xs
xsm
sm
md
lg

Koenigsegg Gemera 2 ประตูแต่ 4 ที่นั่ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์









เราๆ ท่านๆ ทราบกันดีว่า Koenigsegg แบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติสวีเดน ผลิตแต่รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางลำและมี 2 ที่นั่งมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงตอนนี้เมื่อพวกเขาเปิดตัวผลผลิตใหม่ที่ชื่อว่า Gemera ออกมากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะนี่คือ รถสปอร์ตแบบ 4 ที่นั่ง (ไม่ใช่ 2+2 ที่นั่งด้วย) รุ่นแรกของบริษัท








Koenigsegg เรียกรถสปอร์ตรุ่นนี้ว่า Mega-GT ด้วยเพราะรูปทรงและดีไซน์ของตัวรถที่ดูยังไงก็เหมือนกับรถสปอร์ตแบบ 2 ที่นั่งของพวกเขามากกว่าที่จะเป็น GT Car โดยเป้าหมายในการพัฒนารถสปอร์ตรุ่นนี้ขึ้นมาก็เพื่อเป็นผลผลิตที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องลำบากเหมือนกับขับพวกรถสปอร์ตแท้ๆ













ตัวรถมาพร้อมกับระยะฐานล้อที่ยาวถึง 3,000 มิลลิเมตร รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับสัมภาระที่สามารถบรรทุกได้มากกว่าเวอร์ชันรถสปอร์ตคูเป้ และคงเอกลักษณ์การเปิดประตูของแบรนด์ที่เรียกว่า Dihedral Door เอาไว้ โดยข้างในมาพร้อมกับความทันสมัยของระบบต่างๆ ทั้ง Wi-Fi ลำโพง 11 ตัวกับชุดเครื่องเสียงระดับเทพ ระบบ Apple CarPlay เครื่องปรับอากาศแบบแยกฝั่ง และสามารถแยกปรับได้ 3 พื้นที่














สำหรับมิติตัวถังนั้นมากับความยาว 4,975 มิลลิเมตร กว้าง 1,988 มิลลิเมตร และสูงเพียง 1,295 มิลลิเมตร เพิ่มความสวยด้วยล้อแม็กขนาด 21 นิ้วพร้อมยาง 22295/30ZR21 ที่ล้อหน้า และล้อหลังมีขนาด 22 นิ้วมากับยาง 315/30ZR22














สิ่งที่น่าสนใจคือ การปรับปรุงขุมพลังให้มีขนาดเล็กลง และยังวางอยู่ที่กลางลำโดยไม่เบียดบังห้องโดยสาร โดยในส่วนของเครื่องยนต์สันดาปภายในนั้น มีการย่อขนาดให้เล็กลง และเพิ่มสมรรถนะด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ โดย Gemera จะขับเคลื่อนด้วยรูปแบบ PHEV ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 3 สูบ 2,000 ซีซี เทอร์โบ ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถผลิตกำลังออกมาได้ 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 61.1 กก.-ม. และทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 3 ตัวเพื่อผลิตกำลังออกมาได้ราวๆ 1,700 แรงม้า
















ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ KDD – Koenigsegg Direct Drive หรือเป็นเกียร์แบบ Single Drive อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 1.9 วินาที มีความเร็วสูงสุด 400 กม./ชม. ส่วนเชื้อเพลิงที่รองรับกับเครื่องยนต์บล็อกนี้คือ E85 โดยโหมด EV สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 300 กม./ชม. และเมื่อชาร์จเต็มแล้วขับด้วยความเร็วปกติจะสามารถทำระยะทางได้ถึง 50 กิโลเมตร













300 คันเท่านั้นที่จะถูกผลิตออกมาและว่ากันว่าจะมีราคาอยู่ที่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ






กำลังโหลดความคิดเห็น