xs
xsm
sm
md
lg

“เมอร์เซเดส-เบนซ์” เปิดตัวรถไฟฟ้า 5 รุ่นรวดที่งาน IAA Mobility 2021

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าพร้อมกันถึง 5 รุ่น ที่งาน IAA Mobility 2021 จัดขึ้นที่กรุงมิวนิก ประเทศเยอรมนี พร้อมเผยโฉมรถเก๋งไฟฟ้าขนาดกลาง “EQE” เป็นครั้งแรกในโลก

บูธรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในงาน IAA Mobility 2021
เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดตัวรถยนต์ใหม่พร้อมกันถึง 8 รุ่น ในงาน IAA Mobility 2021 ตั้งแต่รุ่นคอมแพ็คไปจนถึงรถสปอร์ตสมรรถนะสูง รวมถึงรถยนต์อเนกประสงค์เอ็มพีวี โดยอาศัยความแข็งแกร่งภายใต้ซับแบรนด์ทั้งหมด ได้แก่ Mercedes-Benz, Mercedes-EQ, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ smart เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า โดยในจำนวนนี้มีรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบจำนวน 5 รุ่น และเป็นรถยนต์ไฮบริดสมรรถนะสูง 1 รุ่น

เริ่มต้นด้วย EQE ในตระกูล Mercedes-EQ มาพร้อมตัวถังขนาดใกล้เคียงกับ CLS ในปัจจุบัน ขณะที่ห้องโดยสารมีขนาดกว้างขวางกว่ารุ่น E-Class รหัสตัวถัง W213 ประเดิมทำตลาดด้วยรุ่น EQE 350 ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 215 กิโลวัตต์ (ประมาณ 292 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร ซึ่งถูกติดตั้งไว้บนเพลาขับหลัง และจะตามมาด้วยรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC ในภายหลัง ติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 545-660 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง

The EQE ซีดานไฟฟ้าสำหรับผู้บริหาร
ทั้งนี้ EQE แสดงให้เห็นว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับผู้บริหารสามารถมอบทั้งความสปอร์ตและสะดวกสบายได้ในเวลาเดียวกัน โดยรวมเอาสมรรถนะที่โดดเด่นและการควบคุมรถเพื่อการเดินทางที่ผ่อนคลาย พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ระดับเดียวกัน ทั้งพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง และการออกแบบตัวถังเป็นเส้นโค้งเส้นเดียวต่อเนื่องกัน ทำให้ EQE มีบุคลิกที่แข็งแรงและโดดเด่น

ต่อมาเป็น Mercedes-AMG EQS 53 4MATIC+ ตัวแรงในตระกูล EQS ที่ถูกติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 560 กิโลวัตต์ เมื่อติดตั้งแพ็คเกจ AMG DYNAMIC PLUS ให้แรงบิดสูงสุด 1,020 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อด้วยระบบ AMG Performance 4MATIC+ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม.

Mercedes-AMG EQS 53 4MATIC+ ตัวแรงตระกูล EQS
ส่วนรุ่นปกติที่ไม่มี AMG DYNAMIC PLUS มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 484 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 950 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC+ เช่นกัน ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 220 กม./ชม. โดยทั้งสองรุ่นถูกติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลังเป็นอุปกรณ์มาตรฐานด้วย

ในงานดังกล่าวยังมีการเปิดตัวรถต้นแบบ Mercedes-Maybach EQS ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน มีจุดเด่นอยู่ที่ตัวถังภายนอกสีทูโทนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ติดตั้งล้ออัลลอยขนาดใหญ่ถึง 24 นิ้ว เสริมด้วยระบบเปิดประตูอัตโนมัติ ซึ่งสามารถเปิดประตูฝั่งผู้ขับขี่ได้อัตโนมัติเมื่อเข้าไปยังตัวรถ อีกทั้งยังสามารถเปิดประตูคู่หลังผ่านกุญแจรีโมทได้ โดยปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมอเตอร์ไฟฟ้าของ Mercedes-Maybach EQS ออกมา แต่ระบุว่าสามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 600 กม. ต่อการชาร์จแต่ละครั้ง

Concept Mercedes-Maybach EQS ต้นแบบเอสยูวีไฟฟ้าหรู
ขณะที่เอสยูวีตระกูล G-Class ก็ถูกต่อยอดด้วยขุมพลังไฟฟ้าภายใต้ชื่อ Concept EQG ซึ่งเป็นรถต้นแบบที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเวอร์ชันจำหน่ายจริง โดยยังคงไว้ซึ่งแชสซีส์แบบขั้นบันไดที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ติดตั้งเกียร์แบบ 2 สปีดเพื่อรองรับการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนภายนอกถูกเปลี่ยนจากที่เก็บยางอะไหล่ ให้กลายเป็นกล่องเก็บสายชาร์จแบตเตอรี่ที่มีรูปลักษณ์ได้แรงบันดาลใจมาจากวอลล์บ็อกซ์

ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดของ EQG คือการรักษาดีเอ็นเอความเป็น G-Class ไว้อย่างครบถ้วน ท่ามกลางยุคสมัยของ EQ โดยมีจุดต่างจากรุ่นปกติ เช่น เทคโนโลยีไฟแอลอีดีสีขาว และวอลล์บ็อกซ์บริเวณประตูท้าย เป็นต้น

Concept EQG ต้นแบบ G-Class เวอร์ชันไฟฟ้า
สุดท้ายเป็น EQB ใหม่ ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในตลาดยุโรป โดยพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ GLB ในปัจจุบัน มาพร้อมห้องโดยสารรองรับได้ 7 ที่นั่ง ทำตลาดด้วยรุ่น EQB 300 4MATIC ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 168 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 390 นิวตัน-เมตร และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 8.0 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กม./ชม. พร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 419 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP

อีกรุ่นเป็น EQB 350 4MATIC ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัวเช่นกัน แต่เพิ่มกำลังสูงสุดขึ้นเป็น 215 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาราว 6.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กิโลเมตร ขณะที่ระยะทางขับขี่สูงสุดยังคงไว้ที่ 419 กิโลเมตรเท่ากัน

The EQB เริ่มวางจำหน่ายแล้วในยุโรป
นอกจากนี้ Mercedes-AMG ยังพร้อมนำเสนอรถยนต์ไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นแรกจาก Affalterbach ภายใต้เทคโนโลยี E PERFORMANCE เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังยังมียานยนต์รุ่นใหม่ ๆ มาพรีเมียร์เพิ่มเติมอีก ได้แก่ S-Class GUARD และ C-Class All-Terrain รุ่นแรก ที่สามารถขับขี่ในสภาพถนนที่และสภาพอากาศเลวร้ายได้อย่างง่ายดาย


กำลังโหลดความคิดเห็น