xs
xsm
sm
md
lg

สัมผัสแรก แบบน้ำจิ้ม กับแอคคอร์ด ใหม่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ฮอนด้า แอคคอร์ด เปิดตัวครั้งแรกในปี 1976 จนถึงปัจจุบัน แอคคอร์ด มีอายุ 37 ปี พอดี และมียอดจำหน่ายรวมทั่วโลกแล้วกว่า 19 ล้านคัน จาก 160 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งหมด 8 เจเนอเรชัน และเจเนอเรชันที่ 9 กำลังจะออกสู่สายตาชาวไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มีนาคม 2556 นี้

ก่อนที่คนไทยจะได้สัมผัสกันเต็มรูปแบบ ทางฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดทริปพาสื่อมวลชนกว่า 20 ฉบับร่วมทดสอบขับรถ ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่นใหม่ล่าสุด ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ ประเทศญี่ปุ่น

อย่างที่พาดหัวไว้ข้างต้น แม้ว่าเราจะเป็นสื่อมวลชนกลุ่มแรกที่ได้สัมผัส แต่ก็เป็นเพียงการสัมผัสเล็ก ๆบนสนามแข่ง Twin Ring Motegi เพราะ 1 คน สามารถขับรถแอคคอร์ด ได้เพียง 3 รอบสนามเท่านั้น โดยระยะทางต่อ 1 รอบอยู่ที่ราว 1.3 กิโลเมตร รวม 3 รอบก็ประมาณ 3.6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีต่อหนึ่งคน แถมให้เผยแพร่ข่าวสารได้หลังวันที่ 4 มีนาคม พร้อมภาพถ่ายที่ทางฮอนด้าจัดให้ 4 ภาพ (ตามที่ลง) โดยทางฮอนด้าขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนงดการถ่ายภาพแอคคอร์ดใหม่ในระหว่างทดสอบขับ แต่จะส่งภาพให้แบบเต็มคัน ชุดใหญ่ในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

แต่ก่อนที่ทุกคนจะได้ทดลองขับ แอคคอร์ด ใหม่ โดยนาย จุนจิ ซูกิโมโต หัวหน้าวิศวกรผู้ออกแบบ จาก ฮอนด้า R&D กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบ แอคคอร์ด ใหม่ให้ฟังกันคร่าว ๆ ว่า แอคคอร์ด ใหม่ ยังคงสืบทอดดีเอ็นเอของรถซีดานฮอนด้าเหมือนเดิม เนื่องจากลูกค้ามีความพึงพอใจ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และยืนยันว่าไม่เคยผิดหวังเมื่อซื้อไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ ความทนทาน ดังนั้นทีมงานผู้ผลิตรถจึงยึดคอนเซ็ปเดิม ด้วยการรักษาลักษณะที่โดดเด่นของแอคคอร์ดจนเป็นรถขายดีทั่วโลก ทั้งเรื่องดีไซน์ที่เรียบหรู ภายในกว้างขวาง ประหยัดน้ำมัน เป็นต้น

จากข้อมูลที่วิศวกรบอกมาดูเหมือน แอคคอร์ด ใหม่ จะสั้นลงกว่ารุ่นเดิม เนื่องจากความยาวตัวถังลดลงจากเดิมราว 86มิลลิเมตร เหลือเพียง 4,860 มิลลิเมตร แต่ความกว้างของตัวรถเพิ่มขึ้น 5 มิลลิเมตร มาอยู่ที่ 1,850 มิลลิเมตร ความสูงจะลดลงมา 10 มิลลิเมตร เหลือ 1,465 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อสั้นลง 25 มิลลิเมตร เหลือ 2,775 มิลลิเมตร เท่ากับว่า แอคคอร์ดใหม่ ดูเล็กลงกว่ารุ่นเดิม แต่ห้องโดยสารกลับไม่เล็กลงตาม เพราะมีการเพิ่ม Leg Room ให้ยาวขึ้น 15 มิลลิเมตร ขณะที่ห้องเก็บของท้ายรถเท่าเดิม

ส่วนการออกแบบภายในห้องโดยสาร ทีมวิศวกรกล่าวว่า ยังคงเน้นความหรูหรา โดยคอนโซลหน้าได้รับการติดตั้งจอ LCD ขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ภายในรถเน้นฟังก์ชันการใช้งานสะดวกสบาย ง่ายดาย แบ่งสัดส่วนการควบคุมออกจากกันอย่างชัดเจน พร้อมมาตรวัดดีไซน์สวยอ่านค่าง่าย และสิ่งหนึ่งที่ทีมวิศวกรให้ความสำคัญเป็นการลำดับต้น ๆ นั่นคือ การออกแบบพวงมาลัย เพราะตำแหน่งนี้ลูกค้าสัมผัสบ่อยที่สุด ฮอนด้าจึงเลือกใช้วัสดุและการออกแบบที่ประณีต ตั้งแต่งานตัดเย็บ จนกระทั้งการเลือกใช้วัสดุหุ้มพวงมาลัยคุณภาพสูง

จุดเด่นของ แอคคอร์ด ใหม่ มีหลายจุด เริ่มจาก การติดตั้งกล้องไว้ใต้กระจกมองข้าง ทำให้ทัศนวิสัยการขับขี่ง่ายขึ้น เพราะสามารถมองเห็นรถที่แล่นมาจากทางด้านซ้าย ในมุมที่กว้าง โดยมองเห็น 2 เลนแบบกว้างขึ้น อย่างที่ 2 .เป็นเรื่องความเงียบภายในห้องโดยสาร 3. เพิ่มพื้นทีห้องโดยสารให้กว้างขวางมากที่สุด 4. สามารถใช้น้ำมัน อี 85 ได้ 5.เน้นการขับขี่ที่นุ่มนวล พวงมาลัยปรับเปลี่ยนได้รวดเร็ว

ขุมพลังในไทยมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 2.0 ลิตร 155 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตรที่4,300 รอบต่อนาที ส่วนขนาด 2.4 ลิตร 174 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตร โดยรุ่นนี้มีการเคลมตัวเลขประหยัดน้ำมันไว้ที่ 12.2 กม.ลิตร และเครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาด สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ E85 ได้ ส่วนพวงมาลัยได้มีการเปลี่ยนจากแบบไฮโดรลิกมาเป็นไฟฟ้า และทั้งสองรุ่นจะถ่ายทอดกำลังสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ส่วนระบบกันสะเทือนหน้าจะเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัด ขณะที่ด้านหลังจะเป็นมัลติลิงก์ พร้อมเพิ่มสารลดแรงเสียดทาน ทำให้ท้ายรถออกมาเบานุ่มนั่งสบาย

สำหรับการทดสอบอย่างที่บอกเป็นช่วงสั้น ๆ โดยก่อนเริ่มทดสอบทีม Staff ของฮอนด้าประจำสนามได้ชี้แจงถึงผังสนามแบบง่าย ๆ พร้อมบอกความเร็วที่ใช้ในสนามได้ 40-40-60 เริ่มจากจุดสตาร์ เข้าโค้งที่ความเร็ว 40 ตามด้วยทดสอบการทรงตัวแบบสลาลอนในความเร็ว 40 ปิดท้ายเป็นการทดสอบอัตราเร่งช่วงสั้น วิ่งไป3 รอบ รวม 5 นาที

หลังเข้านั่งประจำที่คนขับ พร้อมเข้าเกียร์ออกจากจุดสตาร์ท รู้สึกได้ว่า อัตราเร่งตอบสนองได้ไว รวดเร็วทันใจ ขณะที่การบังคับควบคุมรถพวงมาลัยช่วงสลาลม มีความคล่องแคล่ว แม่นยำ เฉียบคม แม้จะดูเบา ๆ ไปนิด ช่วงล่างนุ่ม หนึบใช้ได้ และอีกจุดหนึ่งคือความเงียบ ซึ่งวิศวกรบอกไว้ว่ามีการใช้วัสดุซับเสียงที่ดีขึ้น

รายละเอียดทั้งหมด เป็นเพียงข้อมูลคร่าว ๆ ส่วนของจริงแบบเต็มยศ ทั้งภาพและรายละเอียดของตัวรถ เราคงต้องรอในวันที่ 11 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ... “เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน” จะมารายงานอีกครั้งหนึ่ง ...


กำลังโหลดความคิดเห็น...