xs
xsm
sm
md
lg

Passive Income ลงทุนไว้เพื่ออนาคต

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


โดย ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ
Dr.win@one-asset.com

การวางแผนทางการเงินรองรับช่วงเกษียณ คนส่วนใหญ่มักคำนึงถึงการเก็บเงินก้อนใหญ่ๆ โดยอาจมองข้ามไปว่าเราสามารถสร้างรายรับที่เข้ามาได้เรื่อยๆ แม้จะไม่มีรายได้ประจำเหมือนวัยทำงาน ซึ่งรายได้ประเภทนี้เรียกว่า Passive Income ซึ่งความน่าสนใจคืออะไร และสามารถเลือกลงทุนได้อย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาลองแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ

Passive Income คือการลงทุนแบบให้มีกระแสเงินสดไหลเข้ามาหาเราเรื่อยๆ แม้ว่าเราจะหยุดทำงาน หรือกระทั่งป่วย เงินนี้ก็ยังไหลเข้ามา นั่นหมายถึงเราจะมีรายได้ที่สม่ำเสมอ และหากเรามีรายได้สม่ำเสมอเงินก้อนของเราก็ยังคงอยู่ เพราะจะไม่จำเป็นในการนำมาใช้มากนัก สำหรับรูปแบบของการลงทุนแบบ Passive Income มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น

หุ้นกู้เอกชนที่มีพื้นฐานที่ดี โดยหลักการที่ควรพิจารณาการลงทุนหุ้นกู้ คือ ประวัติของการออกหุ้นกู้จากบริษัทที่ออกหุ้นกู้ อันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร ซึ่งควรอยู่ในระดับ BBB ขึ้นไป และที่สำคัญคือ พิจารณาโอกาสการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งธุรกิจที่จะลงทุนควรอยู่ในระดับ Cash Cow ของวัฏจักรธุรกิจ นั่นหมายถึงธุรกิจสามารถดำเนินอยู่ได้ แม้จะมีคู่แข่งแต่ก็มีอัตราการเติบโตของกำไรอย่างสม่ำเสมอ เพราะโอกาสธุรกิจจะสะท้อนถึงฐานะและความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของหุ้นกู้ในอนาคต

หุ้นปันผล ซึ่งผู้ลงทุนต้องสามารถรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้นได้และมีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนในหุ้นกู้ เพราะราคาหุ้นจะมีความผันผวนไปตามภาวะตลาดบ้าง แต่หากเลือกลงทุนในธุรกิจที่ดี หุ้นของธุรกิจนั้นจะมีเงินปันผลจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นสม่ำเสมอ เช่น หุ้นประเภท Defensive stock ซึ่งมักอยู่ในกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต มีความเกี่ยวเนื่องกับความผันผวนของเศรษฐกิจน้อย สามารถเติบโตได้แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา

อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวถือว่าเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอดี แต่ก่อนการตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม ปัจจัยที่ควรคำนึงคือสถานที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ เพราะจะมีผลต่อการตัดสินใจทำสัญญาเช่า อีกทั้งมีผลต่อการพิจารณาขายสินทรัพย์ในอนาคต นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังต้องมีความพร้อมทางการเงินในการบริหารจัดการบำรุงรักษาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจจะมีต้นทุนในการลงทุนพอสมควร รวมทั้งยังต้องรับความเสี่ยงจากผู้ทำสัญญาเช่าในกรณีที่ผิดนัดชำระค่าเช่า

แต่หากการจัดสรรเงินลงทุนใน Passive Income แต่ละประเภทเป็นเรื่องยากในการบริหารจัดการของท่าน กองทุนรวมถือเป็นทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง เนื่องจากใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก และผู้ลงทุนไม่มีเวลาในการพิจารณาศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจแต่ละประเภท เพราะกองทุนรวมจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยและคัดเลือกโอกาสของแต่ละธุรกิจ อีกทั้งยังลดต้นทุนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของผู้ลงทุน

ยกตัวอย่าง หากสนใจลงทุนในหุ้นกู้ แต่ผู้ลงทุนยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติ ฐานะทางการเงินของบริษัทที่ออกตราสารได้ ดังนั้น การเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้จะเป็นทางเลือกเพื่อรับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ โดยไม่เสียภาษีและมีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ

ขณะที่ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หากผู้ลงทุนที่ไม่พร้อมรับความเสี่ยงจากการบริหารจัดการบำรุงรักษา และการผิดนัดชำระจากสัญญาเช่า การเลือกลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกเช่นกัน เพราะข้อดีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์สามารถระบุแหล่งที่มาของรายได้ และนักลงทุนสามารถรับรู้ถึงแหล่งที่มาของรายได้ของกองทุนได้ เช่น จากค่าเช่า จากการบริการ นอกจากนี้ยังสามารถรับรู้รายได้จากเงินปันผล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุน

โดยปัจจุบันอัตราการจ่ายเงินปันผลของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยอยู่ในอัตราที่สูง ประมาณ 5.44% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ที่ให้ผลตอบแทน 1.99% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 14 มี.ค. 59) อย่างไรก็ดี แม้ว่าอัตราการจ่ายปันผลจะมีโอกาสเปลี่ยนแปลง แต่ผมมองว่ารายได้จากเงินปันผลจะเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอเหมาะกับการลงทุนในระยะยาว

กระแสเงินสดที่ได้จากการลงทุนใน Passive Income จึงมีความสำคัญต่อวัยเกษียณ หากเราสามารถวางแผนการลงทุนใน Passive Income ได้ตามเป้าหมายเท่ากับเราสามารถสร้างผลตอบแทนเข้ามาได้เรื่อยๆ ซึ่งจะช่วยให้เรามีรายได้เข้ามารองรับค่าใช้จ่าย และการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสม่ำเสมอครับ

“ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”


กำลังโหลดความคิดเห็น...