xs
xsm
sm
md
lg

BMW 530e ขุมพลังไฟฟ้า สบาย สปอร์ต อัจฉริยะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นี่คือ หนึ่งในโมเดลตัวอย่างที่ทาง บีเอ็มดับเบิลยู แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการทำตลาดเมืองไทยด้วยความรวดเร็วของการปล่อย ซีรี่ส์ 5 แบบ ปลักอินไฮบริด(PHEV) รุ่นประกอบในประเทศ ห่างจากการเปิดตัวครั้งแรกในตลาดโลกเพียง 10 เดือนเท่านั้น


สำหรับโฉมนี้ถือเป็น เจเนอเรชันที่ 7 แล้วของซีรี่ส์ 5 โดยมาภายใต้รหัสพัฒนา G30 ซึ่งได้รับการแชร์เทคโนโลยีร่วมกันกับพี่ใหญ่อย่าง ซีรี่ส์ 7 โดยเฉพาะหัวใจสำคัญคือ โครงสร้างตัวถัง ที่พัฒนาใหม่หมดจดส่วนหัวใจสำคัญของรุ่นปลั้กอินไฮบริดจะโดดเด่นอย่างไร เอ็มจีอาร์ มอเตอริ่งพาไปชมกัน


PHEV ล้ำยุค ลูกเล่นล้น

การเป็นรถไฟฟ้าแบบลูกผสม PHEV แน่นอนว่าต้องมีชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่มากกว่ารุ่นเครื่องยนต์ปกติธรรมดา ดังนั้นโดยพื้นฐานราคาย่อมต้องแพงกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ด้วยการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาลให้กับค่ายรถทำให้ รถแบบไฟฟ้าสามารถเข้ามาสอดแทรกทำตลาดในราคาที่เหมาะสม ประชาชนพอซื้อหาได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของสินค้าเทคโนโลยี ที่ช่วงแรกเริ่มมักจะเป็นของผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงก่อน เมื่อการพัฒนาเข้าสู่ช่วงแพร่หลาย ชนชั้นกลางก็จะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และสุดท้ายจะกลายเป็นสินค้าพื้นฐานทั่วไป ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับ คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ




ด้านการออกแบบภายนอก ดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นสปอร์ตไว้ไม่เสื่อมคลาย กระจังหน้ารูปทรงกรวยไตคู่ ขนาดใหญ่ มองเห็นครั้งแรกรู้ได้ทันทีว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร เส้นสายต่างๆ เข้ารูปได้สัดส่วนกำลังดี ไม่ใหญ่จนเกินไป ไฟหน้าแบบ LED ปรับเลี้ยวได้ตามการหมุนพวงมาลัย ประตูดูดทั้ง 4 บาน และฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า







สำหรับ 530e รุ่นประกอบในประเทศนั้นมากับ หัวใจ เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า 113 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ส่วนกำลังรวมสูงสุด 252 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม.





เหนือกว่าใครด้วย กุญแจอัจฉริยะ ที่มีจอระบบสัมผัส สามารถตรวจสภาพของการล็อกรถได้ พร้อมระบบควบคุมสั่งการทั้งเปิดแอร์ ปิดกระจก และฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งกุญแจดังกล่าวสามารถชาร์จได้ง่าย เพียงนำไปวางที่จุดชาร์จบนรถโดยไม่จำเป็นต้องเสียบสายชาร์จแต่อย่างใด




การตกแต่งภายใน ยังคงกลิ่นไอของความเป็นบิมเมอร์แท้ๆ ลายไม้สลับโครเมี่ยม ให้ความเป็นสปอร์ต ผสมผสานความหรูหราอย่างลงตัว จอขนาด 10.25 นิ้ว ใหญ่ดูง่ายสบายตา พร้อมระบบหน้าจอสัมผัส และปุ่ม iDriveใหม่ที่สามารถสั่งการด้วยการสัมผัสได้ เครื่องเสียงจาก Harman Kardon โดยรวมลูกเล่นเยอะมากจนเล่นไม่หมด






ขับสนุก ชาร์จไฟได้ที่จอดพิเศษ



ข้อดี อันดับหนึ่งของ รถ PHEV ค่ายใบพัดสีฟ้าคือ การมีที่จอดพิเศษเฉพาะแบรนด์นี้ไว้คอยรองรับลูกค้าที่จับจองเป็นเจ้าของตามพื้นที่หลักๆ ซึ่งหาที่จอดยาก เช่น เซ็นทรัล เวิลด์ และ ตึกออลซีซัน เป็นต้น แต่ก็มีข้อกำหนดห้ามจอดชาร์จนานเกิน 3 ชั่วโมงทั้งนี้เพื่อแบ่งให้กับผู้อื่นได้ใช้บริการบ้าง โดยยังเป็นบริการชาร์จฟรีอยู่


สำหรับหัวชาร์จของ บีเอ็มดับเบิลยู รุ่นเดิมจะเป็นแบบ ไทป์ 1 คือ มี 5 รู แต่หลังจากนี้เป็นต้นไปจะกลายเป็นแบบ ไทป์ 2 มี 7 รูในทุกรุ่น เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งเมืองไทยเตรียมจะประกาศการเลือกใช้แบบ ไทป์ 2 อย่างเป็นทางการ ส่วนใครที่ซื้อไปแล้วเป็นแบบ 5 รู อยู่มิต้องกังวลแต่ประการใด เพราะหัวจ่ายจะมีทั้ง 2 แบบให้ชาร์จในส่วนของการทดลองขับนั้น เราเลือกเส้นทางกรุงเทพฯ-ราชบุรี ไปพร้อมผู้โดยสารรวม 4 ท่าน เพื่อให้ได้ครบตามลักษณะของการใช้งานในชีวิตจริง ความรู้สึกแรก คือ รถมั่นคงในการยึดเกาะถนนมาก จนเหมือนรถค่อนข้างหนักขณะวิ่งช้าๆ แต่เมื่อกดคันเร่งแรงหรือคิกดาวน์ ตอบสนองทันใจตามสไตล์ของรถค่ายนี้ โดยโหมดแรกที่ใช้งานอยู่คือ โหมด comfort




เราลองปรับจาก comfort มาเป็น sport ความแตกต่างที่เห็นชัดคือ รอบเครื่องยนต์ที่สูงกว่าในทุกย่านความเร็ว หน้าจอแสดงผลที่เปลี่ยนไปเป็นสีแดง การตอบสนองของคันเร่งกดแล้วพุ่งกว่า พวงมาลัยหนักขึ้นเล็กน้อย และช่วงล่างรับรู้ถึงแรงสะเทือนได้มากกว่า บนพื้นฐานของการวิ่งด้วยความเร็วเท่าๆ กันที่ 120 กม./ชม.

ความเร็วที่เราขับส่วนมากอยู่ระดับ 100-120 กม./ชม. โหมด comfort ดูจะเหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทยมากที่สุด วิ่งด้วยโหมดนี้แล้วให้ความรู้สึกสบายทั้งคนขับและคนนั่งโดยสาร ขณะที่ลองใช้โหมด eco pro กลับให้ความรู้สึกที่เหมือนรถนุ่มเกินไป และรถวิ่งเร็วมากทั้งที่ขับด้วยความเร็ว 100 กม./ชม.



ความเร็วสูงสุดที่เราลองทำได้คือ 160 กม./ชม. ตามสภาพการจราจร รถทรงตัวดีเยี่ยม วิ่งนิ่ง ไม่รู้สึกว่าเร็ว(ในโหมด comfort) เสียงลมประทะมีบ้างเล็กน้อย ไม่น่ารบกวนแต่อย่างใด ส่วนลูกเล่น gesture control ที่ใช้เพียงปลายนิ้วร่ายมนต์ ก็สามารถเพิ่มหรือลดเสียงวิทยุได้ สะดวกดี

ส่วนระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนนั้นตามสเปคสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสุดถึง 45 กม. แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการชาร์จของเรา ทำให้เราไม่สามารถทดลองชาร์จเต็มแล้ววิ่งได้ จะมีเพียงการชาร์จขณะเบรกเท่านั้น ที่เราได้ลองโดยวิ่งแบบไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไม่มาก ระบบก็สั่งให้เครื่องยนต์ทำงาน



หลังเดินทางไปกลับกว่า 300 กม. หันไปถามผู้โดยสารเบาะหลังว่าเป็นอย่างไรบ้าง คำตอบคือ นั่งสบาย หลับยาวๆ ไปหลายช่วง เบาะกว้างดี และเป็นสัดส่วนแยกซ้ายขวาได้ด้วย แถมมีม่านบังแดดหลังครบถ้วนทุกด้านไม่ร้อน





เหมาะกับใคร


ผู้บริหารหรือครอบครัวที่รักการขับรถเองเป็นหลัก คุณจะได้รถที่มีสมรรถนะสูง ขับสนุก ตามแบบฉบับของค่ายใบพัดฟ้าขาว ในราคาที่จับต้องได้ 3,639,000 บาท ในรุ่น ลักชัวรี่ แถมยังได้ที่จอดรถแบบพิเศษ ในสถานที่ซึ่งหาที่จอดยากยิ่ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษาเพราะมีโปรแกรม BSI แพคเกจให้เลือกได้ตามใจชอบ





กำลังโหลดความคิดเห็น...