xs
xsm
sm
md
lg

หรูหรา-ขับสนุก-นั่งสบาย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เลกซัส อีเอส 300 เอช เปิดตัวในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และถือเป็นเจเนอเรชันที่ 6 หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 และเลิกไปในเจเนอเรชันที่ 4 เนื่องจากบริษัทแม่หยุดผลิตรุ่นพวงมาลัยขวา แต่สุดท้ายความต้องการของตลาดเรียกร้อง บริษัทแม่จึงต้องกลับมาผลิตพวงมาลัยขวาอีกครั้ง

รถรุ่นนี้ เลกซัส นำมาเพื่อแทรกกลางระหว่าง จีเอส และไอเอส ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมา หลายคนมองว่าเลกซัสเป็นรถผู้ใหญ่ ขาดความสปอร์ต อีเอส จึงถูกปรับให้มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ขับสนุก ขณะที่ความนุ่มนวลยังคงไว้ ทั้งนี้เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าเดิม โดยคาดหวังว่าจะแชร์ตลาดลูกค้าคนหนุ่มมากขึ้น ลดระดับอายุลงมาเป็น 40 จากเดิมจะอยู่ในระดับอายุ 50 ปี

จุดเด่น อีเอส 300 เอช มีอยู่ 4 อย่างคือ หนึ่ง การออกแบบยังคงความหรูหราเหมือนเดิมแต่เพิ่มความสปอร์ต ด้วยซุ้มล้อที่โป่งออกมา รวมถึงการออกแบบรูปทรงด้านหน้า ทั้งกระจังหน้า ไฟหน้ากันชน พร้อมไฟหน้าปรับระดับความสูงของไฟต่ำอัตโนมัติ ,ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ , ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/55/R17

ประการที่สอง ภายในห้องโดยสารเน้นการใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็นชุดควบคุมระบบต่าง ๆ แบบรวมศูนย์ Remote Touch Interface , จอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว รองรับแผนที่ ข้อมูลการจราจร และความบันเทิงเต็มรูปแบบ , เบาะคู่หน้า สามารถจดจำตำแหน่งการปรับเบาะของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ ,ม่านประตูหลังให้ความเป็นส่วนตัว และอีกหนึ่งจุดเด่นที่อยู่ภายในห้องโดยสารคือ ความกว้างขวางของห้องโดยสารด้านหลัง ทั้งนี้เกิดจากการออกแบบของฐานล้อที่ยาวขึ้น 45 มม. ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวาง โอ่โถง โดยเบาะหน้ามีความยาวเพิ่มขึ้น 30 มม. และพื้นที่โดยสารด้านหลังตรงช่วงเข่ามีขนาดกว้างขึ้น 60 มม. นอกจากนี้เบาะหน้าสามารถปรับให้ต่ำลงได้อีก 15 มม. เพื่อเพิ่มฟิลลิ่งในการขับขี่แบบสปอร์ต

ผู้บริหารบอกว่า ในอดีตการออกแบบจะคำนึงที่ความสะดวกสบายกับเบาะคู่หน้ามากกว่า แต่คอนเซ็ปต์ของรุ่นนี้ นักออกแบบให้ความสำคัญทั้งเบาะหน้า และเบาะหลังเท่ากัน

จุดเด่นสุดท้าย เลกซัส อีเอส 300 เอช ใหม่ ขับเคลื่อนในระบบ Full Hybrid ด้วยเครื่องยนต์แถวเรียง 4 สูบขนาด 2.5ลิตร ผสานการทำงานกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมทั้งระบบ 205 แรงม้า และอัตราเร่งที่ 0-100 กม/ชม. ใน 8.5 วินาที พร้อมมาตรฐาน ยูโร 5 และสามารถปรับเลือกได้ 4 โหมด เช่น EV สำหรับการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ให้ความเงียบสงบในทุกการขับเคลื่อน, Eco สำหรับความประหยัด , Normal สำหรับการขับขี่แบบปกติ และ Sport เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจ ฉะนั้นเรื่องความประหยัดไม่ต้องพูดถึง ทำงานร่วมกับเกียร์ E-CVT (Electronically-Continuously Variable Transmission)

ทางโตโยต้า ระบุว่าอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 21.8 กม./ลิตร แต่จากการขับจากกรุงเทพฯไปหัวหิน รถคันของเราสลับขับกับสื่อมวลชนอีกท่านหนึ่ง เฉลี่ยอยู่ที่ 16.17 กม./ลิตร ดูจากผลคำนวณโดยระบบคอมพิวเตอร์ในรถ

การออกตัวอย่างที่รู้กันอยู่ว่ายังเป็นกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนรถเพียงอย่างเดียว ผลที่ได้ค่อนข้างดี ไม่อืด แต่ถ้าเพิ่มความเร็วขึ้น ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะช่วงถนนโล่ง ๆ เริ่มขยับความเร็วต้องบอกว่าอัตราเร่งทำออกมาได้ดี ตอบสนองรวดเร็ว ทันใจ แรงเหลือเฟือย ยิ่งตอนเร่งแซง มั่นใจ พร้อมให้อารมณ์สปอร์ต อีกต่างหาก การเปลี่ยนเกียร์ทำได้นุ่มนวลลื่นไหล พวงมาลัยน้ำหนักกำลังดี แม่นยำ ที่สำคัญห้องโดยสารเงียบ แม้จะวิ่งด้วยความเร็วสูง ช่วงล่างนุ่ม เกาะถนน ยิ่งในช่วงเปลี่ยนเลนกะทันหัน รถไม่มีอาการร่อน ให้เห็น

ขณะที่ความปลอดภัยจัดมาเต็ม อย่างถุงลมเสริมความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 10 ตำแหน่ง ,ระบบควบคุมการทรงตัว , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี , ระบบป้องกันล้อล็อก , ระบบเสริมแรงเบรก BA , ระบบกระจายแรงเบรก EBD , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC , ไฟเบรกฉุกเฉิน , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ , ระบบป้องกันการโจรกรรม,ระบบช่วยจอด

สรุปได้ว่า อีเอส 300 เอช มีทั้งความหรูหรา บวกกับอารมณ์สปอร์ต ที่สำคัญมิติห้องโดยสารที่มีสัดส่วนความยาวกว่ารถในคลาสเดียวกัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เลกซัส อีเอส 300 เอช มีให้เลือก 2 รุ่น Premium ราคา 3,890,000 บาทและ Luxury ราคา 3,490,000 บาท







กำลังโหลดความคิดเห็น