาส่วนเกินและไม่มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดทางการค้าปกติร้อยละ 30 จากค่าโฆษณาส่วนเกิน 138,790,000 บาท เพราะจำเลยที่ 2 เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขณะที่ จำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณา แต่ไม่รายงานการโฆษณาที่เกินเวลาให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เป็นเหตุให้ อสมท ได้รับความเสียหาย ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบทั้งสองชุดที่ อสมท ตั้งขึ้น นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังใช้น้ำยาลบคำผิดลบรายการโฆษณาที่เกินเวลาในส่วนของจำเลยที่ 2 ออกจากใบคิวโฆษณารวม แสดงถึงการปกปิดข้อเท็จจริง เมื่อจำเลยที่เป็นพนักงานมีหน้าที่จัดการทรัพย์และรับเงินตามเช็ค เป็นการต้องห้าม จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6, 8, 11 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ส่วน นายสรยุทธ จำเลยที่ 3 เป็นผู้มีอำนาจจัดการและเป็นพิธีกรจัดรายการมาโดยตลอด ดังนั้น จำเลยที่ 3 น่าจะทราบเนื้อหางานเป็นอย่างดี การใช้เงินแม้จะให้โดยเสน่หา แต่ไม่รายงานให้ทราบก็เป็นการสนับสนุน ในทางนำสืบศาลเห็นด้วยกับ ป.ป.ช. ว่า จำเลยจ่ายเช็คเพื่อจูงใจให้กระทำหรือไม่กระทำการใด ทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหาย การที่จำเลยที่ 2 - 4 นำเช็คไปมอบให้แก่จำเลยที่ 1 ถือเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะการไม่รายงานโฆษณาเกินเวลาของจำเลยที่ 1 ทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์ จึงเป็นความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2 บริษัท ไร่ส้ม ได้ชำระค่าโฆษณาส่วนเกิน จำนวน 138,790,000 บาท แก่ อสมท แล้วจึงลงโทษสถานเบา

พิพากษาจำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ มาตรา 6, 8, 11 จำเลยที่ 2 - 4 มีความผิดฐานสนับสนุนตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การฯ มาตรา 6, 8, 11 การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 6 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษสูงสุด รวม 6 กระทง ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ปรับ บ.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 กระทงละ 2 หมื่นบาท รวมปรับ 1.2 แสนบาท จำคุกนายสรยุทธจำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา 4 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 20 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 13 ปี 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 8 หมื่นบาท ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลยที่ 1, 3 และ 4

สรยุทธ :ต่อมาทนายจำเลยที่ 1, 3 และ 4 ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 2 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวเพื่อจะสู้คดีต่อไประหว่างอุทธรณ์ เวลา 14.00 น. ศาลได้พิจารณาคำร้องพร้อมกับหลักทรัพย์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งหมดในระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกันคนละ 2 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามพวกจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล รวมทั้งให้พวกจำเลยมารายงานตัวต่อศาลทุก 30 วัน

นี่คือคำพิพากษาเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งก็คงอยู่ในความสนใจของท่านผู้ชมมาตลอด จนกระทั่งศาลอาญาเมื่อวานนี้ท่านมีคำพิพากษา ในส่วนของ บ.ไร่ส้ม และผมเองนะครับ ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีนี้ และศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีนี้ ก็เคารพในคำพิพากษานะครับ แต่ขั้นตอนกระบวนการ ผมกับบริษัทก็จะใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมในการต่อสู้คดีในขั้นตอนต่อไป นั่นคือในชั้นอุทธรณ์นะครับ

ชมคลิป : เรื่องเล่าเช้านี้ ศาลสั่งจำคุก สรยุทธ 13 ปี 4 เดือน คดีค่าโฆษณา อสมท (01 มี.ค.59)


กำลังโหลดความคิดเห็น